svasdssvasds

สแกนสูตร ครม.อนุทิน 298 เสียง รหัสลับ 5-19-8-3 ใครตัวจริง ใครสำรอง

สแกนสูตร ครม.อนุทิน 298 เสียง รหัสลับ 5-19-8-3 ใครตัวจริง ใครสำรอง

เจาะลึกสูตรจัดตั้งรัฐบาล 298 เสียง ภายใต้การนำของอนุทิน กับโควตา 5-19-8-3 ที่แบ่งเค้กลงตัว ทั้งคนกลาง พรรคใหญ่ และพรรคเล็ก เตรียมโหวตนายกฯ มีนาคมนี้

SHORT CUT

  • รัฐบาลใหม่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล มีเสียงสนับสนุน 298 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำหลัก
  • มีการใช้สูตรจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี "5-19-8-3" ตามสัดส่วน ส.ส. 10 คนต่อ 1 เก้าอี้
  • โควตาหลักแบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง, พรรคเพื่อไทย 8 ที่นั่ง และพรรคเล็ก 3 ที่นั่ง
  • รหัสเลข "5" คือโควตาพิเศษสำหรับบุคคลภายนอกหรือผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเสริมภาพลักษณ์คณะรัฐมนตรี

เจาะลึกสูตรจัดตั้งรัฐบาล 298 เสียง ภายใต้การนำของอนุทิน กับโควตา 5-19-8-3 ที่แบ่งเค้กลงตัว ทั้งคนกลาง พรรคใหญ่ และพรรคเล็ก เตรียมโหวตนายกฯ มีนาคมนี้

ในที่สุดโฉมหน้าของรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยตัวเลขเสียงสนับสนุนที่พุ่งไปถึง 298 เสียง แม้จะยังไม่แตะหลัก 300 แต่ในทางดิ่งถือว่ามีเสถียรภาพพอสมควร หากย้อนไปดูรัฐบาลยุคชวน หลีกภัย ที่อยู่ได้นานถึง 3 ปี ด้วยเสียงเพียง 259 เสียง

ใครเป็นใครในรัฐบาลใหม่?

ขุมกำลังหลักครั้งนี้ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำ ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทยที่มีอิทธิพลสูงในฐานะพรรคอันดับสอง ร่วมด้วยพรรคไทยรวมพลัง, พลังประชารัฐ, ประชาชาติ, เศรษฐกิจไทย และพรรคเล็กอื่น ๆ แต่ที่น่าสนใจคือ พรรคเสรีรวมไทย ของเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ถูกกันออกไปจากสมการนี้อย่างชัดเจน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลมาจาก "กรรมในอดีต" และความบาดหมางตั้งแต่ปี 2538

รหัสลับ 5-19-8-3 สูตรแบ่งเค้กฉบับลงตัว

การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีรอบนี้ใช้เกณฑ์ 10 ส.ส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี จนกลายเป็นสูตรตัวเลข 5-19-8-3 ที่ลงตัวดังนี้

  • 19 ที่นั่ง: โควตาของ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำ จัดทัพใหญ่ที่มีทั้ง "บ้านใหญ่" และผู้มีอิทธิพลทางการเมือง
  • 8 ที่นั่ง: โควตาของ พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับการปัดเศษขึ้นจาก 7.4 เพื่อความกลมเกลียว โดยต้องจับตาดูว่าใครจะมาคุมกระทรวงเกษตรฯ
  • 3 ที่นั่ง: โควตาสำหรับ พรรคเล็ก ที่ร่วมหัวจมท้ายกันมา

สแกนสูตร ครม.อนุทิน 298 เสียง รหัสลับ 5-19-8-3 ใครตัวจริง ใครสำรอง

“5 เก้าอี้คนกลาง” โควตาพิเศษที่ห้ามแตะ

รหัสเลข "5" ตัวแรกถือเป็นหัวใจสำคัญเพื่อให้หน้าตา ครม. ดูดีในสายตาประชาชน โดยจะเป็นกลุ่มมืออาชีพและผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น

  • ศุภจี สุธรรมพันธุ์
  • เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
  • สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
  • บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

ส่วนเก้าอี้ที่ 5 คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีกระแสสะพัดว่าอาจมาจากภาคสถาบันการเงิน เพื่อเข้ามาแก้โจทย์เศรษฐกิจโดยเฉพาะ

โจทย์หินและไทม์ไลน์ทางการเมือง

รัฐบาลชุดนี้ตั้งเป้าจะโหวตนายกรัฐมนตรีในช่วงเดือนมีนาคม และคาดว่าน่าจะได้เห็นโฉมหน้า ครม. เต็มรูปแบบภายในเดือนพฤษภาคม แม้ตอนนี้จะมีการร่างนโยบายเตรียมแถลงต่อสภาไว้แล้ว แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการพึ่งพาเสียงจากพรรคเพื่อไทยที่มากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพในระยะยาวได้

การเมืองไทยรอบนี้คือเกมการต่อรองอำนาจที่ต้องจับตาแบบกะพริบตาไม่ได้ เพราะทุกเสียงมีมูลค่า และทุกเก้าอี้มีผลต่อปากท้องของพวกเราทุกคน

ที่มา : Nation Insight

related