svasdssvasds

'อนุทิน' แถลงนโยบายรัฐบาล กู้วิกฤตเศรษฐกิจ แก้ปากท้อง ชู AI นำทางประเทศ

'อนุทิน' แถลงนโยบายรัฐบาล กู้วิกฤตเศรษฐกิจ แก้ปากท้อง ชู AI นำทางประเทศ

นายกฯ อนุทินประกาศดัน Quick Big Win พลัส แก้หนี้เบ็ดเสร็จ-ชูคนละครึ่งพลัส บริหารประเทศ 5 คลัสเตอร์ด้วย AI มุ่งเป้าคนไทยมีกินมีใช้ เศรษฐกิจไทยมั่นคงจากภายใน

SHORT CUT

  • รัฐบาลแถลงนโยบายเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้อง ผ่านโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่มุ่งกระตุ้นการบริโภคพร้อมยกระดับทักษะดิจิทัลและ AI ให้ผู้ประกอบการรายย่อย
  • เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนแบบองค์รวม โดยยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลางและบูรณาการฐานข้อมูลสถาบันการเงิน เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ที่มีวินัยกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง
  • ปรับรูปแบบการบริหารประเทศเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster) โดยใช้ AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และผลักดันการท่องเที่ยว 365 วัน
  • ยกระดับระบบสาธารณสุขให้ประชาชน "รักษาทุกที่ได้ทันที" พร้อมปฏิรูประบบราชการสู่รัฐบาลดิจิทัล และตั้งเป้าหมายระยะยาวสู่ Net Zero และการเป็นสมาชิก OECD

นายกฯ อนุทินประกาศดัน Quick Big Win พลัส แก้หนี้เบ็ดเสร็จ-ชูคนละครึ่งพลัส บริหารประเทศ 5 คลัสเตอร์ด้วย AI มุ่งเป้าคนไทยมีกินมีใช้ เศรษฐกิจไทยมั่นคงจากภายใน

วันที่ 9 เม.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า ตามที่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้กระผมดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นั้น 

บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีความสอดคล้องกับหมวด 5 หน้าที่ของรัฐและหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) เรียบร้อยแล้ว

คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและพี่น้องประชาชนให้ทราบถึงหลักการ บริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยรัฐบาลภายใต้การนำของกระผมจะยึด หลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  1. พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  2. ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  3. ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหาร ราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลของกระผมได้บริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ ความไม่แน่นอนรอบด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก โดยได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน Quick Big Win ที่สำคัญได้แก่

"คนละครึ่งพลัส" เติมเงิน กระตุ้นจ่าย

รัฐบาลส่ง "คนละครึ่งพลัส" เป็นหัวเจาะหลักในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยความพิเศษคือครั้งนี้มีการพ่วงเงื่อนไขการยกระดับทักษะดิจิทัลและ AI ให้กับ "คนตัวเล็ก" และผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้สามารถเติบโตได้จริงในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์ชั่วคราวเท่านั้น

แก้หนี้แบบองค์รวม "ยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง"

หัวใจสำคัญคือการจัดการหนี้สินครัวเรือนแบบเบ็ดเสร็จ โดยรัฐบาลจะบูรณาการฐานข้อมูลสถาบันการเงินและสหกรณ์เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ที่มีวินัยสามารถกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง ควบคู่ไปกับการลดภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าน้ำดื่มสะอาดและค่าไฟฟ้า เพื่อบรรเทาทุกข์เร่งด่วน

บริหารประเทศแบบ 5 คลัสเตอร์

ชู AI นำทาง นายกฯ อนุทินปรับรูปแบบการทำงานใหม่เป็น "5 กลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)" เพื่อการทำงานที่ไร้รอยต่อ โดยมีเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ทั้งภาคการเกษตรที่ต้องแม่นยำขึ้น และการอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก

ท่องเที่ยว 365 วัน - สาธารณสุขเชิงรุก

เป้าหมายคือทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกตลอดทั้งปี (Destination Thailand 365 วัน) เน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม ขณะที่ด้านสังคมมีการอัปเกรดระบบประกันสุขภาพให้ "รักษาทุกที่ได้ทันที" พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อการรักษาที่แม่นยำขึ้น

ปฏิรูปราชการดิจิทัล - มุ่งสู่ Net Zero

รัฐบาลตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านสู่ "รัฐบาลดิจิทัลอัจฉริยะ" ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมวางรากฐานระยะยาวด้วย พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อนำพาประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 และผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศสู่สากล

 

 

related