การเมือง

นายกฯ เผย! รธน.2560 ใช้เเล้ว วอนปชช.ช่วยรัฐพัฒนาบ้านเมือง

วันที่ 7 เม.ย.60-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับใหม่ แก่ปวงชนชาวไทย เรียบร้อยแล้ว นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20บนเส้นทางประชาธิปไตย 85 ปี 
ในประวัติศาสตร์การเมืองของไทย 

ที่สำคัญ เป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบจากการออกเสียง “ประชามติ” ของปวงชนชาวไทย ทั้งนี้ การประกาศใช้รัฐธรรมนูญเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่ง ของเหตุการณ์อื่นๆ ที่จะตามมา  จนกระทั่งการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง และเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว รัฐบาลนี้ ก็จะส่งมอบภารกิจให้รัฐบาลใหม่อันจะเป็นการเริ่มช่วงเวลา “ระยะสาม” ตาม Roadmap ที่รัฐบาลและ คสช. วางเอาไว้แต่แรก 

"ผมอยากใช้โอกาสนี้ ขอให้ทุกคน ทุกภาคส่วนกระชับความเข้าใจ และประสานความร่วมมือกัน ยิ่งขึ้นเพื่อพัฒนาประเทศ โดยน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา”อันได้แก่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการคิด – ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประเทศ รวมทั้ง การขับเคลื่อนประเทศ ด้วยกลไก “ประชารัฐ” เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติ และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่มุ่งให้ประเทศไทย “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” 

 

"ผมขอให้ร่วมกันสร้างความสามัคคีปรองดอง สร้างบรรยากาศที่สงบ และสันติสุข เอื้ออำนวยต่อ “วาระแห่งชาติ” ที่กำลังจะมาถึง  
ได้แก่ “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ใหม่ อย่างสมพระเกียรติ  รวมทั้งการเตรียมการเลือกตั้ง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ และยุติธรรม ซึ่งแต่ละเหตุการณ์สำคัญเหล่านั้น ก็จะดำรงไปตามครรลองที่เหมาะสม 

 ไม่สมควรที่จะมีผู้ใด ทำให้เสียบรรยากาศ เสียความรู้สึก เสียความตั้งใจ ของประชาชนชาวไทย ทั้งประเทศ ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศนี้ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิรูปประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประสบความสำเร็จ  ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมี “พี่น้องข้าราชการ” เป็นแกนกลางของการทำงาน ผมขออัญเชิญพระราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ปีนี้  ความว่า…

 “งานราชการนั้น คือ งานของแผ่นดิน มีผลเกี่ยวเนื่องโดยตรง ถึงประโยชน์ของประเทศชาติ และ ประชาชนทุกคน  ดังนั้น ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติบริหารงานของแผ่นดิน จึงต้องทำความเข้าใจถึงความสำคัญในหน้าที่ และความรับผิดชอบของตนให้ถ่องแท้  แล้วร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ด้วยความอุตสาหะ เสียสละ และด้วยความสุจริตจริงใจ  โดยถือประโยชน์ที่จะเกิดจากงานเป็นหลัก  
งานของแผ่นดินทุกส่วน จักได้ดำเนินก้าวหน้าไปพร้อมกัน และสำเร็จประโยชน์ที่พึงประสงค์ คือ ยังความเจริญมั่นคง ให้เกิดแก่ประเทศชาติ และ ประชาชนได้แท้จริง และยั่งยืนตลอดไป” 

 

ทั้งนี้ หลากหลายความสำเร็จ อันเกิดจากการทำงานหนักของข้าราชการ ตามนโยบายรัฐบาลและ คสช. ร่วมกับ “กลไกประชารัฐ”  ที่ผมขอชื่นชม, ขอขอบคุณ และขอให้รักษามาตรฐานการทำงานที่ดี มีธรรมาภิบาล ไว้ตลอดไป  เช่น

(1) หนี้ครัวเรือนของไทย “ลดลง” เป็นครั้งแรก ในรอบ 11 ปี  (2) พี่น้องเกษตรกร และผู้ประกอบอาชีพอิสระ มี “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) รองรับ และ สร้างความมั่นคงในชีวิต อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะถูกละเลย ไม่อยู่ในกองทุนบำเหน็จบำนาญช้าราชการ (กบข.) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กสล.) หรือ กองทุนประกันสังคม

(3) ประชาชนทุกคน ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม  ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม  โดยได้รับการช่วยเหลือจาก “กองทุนยุติธรรม” ในการวางเงินประกัน – การปล่อยตัวชั่วคราว – การจ้างทนายความ เป็นต้น

(4) สถานการณ์คอร์รัปชั่นในประเทศ ภาพลักษณ์ความโปร่งใส ในสายตานานาชาติ “ดีที่สุด” รอบ 10 ปี และ การเรียกรับสินบน “ลดลง” มากกว่าร้อยละ 50 เทียบกับ 15 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องให้ลดลงเหลือ 0 ให้จงได้

(5) ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งผลการดำเนินการมาแล้ว 30 ครั้ง มียอดจำหน่าย และยอดสั่งซื้อสินค้า – ผลิตภัณฑ์ กว่า 1,500 ล้านบาท ยกให้เป็น “ต้นแบบ” “ตลาดชุมชน 4.0” ที่มีการค้า on-line และ e-Commerce หรือ เป็น “ตลาดประชารัฐ” ที่เป็นสถานที่สำหรับการประสานความร่วมมือ หรือ การจับคู่ – การเจรจาทางธุรกิจ ตั้งแต่ผู้ผลิต “ต้นทาง” ไปจนถึงตลาด “ปลายทาง” ตลอดห่วงโซ่คุณภาพเป็นแหล่งรวมกิจกรรมในชุมชนที่ไม่ใช่เป็นเพียงตลาดสด – ตลาดค้าปลีกธรรมดาทั่วไป เป็นต้น  

สำหรับเดือนเมษายนนี้ ตลาดคลองผดุงฯขยายผลความสำเร็จจากตลาด “วิถีไทยชายแดนใต้ กินดี อยู่ได้ เข้าใจกัน” ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมาก มียอดการซื้อขาย กว่า 70 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินจากตลาดนี้ ที่ส่งตรงไปถึงเกษตรกร ชาวประมง ผู้ด้อยโอกาส และ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  

 

วันนี้ ตลาด “มิติใหม่ชายแดนใต้ ก้าวไกล สู่ความเป็นสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้บริการพี่น้องชาวกรุงเทพฯ – ปริมณฑล และ นักท่องเที่ยวแล้ว ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ และ ตลอดเดือนเมษายนนี้  ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่าน มาอุดหนุนสินค้าของพี่น้องชาวใต้ และร่วมกิจกรรม – งานบุญ ช่วงสงกรานต์ด้วย 

และ (6) การออกแบบหลักสูตรและการพัฒนาบุคคลากรของ กศน. ให้เป็น “วิทยากรประจำศูนย์ดิจิทัลชุมชน” กว่า 7,000 ศูนย์ทั่วประเทศ ให้ครบทุกตำบล ซึ่งเป็นตัวอย่างของการทำงาน อย่างบูรณาการกันของภาครัฐ พร้อมกับความร่วมมือของภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนงานด้านนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศ เพื่อช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และ ส่งเสริมให้ชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล  

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง คือ โครงการนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในการประกอบธุรกิจของชุมชนในท้องถิ่น กว่า 41,000 ร้านค้า 
สามารถนำสินค้าไปขายในระบบออนไลน์ เป็นการเพิ่มช่องทางการขาย  สร้างรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว  ช่วยนำรายได้ 
และความมั่งคั่ง ไปสู่ท้องถิ่น อย่างทั่วถึง  ซึ่งในระยะต่อไป จะเป็นการมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก  โดยส่งเสริมเศรษฐกิจผู้ประกอบการในชุมชนท้องถิ่น เพื่อยกระดับผู้ประกอบการในท้องถิ่น ได้แก่ สหกรณ์, กลุ่มเกษตรกร, วิสาหกิจชุมชน, 
SMEs และ Startups  ให้ได้รับการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบธุรกิจ สามารถนำสินค้าเข้าขายผ่านสื่อออนไลน์ได้แล้วยกระดับ ไปเชื่อมกับตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงต่างๆ และสามารถรวมตัวเป็นตลาดออนไลน์ ในระดับประเทศได้