
SHORT CUT
สรุปสาเหตุทางกฎหมายที่อาจทำให้ผลการเลือกตั้งกลายเป็นศูนย์ ย้อนรอยบรรทัดฐานศาลรัฐธรรมนูญปี 49 และ 57 ที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเมืองไทยในวงกว้าง
การเลือกตั้งเป็นโมฆะ (Void) หมายถึงสภาวะที่การเลือกตั้งนั้นเสียเปล่าไปทั้งหมดเสมือนไม่เคยเกิดขึ้นในทางกฎหมาย แตกต่างจากการสั่งเลือกตั้งใหม่รายเขต เพราะโมฆะจะทำให้คะแนนเสียงทั้งประเทศกลายเป็นศูนย์และต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
รัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ระบุชัดว่าต้องออกเสียงโดย "ตรงและลับ" บรรทัดฐานปี 2549 ศาลเคยสั่งโมฆะเพราะการจัดคูหาที่ทำให้คนอื่นมองเห็นการลงคะแนนได้ ปัจจุบันจึงมีข้อกังวลเรื่อง "บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบย้อนกลับไปถึงตัวตนผู้สิทธิเลือกตั้งได้ หากพิสูจน์ได้ว่าระบบ "อยู่ในวิสัยที่ล่วงรู้ได้" ความเป็นความลับย่อมสิ้นสุดลงและเสี่ยงต่อความเป็นโมฆะทั้งประเทศ
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้การเลือกตั้งปี 2557 เป็นโมฆะ เนื่องจากมีการขัดขวางการรับสมัครใน 28 เขต ทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นในวันเดียวกันได้ตามที่กฎหมายกำหนด เลขาธิการ กกต. ย้ำว่าหากจัดการเลือกตั้งไม่พร้อมกันในเชิงโครงสร้างกติกา ผลคือจะเป็นโมฆะและเสียเปล่างบประมาณทันที
ปัจจัยนี้รวมถึงการกำหนดวันเลือกตั้งที่กระชั้นชิดเกินไปจนพรรคการเมืองเตรียมตัวไม่ทัน (เช่นปี 49 ที่มีเวลาเพียง 35 วัน) หรือพฤติการณ์ที่ส่อเจตนาบิดเบือนการแข่งขัน เช่น การจ้างพรรคเล็กลงสมัครเพื่อหนีเกณฑ์คะแนนร้อยละ 20
ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการในภาพรวมขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งนั้นย่อมดำรงอยู่ไม่ได้
งบประมาณที่ใช้ไปทั้งหมดถือว่าสูญเปล่า ประเทศเกิด "สุญญากาศทางการเมือง" รัฐบาลใหม่ทำงานไม่ได้ และอาจนำไปสู่ทางตันที่เปิดช่องให้เกิดรัฐประหารเหมือนในอดีต
นี่คือเหตุผลว่าทำไมภาคประชาชนถึงต้องตื่นตัวตรวจสอบการทำงานของ กกต. อย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอน เพราะเราไม่อยากให้ "ทางออกของประเทศ" กลายเป็น "ทางตัน" อีกครั้ง