"สุทิน" อัดยับ นายกฯ มีปมด้อย ถูกต่างชาติบอยคอต เหตุต้นตอความเหลื่อมล้ำ

25 ก.พ. 2563 เวลา 7:44 น.

นายสุทิน คลังแสง ซัดนายกฯ เป็นบุคคลที่มีปมด้อย เพราะเข้าบริหารราชการแผ่นดินด้วยการรัฐประหาร ถูกต่างชาติบอยคอต ชี้ปมเอื้อคนรวย-ไม่ช่วยคนจน ต้นเหตุไม่ไว้วางใจ นโยบายประชารัฐต้นตอความเหลื่อมล้ำ-เอื้อนายทุน

เมื่อเวลา12.33 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายในการประชุมสภาฯ ซึ่งพิจารณาญัตติทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในสาระสำคัญต่อการไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอนหนึ่งว่า

นายกฯ เป็นบุคคลที่มีปมด้อย เพราะเข้าบริหารราชการแผ่นดินด้วยการรัฐประหาร โดยปี 2557 ถูกต่างชาติบอยคอต ส่งผลให้รายได้เข้าประเทศที่มาจากต่างประเทศ เช่น ส่งสินค้า 70% หายไป ส่วนการอภิปรายของฝ่ายค้านที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน แม้นายกฯ ปฏิเสธว่า ไม่ได้เอื้อ แต่ขอให้นายกฯ ชี้แจงต่อสภาฯ อย่างชัดเจนว่าทำไมกลุ่มนายทุน นักธุรกิจถึงร่ำรวยมากขึ้น ตลอด 5 ปี

อย่างไรก็ตาม ตนได้ข้อมูลว่าในช่วงแรกของรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมลงนามกับกลุ่มธุรกิจ 24 กลุ่ม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐ ที่ตนเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของความเหลื่อมล้ำ ที่ไม่คำนึงถึงประชาชน แต่มองเฉพาะเอกชน กับรัฐเท่านั้น เท่ากับคนดูแลห้องเก็บเนื้อสด เปิดประตูให้เสือให้เข้าไปกินเนื้อทั้งหมด

นายสุทิน กล่าวด้วยว่าการขับเคลื่อนประชารัฐ นายกฯ​ ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนภาครัฐ กับเอกชน จำนวน 12 คณะ ประกอบด้วยกลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มมิตรผล, กลุ่มโรงแรมดุสิต เข้าร่วม รวมถึงตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคีทั่วประเทศ

แต่ล่าสุดทราบว่า บริษัทดังกล่าวที่ประกอบกิจการอยู่เพียง 5 จังหวัด จาก 77 จังหวัด เนื่องจากเป็นพื้นที่ไม่ทำกำไร อย่างไรก็ตามมีข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ผ่านเอเชียไทม์ ระบุว่า การดำเนินงานภายใต้โครงการประชารัฐ ทำให้กลุ่มทุนที่ผลิตเบียร์และสุราพื้นบ้าน เพิ่มมูลค่าขายมากขึ้น เช่น สุราพื้นบ้าน เดิมขวดละ 70 บาท ล่าสุด 120 บาท เป็นต้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มอุตสาหกรรม

ขณะที่ประชาชนไม่ได้รับการดูแล และยังต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ผ่านการเก็บภาษีทั้งทางตรง และทางอ้อม รวมถึงมีข่าวที่นำเสนอผ่านสื่อมวลชนระบุด้วยรัฐบาลยังช่วยเหลือกลุ่มนายทุน ผ่านการยึดที่ชาวบ้านกว่า 6,000 ไร่ ทั้งที่ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันรัฐบาลควรช่วยเหลือประชาชนก่อนอันดับแรก ขณะที่ภาษีที่ดินที่รัฐบาลชะลอใช้ ตนตั้งข้อสังเกตว่าเพื่อต้องการช่วยนายทุน

“เงินที่รัฐบาลแจกให้แต่ละเดือน เหมือนเป็นยาชา ที่ทำให้ประชาชนไม่เดือดร้อน แต่กรณีแจกเงินดังกล่าวอาจซ้ำรอยเหมือนประเทศเวเนซูเอลา ที่แจกบัตรฟาเตอร์แลนด์การ์ด ที่มีลักษณะคล้ายกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ประชาชนไม่ทำงาน รอเงินจากรัฐ ทำให้ธุรกิจเอกชนเจ๊ง เป็นยาจกนับซี่โครง อัตราเงินเฟ้อสูงถึง 8 หมื่นเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ผมเชื่อว่าประเทศไทยที่ไม่เกิดวิกฤต หรือสงครามความเหลื่อมล้ำ เพราะบัตรทอง หากพล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อไป ตามชุดความคิดที่สร้างความเหลื่อมล้ำ อาจสร้างปัญหาให้ประเทศ ผมขอให้นายกฯ ลาออกเพื่อประเทศ” นายสุทิน อภิปราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด