
SHORT CUT
ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชวนย้อนอดีตทำความรู้จักเหล่า "ตัวจริง" ที่เคยชนะใจคนกรุง ใครสังกัดพรรคไหน มีผลงานอะไรเด่นบ้าง
สัญญาณการเมืองท้องถิ่นของเมืองหลวงเริ่มชัดเจนขึ้นอีกครั้ง เมื่อกรุงเทพมหานครกำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งครั้งสำคัญในวันที่ 28 มิ.ย. 2569 โดยจะเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้
ชวนย้อนอดีตไปเปิดลิสต์ดู ผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านๆ มาว่าเป็นใคร มาจากไหน
ปี 2533 ผู้ที่ชนะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. คือ พล.ต.จําลอง ศรีเมือง จากพรรคพลังธรรม
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นที่รู้จักในฐานะนักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตนายทหารชาวไทย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมคนแรก
โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ การเป็นแกนนำของผู้ชุมนุมในเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ปี พ.ศ. 2535 หรือเรียกกันทั่วไปว่า "มหาจำลอง"
ปี 2535 ผู้ที่ชนะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. คือกฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา จากพรรคพลังธรรม
นายกฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา เป็นสถาปนิกชาวไทย นักธุรกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัทคาซ่า อดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คนที่ 4 รวมถึงเป็นอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 11 และศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) ปี พ.ศ. 2550
ปี 2539 ผู้ที่ชนะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. คือ “พิจิตต รัตตกุล” ซึ่งเป็นผู้สมัครอิสระ
นายพิจิตต รัตตกุล เคยมีตำแหน่งเป็นอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์) อดีตหัวหน้าพรรคถิ่นไทย และเคยดำรงตำแหน่งอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ปี 2543 ผู้ที่ชนะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. คือ สมัคร สุนทรเวช จากพรรคประชากรไทย
นายสมัคร สุนทรเวช เคยเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 25 และอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2 สมัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นอกจากนี้ยังมีผลงานการออกหนังสือ เช่น สมัคร สุนทรเวช พูด, "สันดานหนังสือพิมพ์",ชิมไปบ่นไป , "จากสนามไชยถึงสนามหลวง" เป็นต้น
ปี 2547 และปี 2551 ผู้ที่ชนะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. คือ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” จากพรรคประชาธิปัตย์
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2 สมัย
ในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. มีโครงการมากมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนกรุงเทพฯ เช่น การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้าบีทีเอส) การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือการวางผังพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เป็นต้น
ปี 2552 และปี 2556 ผู้ที่ชนะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. คือ “หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร” จากพรรคประชาธิปัตย์
หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ (พระโอรสในจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต) และหม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา (นางสาวดุษฎี ณ ถลาง) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ปัจจุบันพำนักอยู่ที่วังสวนผักกาด วังประจำราชสกุลบริพัตร ณ อยุธยา อีกทั้งยังเป็นประธานกรรมการมูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์
ท่านเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2552 - 2559, เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคนำไทย (และเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคนำไทย), เป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี พ.ศ. 2539 และ 2544 และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย)
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นตำรวจสายมือปราบ ที่เคยผ่านคดีใหญ่ระดับชาติมาแล้วหลายคดี อาทิ คดีสังหารนายศุภฤกษ์ เรือนใจมั่น (โจ ด่านช้าง) , คดีคาร์บอมบ์รถอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลังจากที่เกษียณจากราชการตำรวจ ได้ถูกหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ในขณะนั้น ดึงตัวให้ไปช่วยในตำแหน่ง รองผู้ว่าฯ กทม. ดูแลงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเทศกิจ
ปี 2565 ผู้ที่ชนะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในนามอิสระ
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ชัชชาติประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนภาพลักษณ์การเมือง กทม. จากการปะทะกันทางอุดมการณ์ระดับชาติ ให้กลายเป็นการมุ่งเน้นการจัดการปัญหาเชิงเทคนิคและการบริการสาธารณะ การลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอสร้างความเชื่อมั่น และได้รับการสนับสนุนจากคนในระบบเศรษฐกิจที่เป็นทางการซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบายเพิ่มสวนสาธารณะ การปรับปรุงทางเท้า และการเชื่อมต่อระบบคมนาคม