การเมือง

“เพื่อไทย” ขู่ยื่นตีความ พ.ร.บ.งบ จี้รัฐบาล แจงข้อกฎหมาย-วินัยการคลัง

“เพื่อไทย” จี้รัฐบาล ชี้แจงข้อกฎหมาย-วินัยการคลัง พ.ร.บ.งบ ขู่ยื่นศาลตีความ แจงกระแสโหวตไม่รับร่าง ยกประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ได้ลงมติให้ ดังนั้นการที่ร่างพรบ.งบประมาณฯ จะผ่านหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประโยชน์ของประเทศ

การเตรียมความพร้อมการพิจารณาพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2563 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17 -19 ต.ค. นี้ นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีผู้แสดงความจำนงที่จะอภิปรายประมาณ 60 คน ดังนั้นเวลาในการอภิปราย 2 วันน่าจะไม่พอเพียง

จึงควรให้อภิปราย 3 วัน ตั้งแต่ 09.30น.ถึง 24.00น. หากรวม 3 วันจะได้ประมาณ 40 ชั่วโมง เพราะช่วงแรกจะมีการพิจารณาพระราชกำหนดก่อน จึงจะขอประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าขออภิปรายกันตามความเป็นจริง ซึ่งจะแบ่งกัน 5-6 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้เท่าที่ดูการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้พบว่ามีหลายส่วนที่จัดไว้โดยไม่มีรายละเอียด ซึ่งตามรัฐธรรมนูญระบุว่าจะต้องมีรายละเอียด ถือว่ามีการกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และหากไม่ปรับปรุงก็อาจจะไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

“เท่าที่เห็นตอนนี้มีการกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายจุดทั้งรัฐธรรมนูญ พรบ.ระเบียบงบประมาณ พรบ.วินัยการเงินการคลัง แผนยุทธศาสตร์ชาติ ผมดูแล้วการจัดงบประมาณ ดูหลายจุด ขัดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องขอคำชี้แจง เพราะรัฐบาลทำอะไรที่ขัดกฎหมายมาแล้วหลายครั้ง มันก็ต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดี ต้องรอฟังคำชี้แจงก่อน แต่หากไม่เคลียร์ก็ต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะการจัดสรรงบประมาณต้องทำเป็นบรรทัดฐาน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของรัฐธรรมนูญนี้ ปีหน้าก็ต้องจัด ปีต่อๆไปก็ต้องจัดทุกปี แล้วถ้าเราไม่สร้างบรรทัดฐานไว้ ก็จะมีปัญหาในวันข้างหน้า ดังนั้นแม้ว่าเราไม่อยากยื่น ไม่อยากร้อง แต่อันไหนที่ทำผิดกฎหมายชัดเจน เราจะปล่อยไป มันก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”นายสุทิน กล่าว

ชี้ทุ่มงบด้านความมั่นคงเกินจำเป็น

นอกจากนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลเน้นไปที่กระทรวงด้านความมั่นมาก ไม่สัมพันธ์กับปัญหาประเทศ จึงจะเสนอให้ปรับปรุง รวมทั้งเห็นว่าประมาณการรายรับก็ไม่น่าจะทำได้ตามเป้า เพราะตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง แล้วจะจัดเก็บภาษีให้สูงขึ้นได้อย่างไร รวมทั้งยังมีการจัดสรรงบกลางไว้จำนวนมากโดยที่ไม่มีรายละเอียดในการใช้งบประมาณ ดังนั้นหากจะใช้เพื่อฉุกเฉินหรือช่วยน้ำท่วมก็สามารถจัดสรรไปอยู่ในกระทรวงอื่นที่สามารถตรวจสอบได้ และแบ่งอำนาจไปให้ช่วยกันดูแล ดังนั้นทั้งหมดนี้รัฐบาลจะต้องชี้แจงในวันพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณฯ

สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายค้านจะไม่โหวตรับร่าง พรบ.งบประมาณฯ ครั้งนี้นั้น สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ได้ลงมติให้ ดังนั้นการที่ร่างพรบ.งบประมาณฯ จะผ่านหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประโยชน์ของประเทศ หากจัดสรรมาไม่ดี ก็อยากให้รัฐบาลกลับไปทำใหม่ ให้เหมาะสม และลำพังเสียงของรัฐบาลก็พอเพียงอยู่แล้ว หากไม่ผ่านก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเอง ซึ่งเท่าที่ติดตามก็เห็นว่ารัฐบาลมีปัญหา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-พรรคฝ่ายค้าน ผนึกกำลัง ไม่โหวตหนุนพ.ร.บ.งบฯ ปี 63
-“ศักดิ์สยาม” มั่นใจ “ร่างพ.ร.บ.งบฯ63”
-“ชวน” สวน “อดิศร” ​ยันไม่เคยขวางแก้รัฐธรรมนูญ
-บิดเบือนคำในสภา!! “บิ๊กตู่” หน่ายข่าวปั้นเท็จ