นายกฯ ยืนยันวัคซีนโควิด-19 เจ้าอื่นขึ้นทะเบียนได้ไม่ผูกขาด Astrazenega

19 ม.ค. 2564 เวลา 6:33 น.

พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยกรณี Astrazenega ขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิดกับไทยมาเอง ด้านบริษัทอื่นหากสนใจก็ไม่ติด สามารถขอได้เช่นกัน ส่วนการตัดสินใจสั่งซื้อมั่นใจถูกต้องแล้ว

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวจากทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯ เยี่ยมชมอีเว้นท์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผลงานวิจัยที่ได้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2564 และชมกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการ “ฮาวทูแยก - แยกอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ”

เป็นที่สังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าเรียบเฉย โดยนายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งว่า กรณีที่สั่งนำเข้าวัคซีนจากบริษัท Astrezanega เนื่องจากบริษัทดังกล่าวขอเข้ามา และบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ก็มีความพร้อม แต่บริษัทอื่นของเรายังไม่พร้อม และไม่ได้ปิดกั้นการขอขึ้นทะเบียนวัคซีนจากทุกบริษัท แต่ต้องมีการรับรองมาตรฐาน จากต้นทางมาด้วย

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนการฉีดวัคซีนจะมาตามการจองประมาณเดือนพ.ค.-มิ.ย. ไม่ใช่ว่าเมื่อได้มา อย. จะอนุญาตได้ในทันที ระหว่างนี้ก็ศึกษาผลที่เกิดขึ้นหลังการฉีดเป็นอย่างไร เพื่อเตรียมมาตรการป้องกัน ก็ถือว่าดีที่สุดในขณะนี้ และเราก็น่าจะตัดสินใจได้ถูก ถ้าของคนอื่นเขาได้ผลเราก็ซื้ออีก เราไม่ผูกขาดใครอยู่แล้ว

"วัคซีนนำเข้ามาจะต้องมีการควบคุม ใช้ในสถานการณ์แพร่ระบาดเรียกว่าฉุกเฉิน ไม่ใช่ใครก็ได้จะนำเข้าในเวลานี้ รัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบตรงนี้ จะนำเข้ามาจำนวนเท่าไหร่ วันหน้าดีขึ้นแล้วในทางพาณิชย์ค่อยว่ากันอีกที ใครจะมาฉีดเองไม่ได้ทั้งนั้น มันต้องมาจากเรา ถ้ามีปัญหาความรับผิดชอบก็ต้องอยู่ที่บริษัทผู้ผลิตด้วย ตอนนี้ขอให้เข้าใจคำว่าฉุกเฉิน จำเป็นต้องใช้ แม้จะมีผลค้างเคียงบ้าง ก็แล้วแต่กลุ่ม ขอความกรุณาสื่อเวลาเสนอข่าวดูรายละเอียดด้วยไม่เช่นนั้นจะสับสนอลหม่านกันหมด รัฐบาลต้องดูแลตรงนี้ให้เพียงพอ รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลคนทั้งประเทศ" นายกฯ กล่าว