Breaking การเมือง

มติ กกต. สวนหมัด กรธ.! เซ็ตซีโร่ขัด รธน. 3 มาตรา

 

กกต. ชง 6 ประเด็น แย้งร่าง พ.ร.ป.กกต. ต่อ สนช. ศุกร์นี้ (23 มิ.ย.) เสนอตั้ง กมธ.ร่วม ยันปมเซ็ตซีโร่ขัดหลักนิติธรรม-นิติประเพณี ด้าน “สมชัย” ชี้ กกต. เห็นว่า ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง ไม่มีเนื้อหาขัด รธน.

วันที่ 20 มิ.ย. 60 — นายภูมิพิทักษ์ กองแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงหลังการประชุม กกต. ว่า ที่ประชุม กกต. มีมติให้โต้แย้งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ใน 6 ประเด็น ที่เห็นว่า ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ คือ

 

1.มาตรา 11 วรรคสาม มีการกำหนดเพิ่ม เรื่องการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้เป็นกรรมการสรรหากกต. ว่า ให้คัดเลือกบุคคลซึ่งมีความเป็นกลาง ซื่อสัตย์ สุจริต มีความเข้าใจภารกิจของ กกต. ไม่มีพฤติกรรมยอมตนอยู่ใต้อาณัติพรรคการเมืองใด ซึ่งถือว่าเขียนเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 203 ประกอบมาตรา 201 และมาตรา202 บัญญัติไว้

2.มาตรา 12 วรรคหนึ่ง มีการกำหนดเพิ่มเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ กกต. ว่า บุคคลที่จะเป็น กกต. ต้องไม่มีพฤติการณ์ยอมตนอยู่ใต้อาณัติพรรคการเมืองใด ๆ รวมตลอดทั้งมีทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสำเร็จ ซึ่งเขียนเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญมาตรา 203 วรรคท้าย ประกอบ 206 และ 222 บัญญัติไว้

3.มาตรา 26 ที่บัญญัติให้ กกต.คนเดียว หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นทุจริตสามารถสั่งระงับ ยับยั้งการเลือกตั้งในหน่วยหรือเขตเลือกตั้งนั้นได้ และให้รายงานต่อ กกต. ทราบโดยเร็ว เห็นว่า ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 224 วรรคสาม ที่บัญญัติให้เรื่องดังกล่าว กกต.คนเดียว ว่า มีอำนาจเด็ดขาดดำเนินการได้โดยไม่ต้องรายงานต่อ กกต.

4.มาตรา 27 ให้ กกต. มอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการจัดการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขณะที่ รัฐธรรมนูญมาตรา 224 (1) และ (2) บัญญัติให้ กกต. มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้เองหรือมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการได้

5.มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ที่ให้ กกต. มอบอำนาจให้เลขาธิการ กกต. หรือพนักงาน กกต. เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจในการสืบสวน สอบสวน หรือไต่สวนได้ ซึ่งเป็นการเขียนเกินกว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 224 วรรคสอง ที่บัญญัติให้อำนาจดังกล่าวเป็นของ กกต. เท่านั้น

6.มาตรา 70 ที่ให้ กกต.ปัจจุบัน พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ โดยเห็นว่าบทบัญญัตินี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 มาตรา 26 และ 27 ในเรื่องของหลักนิติธรรมและหลักนิติประเพณีที่ปฏิบัติมา ทั้งนี้การพิจารณาเรื่องดังกล่าวของ กกต. เป็นการประชุมลับ ซึ่ง กกต. ก็จะส่งหนังสือแย้งดังกล่าวไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในเย็นวันที่ 23 มิ.ย. นี้

 

สำหรับประเด็นร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น ที่ประชุมเพียงแต่รับทราบถึงการที่ สนช. ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว รวมถึงกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเชิญ นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ด้านพรรคการเมือง ไปหารือในวันพรุ่งนี้ (21 มิ.ย.) แต่ กกต. ยังไม่ได้รับร่างดังกล่าว จึงยังไม่มีความเห็นใด ๆ ในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามหากไม่มีประเด็นที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่มีปัญหาในทางปฏิบัติไม่ว่าจะยากหรือง่าย กกต. ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนั้น การจะหารือในวันพรุ่งนี้ (21 มิ.ย.) ไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาของ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการพิจารณาข้อโต้แย้งทั้ง 6 ประเด็นของ กกต. 5 ประเด็น กกต. มีมติเอกฉันท์ มีเพียงประเด็นเรื่องคุณสมบัติ กกต. ที่ที่ประชุมมีมติ 3:2 โดยนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ และนายประวิช รัตนเพียร เป็น 2 เสียงข้างน้อย ที่ไม่เห็นด้วยกับการแย้ง สนช. เรื่องคุณสมบัติ เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว

 

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. เปิดเผยว่า ในประเด็นร่างพ.ร.บ.พรรคการเมือง เบื้องต้นที่ประชุม กกต. เห็นว่า ไม่ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่ขณะนี้ กกต. ยังได้ไม่รับร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งการที่ กกต. ส่งผู้แทนไปหารือกับ กรธ. ในวันพรุ่งนี้ (21 มิ.ย.) ตามคำเชิญ ก็เพราะว่ากกต. มีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายนี้มาแต่แรก และหากท้ายที่สุด กกต. ไม่เห็นด้วยว่าร่างกฎหมายนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ใช่เรื่องของการเอาคืน แต่เราเห็นว่าเป็นเรื่องของแนวทางปฏิบัติซึ่ง ฝ่ายปฏิบัติของ กกต. ก็ยืนยันต่อที่ประชุม กกต. ถึงแม้จะยากแต่ก็ทำได้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน