‘วสวรรธน์’ ซัดเดือดรัฐบาลตัดงบทหารแนวหน้าขาด 900 ล้านบาท ถาม "ถอดหน้ากากรักชาติแล้วหรือ?"

‘วสวรรธน์’ ซัดเดือดรัฐบาลตัดงบทหารแนวหน้าขาด 900 ล้านบาท ถาม "ถอดหน้ากากรักชาติแล้วหรือ?"

‘วสวรรธน์ พงศ์พรศรี’ อภิปรายงบประมาณ 2569 แฉทหารแนวหน้าเบี้ยเลี้ยงขาดเกือบ 900 ล้าน แต่กลับเพิ่มงบนายพล จี้รัฐบาลทบทวนความคุ้มค่าและความปลอดภัยกำลังพล

SHORT CUT

  • นายวสวรรธน์ พงศ์พรศรี ส.ส. พรรคไทรวมพลัง อภิปรายงบประมาณโดยชี้ว่ารัฐบาลจัดสรรงบกำลังพลให้ทหารชายแดนไม่เพียงพอ ทำให้ขาดงบประมาณที่จำเป็นเกือบ 900 ล้านบาท
  • การปรับลดงบประมาณส่งผลกระทบโดยตรงต่อเบี้ยเลี้ยง สวัสดิการ เงินเยียวยา และอุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต่อความปลอดภัยของทหาร เช่น วิทยุสื่อสาร โดรน และการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์
  • นายวสวรรธน์ตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาลในการดูแลทหาร และวิจารณ์ว่าการจัดสรรงบเช่นนี้ทำให้ประชาชนสงสัยว่ารัฐบาล "ถอดหน้ากากรักชาติแล้วหรือยัง"

‘วสวรรธน์ พงศ์พรศรี’ อภิปรายงบประมาณ 2569 แฉทหารแนวหน้าเบี้ยเลี้ยงขาดเกือบ 900 ล้าน แต่กลับเพิ่มงบนายพล จี้รัฐบาลทบทวนความคุ้มค่าและความปลอดภัยกำลังพล

วันที่ 7 กันยายน 2569 นายวสวรรธน์ พงศ์พรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายร่างงบประมาณรายจ่าย โดยตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคง โดยเฉพาะงบกำลังพลและงบที่เกี่ยวข้องกับทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

 

นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ในชั้นอนุกรรมาธิการและชั้นกรรมาธิการ พบว่ามีการปรับลดงบประมาณในบางรายการที่ควรได้รับการสนับสนุน ขณะที่บางรายการกลับได้รับการเพิ่มงบประมาณ โดยเฉพาะงบกำลังพล ซึ่งมีการเพิ่มงบตามมติคณะรัฐมนตรีประมาณ 425 ล้านบาท ขณะที่หน่วยงานชี้แจงว่ามีความต้องการงบประมาณที่แท้จริงประมาณ 1,300 ล้านบาท ส่งผลให้ยังขาดงบประมาณอีกเกือบ 900 กว่าล้านบาท

 

“เรารู้ว่าขาด แต่จัดให้ไม่ครบ คำถามคือ แล้วจะเอาอะไรเป็นหลักประกันว่าทหารตัวเล็กตัวน้อยที่ยืนอยู่หน้าแนวชายแดนจะได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ”

นายวสวรรธน์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดูแลเบี้ยเลี้ยง เงินพิเศษ เงินที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเงินเยียวยาทหาร โดยยืนยันว่า ยังมีทหารอีกหลายรายที่ไม่ได้รับการเยียวยาจนถึงปัจจุบัน

 

พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการปรับลดงบครุภัณฑ์และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน ทั้ง วิทยุสื่อสาร โดรน และงบซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ โดยย้ำว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของกำลังพล

 

โดยยกตัวอย่างพื้นที่ เนิน 754 ภูโคกใหญ่ ซึ่งเป็นจุดสูงสำคัญตามแนวชายแดน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านระบบสื่อสาร

 

“ถ้าทหารที่อยู่หน้าแนวต้องการติดต่อครอบครัว แต่ถนนขาด การเดินทางเข้าออกต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองวัน พ่อแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของเขาปลอดภัย นี่คือสิ่งที่งบประมาณต้องตอบให้ได้”

นายวสวรรธน์ ยังกล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของอาสาสมัครทหารพราน นายโชคมงคล จากบ้านซำเม็ง อำเภอกันทรลักษ์ จากภาวะหัวใจล้มเหลว พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัว และย้ำว่าชีวิตของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจังพร้อมตั้งคำถามว่า

 

“นี่คือการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณเพื่อความมั่นคงจริงหรือครับ?”

 

ช่วงท้าย นายวสวรรธน์กล่าวถึงกรณีที่เคยถูกวิจารณ์ว่าอภิปรายเพื่อ ‘ทำคอนเทนต์’ พร้อมตอบโต้ว่า ตนไม่ได้มายืนในสภาเพื่อทำคอนเทนต์ แต่สะท้อนปัญหาจากพื้นที่จริงและเสียงของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าแนว

 

“ถ้าการเอาปัญหาจากหน้าแนวมาพูดในสภาเรียกว่าทำคอนเทนต์ แล้วการจัดงบที่ไม่ตอบโจทย์คนหน้าแนว เราจะเรียกว่าอะไรครับ?”

 

นายวสวรรธน์ย้ำว่า ทหารตัวเล็กตัวน้อยไม่ได้ต้องการคำพูดสวยหรู แต่ต้องการ เบี้ยเลี้ยงที่ถึงมือ สวัสดิการที่ถึงจริง เงินเยียวยาที่ไม่ตกหล่น อุปกรณ์ที่ใช้งานได้ และรัฐบาลที่ไม่ทอดทิ้ง

 

พร้อมตั้งคำถามว่า สิ่งที่สะท้อนผ่านการจัดทำงบประมาณในครั้งนี้ กำลังทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่า “หน้ากากของคำว่ารักชาติ ยังสวมอยู่ หรือถูกถอดออกไปแล้ว?”

related