ทำไมต้อง "ตู้คอนเทนเนอร์" สกัดการเคลื่อนไหว "ม็อบ25พฤศจิกา"

25 พ.ย. 2563 เวลา 7:59 น.

"ตู้คอนเทนเนอร์" อีกหนึ่ง "ยุทโธปกรณ์" ที่ถูกใช้เป็นแนวป้องกัน "ม็อบ25พฤศจิกา" เพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนขบวนเข้าพื้นที่ต้องห้ามทั้งหมด

หลายคนเห็นภาพที่ปรากฎกลางใจเมืองหลวง กรุงเทพมหานครวันนี้แล้วคง ตะลึง อึ้ง ไปชั่วขณะจิต ว่านี่เราอยู่ในยุคไหนกันแล้ว ตู้คอนเทนเนอร์มากมาย มาตั้งขวางถนน ราวกับบ้านเมืองตกอยู่นภาวะสงคราม ความวุ่นวาย หรือต้องตั้งค่ายกล เพื่อป้องกันผู้บุกรุก หนังฝรั่งต่างชาติ มากมายหลายเรื่องเคยมีฉากคุ้นตาเหล่านี้

พิจารณาที่มาที่ไปแล้ว คาดเดาได้ว่า ที่ผ่านมา การรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการหลากหลาย ตั้งรับ ตั้งแถวปราบจราจล มีรถฉีดน้ำเป็นทัพเสริมแนวที่สอง รุกไล่ผู้ชุมนุมก็ทำมาแล้ว ฉีดน้ำ ก็ทำมาแล้ว ตั้งแถววางลวดหนามเฉยๆ ก็ทำมาแล้ว สารพัดอย่างที่เคยทำ ดูจะไม่ค่อยสำเร็จ และส่งผลเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีสะท้อนกลับมาสู่เจ้าหน้าที่เป็นส่วนใหญ่ เช่น

กรณีการฉีดน้ำ ก็โดนตำหนิ ถูกตั้งข้อสังเกตถึงสารเคมีที่ใช้ บ้างก็ว่าทำเกินกว่าเหตุ บ้างก็ไปโพสต์ลงโซเชี่ยล อ้างว่าแผลพุพองที่เกิด เพราะโดน เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำใส่ เสียงก่นด่า ตามมาเป็นพรวน 

พอตั้งแถวถือโล่ห์รับ ก็เกิดการผลัก การดัน ภาพที่ปรากฎออกสื่อ ก็มีหลายช็อต พลาดไปเจอช็อตไม่เหมาะเข้าก็มีปัญหาอีก วางลวดหนาม ก็ดูจะไร้ผล สกัดอะไรไม่ได้ ผู้ชุมนุมรุกคืบได้ ไม่สามารถจำกัดพื้นที่การชุมนุม หรือการเคลื่อนตัวได้

ใช้รถเมล์ ก็ก๊าซรั่วบ้าง เสี่ยงไฟไหม้ เสี่ยงระเบิด โดนผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายเองบ้าง ต้นสังกัดเจ้าของรถเมล์ โวยวายห้ามใช้ หมดหนทางสันติวิธี

 

มาวันนี้ เข้าใจว่านี่คือหนทางที่เจ้าหน้าที่คิดมาแล้วว่าเหมาะสมที่สุดกับการสกัด จำกัดพื้นที่ผู้ชุมนุม ไม่ให้เคลื่อนไปในพื้นที่หวงห้าม หรือพื้นที่เฉพาะตามกฎหมาย การใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่แบบนี้มาวางเรียงราย ข้อดี คือ

1. ไม่มีการปะทะ ระหว่าง ผู้ชุมนุม กับเจ้าหน้าที่ แน่นอน

2. ไม่มีการเคลื่อนย้ายออกไปเหมือนเอารถยนต์มาขวางแน่นอน วางตู้ชั้นเดียวอาจจะยกได้ วางสองชั้น เพิ่มเลเวลความยากขึ้นอีกนิด 

3. ไม่มีการฉีดน้ำ เพราะข้ามมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องฉีดน้ำสกัดอะไร หมดคำถามน้ำใส่สารเคมีอะไร

4. ไม่เสี่ยงต่อการระเบิด เกิดเพลิงไหม้ เหมือนเอารถยนต์มาขวาง และไม่ต้องมีการค้นรถไปพบเจออะไรให้วุ่นวายตามมาอีก

5. ไม่มีพื้นที่ให้มือที่สาม กระทำการใดๆ มีแต่ตู้คอนเทนเนอร์

6. ไม่เปลืองงบประมาณจัดซื้อลวดหนาม วางแล้วก็โดนตัด สกัดอะไรก็ไม่ได้

7. ไม่เสียค่าเบี้ยเลี้ยงรายวัน เหมือนใช้กำลังพล แต่อาจเสียค่าเช่าแทน

8. ไม่เหนื่อย ไม่ถอย เพราะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งข้ามวันข้ามคืนก็สกัดกั้นได้อย่างเข้มแข็งตลอด 24 ชม.

9. ไม่เสียพื้นที่ให้แก่ผู้ชุมนุมเพิ่มแน่นอน เพราะเคลื่อนย้ายแนวกั้นอย่างตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้

10. ไม่เสียเปล่า เกิดแลนด์มาร์คใหม่ กลางเมืองผู้คนแห่ไปถ่ายภาพหามุมมหาชน 

 

แต่.....ข้อเสียที่ตามมา ก็อย่างที่บอก ภาพที่ปรากฏ ตู้คอนเทนทเนอร์ ที่มาวางขวางถนน กลางใจเมืองหลวง ทำให้บรรยากาศบ้านนี้เมืองนี้ ดูน่าวิตกกังวลอยู่เนืองๆ หลายคนก็ออกมาบ่นกันว่าไม่คิดว่าภาพแบบนี้จะปรากฎขึ้นใน กทม. การจราจรที่เดิมก็ติดขัดกันอยู่แล้ว ก็ยิ่งติดขัดหนักขึ้นไปอีก 

คำถามที่ตามมาคือ เราต่างเห็นภาพความขัดแย้งเหล่านี้ปรากฏกันมาระยะหนึ่งแล้ว เราต่างเห็นกันว่า สองฝ่ายมีความคิดความเชื่อเป็นของตนเอง สมมุติกันเล่นๆ ว่ามีฝ่ายหนึ่ง ประสบความสำเร็จ ถามเอาความจริงไม่โลกสวย คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมรับ และนิ่งเฉย พร้อมฟัง หรือไม่ ?

เราเดินมาถึงจุดที่คนในสังคมมีความขัดแย้งกันบางส่วน แต่บางส่วนที่ว่า ต่างไม่มีทีท่าว่าจะสามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคมเดียวกัน นี่หรือคือ ประเทศไทย ที่คนไทย ไม่สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข ไม่ต้องถามหาว่าใครผิดใครถูก เพราะเรื่องราวมันเลยจุดนั้นมาแล้ว แต่....

ควรถามว่า ความเห็นต่างที่ว่า จะจบมันได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครยอม ถอย เพื่อเดินหน้าต่อกันบ้างเลย...

ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย....

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด