svasdssvasds

ทิม พิธา มีชื่อถือหุ้นสื่อฯ เสี่ยงก้าวไกล "ถูกยุบพรรค" ซ้ำรอยอนาคตใหม่

ทิม พิธา มีชื่อถือหุ้นสื่อฯ เสี่ยงก้าวไกล "ถูกยุบพรรค" ซ้ำรอยอนาคตใหม่

เลือกตั้ง 66 ร้อนฉ่า! พรรคก้าวไกลเสี่ยงถูกยุบพรรค เพราะ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นไอทีวี อาจซ้ำรอย กรณียุบพรรคอนาคตใหม่

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐร้อง กตต. ตรวจสอบกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) 42,000 หุ้น เนื่องจากรัฐธรรมนุญ มาตรา98(3) ระบุไว้ว่า “ห้ามบุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการ สมัครรับเลือกตั้ง เป็นส.ส.

เนื่องจาก ไปตรวจสอบข้อมูลกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แล้วพบว่า บ.ไอทีวี ยังเป็นนิติบุคคล ที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ มีการส่งงบประมาณ ปี 60 - 64
ที่สำคัญ พบว่า 7 เม.ย.66  พิธา ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นไอทีวี ลำดับ 6,121 

นอกจากนั้นเมื่อย้อนกลับไปช่วงที่คุณพิธา ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ต่อ ป.ป.ช. ตอนเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.   เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 62 ก็ไม่ได้แจ้งรายการ เรื่องถือหุ้น ไอทีวี ต่อ ป.ป.ช.ด้วย
จึงแจ้งให้ กกต. เร่งตรวจสอบว่า พิธา ขาดคุณสมบัติ ส.ส. หรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

       คุณพิธา ออกมาชี้แจงเรื่องนี้โดยเขาบอกว่าเขาไม่มีความกังวลเพราะ  ไม่ใช่หุ้นเขาแต่เป็นของกองมรดกและเขาเป็นผู้จัดการมรดก มีการปรึกษาและแจ้งต่อ ป.ป.ช. ไปนานแล้ว
รวมถึงทีมกฏหมายของพรรคก้าวไกลก็รับเรื่อง ถ้ากกต.ส่งหนังสือให้ไปชี้แจ้งก็พร้อมที่จะชี้แจงเรื่องนี้ต่อ กกต. ส่วนตัวมองว่า เป็นเจตนาที่จะสกัดพรรคก้าวไกลที่กระแสแรงในช่วงโค้งสุดท้ายแต่ขอให้ทุกคน อย่าหวั่นไหว อย่าเสียสมาธิกับเรื่องไม่เป็นเรื่องไม่มีอะไรจะมาขัดขวางก้าวไกลเราได้อีกแล้ว

       นักกฏหมายก็ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องว่าถ้าหุ้นของผู้ตายยังไม่ถูกแบ่งหุ้นยังคงเป็นของผู้ตาย แต่ถ้ามีการแบ่งแล้วหุ้นจะตกเป็นของผู้สืบทอดมรดก
สอดคล้องกับเนชั่นทีวีได้ข้อมูลจากผู้พิพากษา ถ้าทายาทคนอื่นเห็นว่าผู้จัดการมรดกจัดการช้า เปลี่ยนคนได้ แต่ถ้ามีการโอนทรัพย์สินเข้าตัวเองแบบผิดกฏหมายก็จะโดนดำเนินคดีอาญา แต่ถ้าไม่มีคนยื่น คนจัดการสามารถดูแลได้เป็นสิบๆปี เข้าข่ายกรณีของ คุณพิธา ทายาทรู้อยู่แล้วว่าทรัพย์สินอันไหนเป็นของใคร แค่รอโอนเปลี่ยนชื่อ

ล่าสุดนายอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท ออกมาโพสเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีนี้ว่า 

1.หยุดประกอบกิจการสถานีโทรทัศน์ไอทีวีตั้งแต่ 24.00 น.วันที่ 7 มีนาคม 2550 สืบเนื่องจากการบอกเลืกสัญญาร่วมงานของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
2.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย delist ถอดหุ้นไอทีวีจากการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 24 กค.2557
3.ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการฟ้องร้องพิพาททางกฏหมายกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากกรณีที่อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดว่า
-การบอกเลิกสัญญาของ สปน. ไม่ชอบด้วยกฏหมาย
-ให้ สปน.ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 2,890 ล้านบาท
3.1 ต่อมา สปน.ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยชี้ขาดของอาุญาโตตุลาการ ซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องของ สปน.
3.2 มกราคม 2564 สปน.ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลาง ต่อศาลปกครองสูงสุด คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา
4. ปีบัญชี 2565 ไอทีวี มีรายได้จากการลงทุนและดอกเบี้ยรับ 20.5 ล้านบาท (ผลตอบแทนจากตราสารหนี้และตราสารทุน) กำไรสุทธิ 8.5 ล้านบาท
5. ไอทีวี มีบริษัทย่อย 1 บริษัท คือบ.อาร์ตแวร์มีเดีย ให้เช่าอุปกรณืผลืตรายการวิทยุโทรทัศน์ ผลิตรายการโทรทัศน์ ซื้อขายลิขสิทธิ์ภาพยนต์และรายการโทรทัศน์ และกิจกรรมการตลาดอื่นๆ สถานะปัจจุบันของบริษัท คือ หยุดประกอบกิจการ
6. กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่โดยพฤติการณ์มีอิทธิพบต่อการกำหนดนโยบายและการดำเนนิงานบ.ไอทีวีในปัจจุบัน คือบ.อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
7. การรักษาสถานะความเป็นนิติบุคคลของบ.ไอทีวี เพื่อดำเนินการฟ้องร้องกับสปน. (ความเห็นผู้เขียน)
หมายเหตุ ข้อ 7 เป็นความเห็นส่วนตัว / ส่วนข้อ 1-6 เป็นข้อมูลจากรายงานประจำปี 2565 ของ ITV”

ทิม พิธา มีชื่อถือหุ้นสื่อฯ เสี่ยงก้าวไกล "ถูกยุบพรรค" ซ้ำรอยอนาคตใหม่

       ส่วนกรณีที่มีชื่อคุณพิธาในเอกสาร บมจ.006 โดยไม่มีคำว่า ผู้จัดการมรดกต่อท้ายในวงเล็บ ก็หมายถึงว่าหุ้นเป็นของคุณพิธาแล้ว นอกจากว่าเจ้าหน้าที่พิมพ์เอกสารผิด

related