สดุดี 3 ตำรวจผู้กล้าพลีชีพเหตุกราดยิงโคราช

10 ก.พ. 2563 เวลา 4:14 น.

ในหลวง-ราชินีทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ หลั่งน้ำตาสดุดี 3 ตำรวจผู้กล้าพลีชีพเหตุยิงสนั่นโคราช ปูนบำเหน็จ ร.ต.อ. 7 ขั้น

สดุดี 3 ตร.พลีชีพเหตุกราดยิงที่โคราช ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น 5 ชั้นยศ “ร.ต.อ.ตระกูล” พร้อมเงินบำเหน็จความชอบ-กองทุนต่างๆ เบื้องต้นกว่า 2 ล้านบาท ประวัติผ่านหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย-ทำลายวัตถุระเบิด เผยตร.สาหัสอีก 3 บาดเจ็บ 4 “ในหลวง-ราชินี” ทรงห่วงใย พระราชทานแจกัน-สิ่งของ พร้อมรับผู้บาดเจ็บและศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ จากเหตุการณ์ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี ใช้อาวุธสงครามยิงกราดจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนเกิดการยิงต่อสู้กันทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต

โดย พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย (อรินทราช 26) บก.สปพ. บช.น. เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่นั้น

ผบ.ตร.ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชา บช.น. ลงไปช่วยดูแลสิทธิประโยชน์ที่ผู้เสียชีวิตพึงจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง พร้อมทั้งกล่าวยกย่องเชิดชู ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกระทั่งตนเองต้องเสียชีวิตจากการปะทะกับคนร้าย

ขณะที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะ ร.ต.อ.ตระกูล เป็นบุคลากรชั้นเลิศ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ นับว่าเป็นความสูญเสียของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้เบื้องต้น ร.ต.อ.ตระกูล พึงจะได้รับ ดังนี้ เสนอพิจารณาเลื่อนขั้น 7 ขั้น 5 ชั้นยศ กรณีปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายจนได้รับอันตรายถึงเสียชีวิต ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ.2521 ส่วนเงินช่วยเหลือจากกองทุนต่างๆ

อาทิ 1.กองทุนสวัสดิการ ตร. ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท 2.ฌาปนกิจสงเคราะห์ ตร. 656,923 บาท 3.สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ (สมาชิกไม่เกิน 10 ปี) 300,000 บาท 4.กองทุนช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ (Police award) 500,000 บาท 5.มูลนิธิ บช.น. ไม่เกิน 90,000 บาท 6.เงินกองทุนสวัสดิการ บช.น. 30,000 บาท 7.มูลนิธิผะอบ ณ นคร เพื่อตำรวจนครบาล 30,000 บาท รวมเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ประมาณ 2,100,000 บาท

นอกจากนั้นในส่วนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่รายอื่น ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งทาง บช.น.จะได้ดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนั้นแล้ว บช.น.ได้รับการติดต่อจากคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ที่อยู่ในพื้นที่ของ บช.น. รวมทั้งภาคเอกชน ที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวข้าราชการตำรวจผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งทาง บช.น.ก็จะได้รวบรวมเงินบริจาค เพื่อมอบให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป

สำหรับประวัติ ร.ต.อ.ตระกูล เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2527 อายุ 34 ปี บิดา นายก๋วน ทาอาษา มารดา นางเพียรศรี ทาอาษา ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 155 หมู่ 7 ต.ผางาม อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ประวัติการศึกษา ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 (2534–2540) โรงเรียนบ้านดงมะตื๋น ต.ผางาม อ.เวียงชัย จ.เชียงราย

ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 (2540-2542) โรงเรียนวัดห้วยเคียน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ระดับ ปวช. (2543-2546) โรงเรียนโปลิเทคนิคเชียงราย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ระดับ ปวส. (2546-2548) และหลักสูตร นสต. ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 จ.ยะลา

สำหรับประวัติการรับราชการ 1 พฤษภาคม 2550 แต่งตั้งยศเป็น ส.ต.ต. ดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ ร้อย.รพศ.2 กก.1 บก.สอ.บช.ตชด. และ 7 กันยายน 2552 ดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.1 บก.สอ.บช.ตชด. 1 พฤษภาคม 2553 แต่งตั้งยศเป็น ส.ต.ท. และ 16 พฤษภาคม 2555 ได้รับการแต่งตั้งข้าราชการชั้นประทวนเลื่อนชั้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่งตั้งยศเป็น ว่าที่ ร.ต.ต. ดำรงตำแหน่ง รอง สว.งานธุรการ กก.สุนัขและม้าตำรวจ บก.สปพ.

จากนั้น 1 มกราคม 2556 แต่งตั้งยศเป็น ว่าที่ ร.ต.ท. และ 22 พฤษภาคม 2558 แต่งตั้งดำรงตำแหน่ง รอง สว.งานสายตรวจ/อารักขา กก.สุนัขตำรวจ จนปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ.

นอกจากนี้หลักสูตรพิเศษที่ผ่านการฝึกอบรม คือ หลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้าย (นเรศวร 261) รุ่นที่ 14 บก.สอ.บช.ตชด. และหลักสูตรทำลายวัตถุระเบิด กองสรรพาวุธ รุ่น 13 รวมทั้ง หลักสูตรการกระโดดร่มแบบกระตุกเอง บก.สอ.บช.ตชด.

ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุยิงปะทะอีกระลอกภายในห้างเทอร์มินอล 21 นครราชสีมา โดยหลังสิ้นเสียงปืน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการถูกคนร้ายยิงด้วยปืน เอ็ม 60 จำนวน 3 คน คือ ส.ต.ท.กฤษฎา การุณ สังกัดอรินทราช 26 ถูกนำส่งโรงพยาบาล และร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ถูกยิงที่หน้าอกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ ส.ต.ต.รัฐธรรมนูญ นาทอง กองปราบปราม ถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บ

มีรายงานว่า ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่แชทสุดท้ายของ ร.ต.อ.ตระกูล ที่แชทคุยกับแฟนสาว เริ่มตั้งแต่เวลา 20.49 น.ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยแฟนสาวถามว่า อยู่ไหน ก่อน ร.ต.อ.ตระกูล จะตอบว่า “ผมมางานด่วนที่โคราช กำลังนั่ง ฮ.” จากนั้นแฟนสาวบอกให้ดูแลตัวเองดีๆ กลับมากินเกาลัดที่ซื้อมาฝาก “ปุ๊ดูแลตัวเองดีๆ นะ มันอย่างบ้าคลั่งมาก” ซึ่งทำให้หลายคนที่เห็นโพสต์ดังกล่าวเกิดความสะเทือนใจ พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย

เมื่อช่วงเวลา 14.00 น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน สรุปรายชื่อตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากเหตุกราดยิงใน จ.นครราชสีมา ดังนี้ เสียชีวิต 3 ราย 1.ด.ต.ชัชวาลย์ แท่งทอง สายตรวจตำบลหัวทะเล ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองนครราชสีมา 2.ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. และ 3.ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย 1.ส.ต.ท.กรกต อ่ำพันเงิน ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองนครราชสีมา 2.ด.ต.สามชัย แพเกาะ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองนครราชสีมา 3.ส.ต.ท.กฤษฎา การุณ ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. และบาดเจ็บ 4 ราย

1.ร.ต.ท.ณัฐพงศ์ รัตนมงคลกูล รอง สวป.สภ.เมืองนครราชสีมา 2.ด.ต.สงกรานต์ มุมทอง ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองนครราชสีมา 3.ส.ต.ต.รัฐธรรมนูญ นาทอง ผบ.หมู่ ปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ยะลา ช่วยราชการ กองกำกับการสนับสนุน บก.ป. 4.ส.ต.ท.สวภัทร คงเพชร ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ.

ด้านเพจโปลิศไทยแลนด์-Police Thailand News โพสต์ข้อความอาลัยสดุดีตำรวจ 3 นายซึ่งเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยมีข้อความว่า “#เพจโปลิศไทยแลนด์ขอสดุดี 3 ตำรวจผู้กล้าพลีชีพปฏิบัติการที่โคราช ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ตำรวจพลร่มรุ่น 74 นสต.2/49 สังกัดอรินทราช 26 ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย สังกัดอรินทราช 26 ด.ต.ชัชวาลย์ แท่งทอง สังกัด สภ.เมืองนครราชสีมา #เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เหตุกราดยิงที่โคราช ด้วยจิตคารวะ สู่สุคติ”

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงราย บรรยากาศที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 7 บ้านดงมะตื๋น ต.ผางาม อ.เวียงชัย ของ ร.ต.อ.ตระกูล หรือ “ปุ๊” ปรากฏว่าทันทีที่ชาวบ้านและเพื่อนตำรวจทราบข่าวการเสียชีวิตก็ได้เดินทางมาให้กำลังใจ นายก๋วน อายุ 63 ปี และนางเพียรศรี อายุ 57 ปี บิดาและมารดาของ ร.ต.อ.ตระกูล จำนวนมาก

บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีการนำรูปถ่ายของ ร.ต.อ.ตระกูล ซึ่งถ่ายไว้ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ภาพรับปริญญา และภาพการปฏิบัติหน้าที่ทุกพื้นที่ออกมาดูเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี รวมทั้งทำความสะอาดห้องนอนของ ร.ต.อ.ตระกูล ให้เป็นครั้งสุดท้าย

นายก๋วน กล่าวว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุตรชาย แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ทำได้เพียงทำใจให้เข้มแข็งไว้เท่านั้น ทันทีที่ทราบข่าว ทุกคนโดยเฉพาะนางเพียรศรี ร้องไห้อย่างหนักจนแทบไม่มีน้ำตาแล้ว ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน บุตรชายได้โทรศัพท์มาหาให้ขายสวนยางที่มีอยู่ประมาณ 7 ไร่ โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะขายมาก่อน ลูกชายบอกว่าเป็นห่วงพ่อแม่จะได้มีเงินมาใช้เลี้ยงหลานและครอบครัวไม่ต้องลำบาก แต่ไม่ทันได้ขายก็มาจบชีวิตเสียก่อน ส่วนกำหนดการบำเพ็ญกุศลนั้นยังไม่ได้กำหนด ต้องรอต้นสังกัดของบุตรชาย

ด้านนางเพียรศรี กล่าวว่า บุตรชายเป็นคนนิสัยดีมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยเกเรทุบตีใคร ขยันทำงานช่วยเหลือครอบครัวมาโดยตลอด พอทำงานก็เป็นเสาหลักของครอบครัว เพราะบุตรชายยังไม่มีครอบครัว มีเพียงแฟนสาว โดยปกติจะทำงานที่กรุงเทพฯ นานๆ ทีจะกลับมาบ้านครั้งหนึ่ง เพื่อเอาเงินมาให้พ่อแม่ได้ใช้จ่าย“ปกติเขาจะห่วงพ่อแม่ ไม่ยอมบอกเล่าถึงอันตรายในการทำงานให้ฟังเลย บอกเพียงว่าไม่ต้องห่วงแม้จะอันตรายแต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิตหรอก แต่พ่อแม่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ คอยบอกลูกให้ทำงานด้านสำนักงานดีกว่า ไม่ต้องทำงานในส่วนปราบปรามมันอันตราย ก่อนหน้าตอนรับตำแหน่งใหม่ได้ไปทำงานที่ จ.ยะลา เพื่อนๆ ตำรวจก็เคยประสบเหตุเสียชีวิตมาแล้ว ก็เลยเป็นห่วง เตือนไปหลายครั้งก็บอกเพียงว่าไม่ต้องห่วง การทำงานก็มีเสี่ยงบ้าง เพื่อรับใช้ประเทศชาติ”

“ก่อนเข้าไปปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ก็ไม่ได้โทรบอก แต่ไม่รู้ทำไมก่อนหน้านี้ 3 วันกลับบอกให้ขายสวนยางเพื่ออยากเอาเงินให้พ่อแม่ เหมือนลางบอกเหตุ จนกระทั่งเกิดเหตุ ทันทีที่ทราบข่าวแทบจะเป็นลม ถ้ารู้ว่าลูกเป็นตำรวจแล้วต้องมาจบชีวิตแบบนี้ย้อนเวลากลับไปได้ไม่ให้เป็นเสียดีกว่า หากซื้อชีวิตลูกกลับมาเท่าไรก็จะซื้อ เพราะลูกชายเหมือนเสาหลักของครอบครัว แต่ต้องมาจากไปก่อนวัยอันควร” นางเพียรศรี กล่าว และว่า อย่างไรก็ตามเกิดขึ้นแล้ว ทางครอบครัวก็ต้องพยายามทำใจ หากลูกเกิดชาติหน้าก็อยากให้ทำดีมากกว่านี้ แม้จะสูญเสียแต่ก็ภูมิใจที่ลูกชายเสียชีวิตในหน้าที่รับใช้ประเทศชาติและประชาชน

มีรายงานว่า ร.ต.อ.ตระกูล เป็นบุตรชายคนโต มีน้องชาย 1 คน กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนพลตำรวจ อีกประมาณ 5 เดือนจะจบหลักสูตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญแจกันดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและเข้าพักรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล 30 ราย ดังนี้ รพ.มหาราชนครราชสีมา 20 ราย รพ.กรุงเทพ-นครราชสีมา 4 ราย รพ.ป.แพทย์ 1 ราย รพ.ค่ายสุรนารี 4 ราย และ รพ.เซนต์ แมรี 2 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บกลับบ้านแล้ว 25 ราย

 

ทั้งนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยไปกล่าวแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและทรงชื่นชมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครกู้ภัย ตลอดจนแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์

 

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้ที่เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและญาติอย่างหาที่สุดมิได้