
SHORT CUT
นายกฯ อนุทินประกาศดัน Quick Big Win พลัส แก้หนี้เบ็ดเสร็จ-ชูคนละครึ่งพลัส บริหารประเทศ 5 คลัสเตอร์ด้วย AI มุ่งเป้าคนไทยมีกินมีใช้ เศรษฐกิจไทยมั่นคงจากภายใน
วันที่ 9 เม.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า ตามที่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้กระผมดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นั้น
บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีความสอดคล้องกับหมวด 5 หน้าที่ของรัฐและหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) เรียบร้อยแล้ว
คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและพี่น้องประชาชนให้ทราบถึงหลักการ บริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยรัฐบาลภายใต้การนำของกระผมจะยึด หลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลของกระผมได้บริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ ความไม่แน่นอนรอบด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก โดยได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน Quick Big Win ที่สำคัญได้แก่
รัฐบาลส่ง "คนละครึ่งพลัส" เป็นหัวเจาะหลักในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยความพิเศษคือครั้งนี้มีการพ่วงเงื่อนไขการยกระดับทักษะดิจิทัลและ AI ให้กับ "คนตัวเล็ก" และผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้สามารถเติบโตได้จริงในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์ชั่วคราวเท่านั้น
หัวใจสำคัญคือการจัดการหนี้สินครัวเรือนแบบเบ็ดเสร็จ โดยรัฐบาลจะบูรณาการฐานข้อมูลสถาบันการเงินและสหกรณ์เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ที่มีวินัยสามารถกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง ควบคู่ไปกับการลดภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าน้ำดื่มสะอาดและค่าไฟฟ้า เพื่อบรรเทาทุกข์เร่งด่วน
ชู AI นำทาง นายกฯ อนุทินปรับรูปแบบการทำงานใหม่เป็น "5 กลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)" เพื่อการทำงานที่ไร้รอยต่อ โดยมีเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ทั้งภาคการเกษตรที่ต้องแม่นยำขึ้น และการอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
เป้าหมายคือทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกตลอดทั้งปี (Destination Thailand 365 วัน) เน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม ขณะที่ด้านสังคมมีการอัปเกรดระบบประกันสุขภาพให้ "รักษาทุกที่ได้ทันที" พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อการรักษาที่แม่นยำขึ้น
รัฐบาลตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านสู่ "รัฐบาลดิจิทัลอัจฉริยะ" ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมวางรากฐานระยะยาวด้วย พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อนำพาประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 และผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศสู่สากล