การเมือง

ฝ่ายค้านลั่นฟ้องกลับ “แจ้งความเท็จ” กรณี ม.116 ทั้งผู้รับมอบหมายไปฟ้องและผู้อยู่เบื้องหลัง 

“ชูศักดิ์” ยันไม่เข้าเจตนาพิเศษตามกฎหมาย มอง ม.116 แค่เครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้าม “ปิยบุตร” อัดใช้ข่มขู่คนเห็นต่าง ตั้งแต่ยุค คสช. มารัฐบาลปกติยังเหมือนเดิม ทั้งที่ผ่านมาอัยการ ไม่ฟ้อง ศาลยกฟ้อง เล็งเรียก “พล.ต.บุรินทร์” ชี้แจง กมธ.กฎหมายฯ “พ.ต.อ.ทวี” เชื่อข่มขู่คนหวังแก้รธน. เตรียมแจ้งความกลับฐาน “แจ้งความเท็จ” อาทิตย์นี้

วันนี้ (4 ต.ค. 62) แกนนำ7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แถลงข่าวภายหลังการประชุมกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ฝ่ายหน้า แจ้งดำเนินคดีแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้าน และนักวิชาการรวม 12 คน กระทำผิดตามมาตรา 116

นายชูศักดิ์ ในฐานะผู้มีประสบการณ์กับมาตรา116 กล่าวว่า ตามกฎหมายแล้วความผิดตามมาตรานี้ นอกเหนือจากเจตนาแล้ว จะต้องมีเจตนาพิเศษ ซึ่งกำหนดไว้ 3 ประการ คือ

1. ต้องทำเพื่อให้เกิดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายบ้านเมืองของแผ่นดิน กระทำโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือ ใช้กำลังประทุษร้าย

2. เป็นการกระทำเพื่อสร้างความปั่นป่วน หรือ กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง

3. ต้องการทำไปเพื่อให้เกิดการละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

ซึ่งโดยรวมแล้วเห็นว่า การเสวนาครั้งนี้ ไม่เห็นว่ามีมูลเหตุจูงใจที่เข้าข่ายเจตนาพิเศษ ทั้ง 3ประการ และจะเห็นว่า ผู้มีอำนาจใช้อำนาจดำเนินคดีความผิดตามม.116 มาหลายครั้ง ซึ่งเป็นการกระทำทางการเมืองที่รัฐบาลพยายามใช้เป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้ามมาตลอด

ด้านนายปิยบุตร ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ได้รับมอบหมายให้ไปดำเนินคดีแจ้งความประเด็นดังกล่าว ได้กระทำการเอาผิดผู้อื่นตามม.116 แบบนี้มาแล้วหลายหน ตั้งแต่ยุคคสช. และพอวันนี้เป็นรัฐบาลปกติก็ยังคงปฏิบัติเช่นเดิม

ขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่าคดีเหล่านี้ที่ผ่านมาทั้งศาลและอัยการต่างก็ยกฟ้อง ดังนั้น จึงตั้งคำถามว่า พล.ต.บุรินทร์ มีความพยายามจะทำอะไรกันแน่ และขณะนี้บ้านเมืองก็เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการข่มขู่ต่อผู้ที่แสดงความเห็นต่าง ตามสิทธิเสรีภาพ หรือไม่ แต่กลับกันคนที่ไปแจ้งความกลับได้ดิบได้ดี

และเตรียมจะใช้กระบวนการในสภาฯ ผ่านทางกรรมธิการด้านกฏหมายฯ ที่ตนเป็นประธาน เชิญ พล.ต.บุรินทร์ เข้ามาชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ในการฟ้องร้องในหลายๆครั้ง ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่

ด้านพ.ต.อ. ทวี บอกว่าในทางกฏหมายกอ.รมน.ถือว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการให้ดำเนินคดี ซึ่งตัวพล.อ.ประยุทธ์เองก็แถลงนโยบายว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็น1ใน12 นโยบายเร่งด่วน กอ.รมน.เองก็ควรปฏิบัติตามมติของครม. ยืนยัน การเดินหน้ารณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นไปทางช่องทางส่วนการกระทำที่เกิดขึ้นของผู้ฟ้องร้องดำเนินคดี มองว่า เป็นความพยายามบิดเบือนเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ และเป็นการข่มขู่นักวิชาการกับประชาชน ในการเเสดงความคิดเห็นทางการเมือง ตามสิทธิเสรีภาพ

สำหรับการต่อสู้ทางคดี มีทีมกฏหมายที่มี นายชูศักดิ์ และนายปิยบุตร ดูแล คอยสนับสนุบข้อมูลและข้อเท็จจริงให้ตำรวจ และมองว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการแจ้งความเท็จ ดังนั้น จะดำเนินคดีกลับทั้งผู้เเจ้งความที่รับมอบอำนาจและตัวผู้มอบอำนาจ รวมถึงกำลังพิจารณาถึงตัวนายกรัฐมนตรี หากมีส่วนเกี่ยวข้องอีกด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ด้านนายสงคราม และนายนิคม ย้ำว่าในการเดินสายรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ไม่มีการเสนอให้แก้ไข ในหมวด1-2  พร้อมขอให้หยุดการข่มขู่ การเเสดงความคิดเห็นของประชาชนตามสิทธิเสรีภาพ ขณะเดียวกันก็จะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป และวันอาทิตย์นี้จะไปแจ้งความกลับ ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเป็นที่ จ.ปัตตานี หรือ ที่กองปราบ