ต่างชาติเที่ยวไทย เตรียมตัวอย่างไรบ้าง

11 ม.ค. 2565 เวลา 4:20 น. 1.5k

หลายคนอาจสงสัย นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากต่างประเทศเข้าไทยต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างหลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ออกมติเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2565 เกี่ยวกับการยกระดับมาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักร

1. ระงับการลงทะเบียนของนักท่องเที่ยวประเภท Test & Go (รายใหม่) ออกไปก่อน โดยจะมีการประเมินและพิจารณาอีกครั้ง

ถือเป็นการยกระดับมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยต่อเนื่องจากมติ ศบค.เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2564 ที่ระงับการลงทะเบียนประเภท Test & Go และ Sandbox (แซนด์บ็อกซ์ : พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว) เป็นการชั่วคราว ยกเว้น ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และการเข้ามากักตัว ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2564-4 ม.ค.2565 เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

แล้วนักท่องเที่ยวประเภท Test & Go คือใคร? ...คือผู้ที่เดินทางมาจาก 63 ประเทศที่กำหนด สามารถเดินทางมา “เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว” ภายใต้เงื่อนไขรับวัคซีนครบโดสไม่น้อยกว่า 14 วัน มีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR เป็นลบ ระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง พำนักในโรงแรมที่พักมาตรฐาน SHA Plus หรือ AQ จำนวน 1 คืน เพื่อรอผลการตรวจโควิด-19 เมื่อผลเป็นลบ สามารถออกเดินทางท่องเที่ยวไม่จำกัดพื้นที่

ทั้งนี้จากการปรับมาตรการตามมติ ศบค.เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2564 นักท่องเที่ยวต้องรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR รวม 2 ครั้ง

ครั้งที่ 1 : ตรวจหาเชื้อเมื่อในวันที่เดินทางเข้าประเทศ (Day 0) โดยตรวจที่สนามบินปลายทางหรือตามจุดต่างๆ ตามแต่ละจังหวัดกำหนด เช่น หากเที่ยวบินลงสนามบินภูเก็ต ตรวจหาเชื้อที่สนามบินเลย แต่ถ้าเที่ยวบินลงสนามบินกระบี่ ต้องเข้ารับการตรวจที่จุดต่างๆ ตามที่จังหวัดกระบี่กำหนด ก่อนเดินทางไปโรงแรมที่ได้มาตรฐาน SHA+ เพื่อรอฟังผลตรวจในห้องพัก กระทั่งถึงวันถัดมา (Day 1) เมื่อได้รับแจ้งผลตรวจว่าเป็นลบ จึงจะสามารถออกไปท่องเที่ยวได้

ครั้งที่ 2 : นักท่องเที่ยวต้องเข้ารับการตรวจใน Day 5-6 (ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะรัฐเป็นคนจ่ายให้ เนื่องจากเป็นการปรับมาตรการแบบกระชั้นชิดให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน)

ทั้งนี้ทางโรงแรมจะเป็นผู้นัดหมายวันและสถานที่ในการเข้ารับการตรวจครั้งที่ 2

-นักท่องเที่ยวต้องติดตั้งแอพพลิเคชัน “หมอชนะ” เพื่อติดตามตัวนักท่องเที่ยวให้ได้ 100%

2. ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Test & Go (รายเดิม) ที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว ยังสามารถเดินทางเข้ามาได้ตามมาตรการที่กำหนดและตามวันเวลาที่ขออนุมัติไว้ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้จะมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะ

จุดนี้ทางรัฐบาลขอทำความเข้าใจใหม่ว่า จริงๆ แล้ว ศบค.ไม่ได้มีมติว่า...จะระงับการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวประเภท Test & Go สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติแล้วและเดินทางเข้ามาภายหลังวันที่ 15 ม.ค.2565 แต่อย่างใด!!

ทางนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบข้อห่วงใยการเดินทางเข้า-ออกประเทศในรูปแบบ Test & Go มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ได้ลงทะเบียนรวมทั้งที่ได้รับการอนุมัติแล้วประมาณ 2 แสนราย บางส่วนได้เดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว ส่วนที่เหลือจะทยอยเดินทางเข้าประเทศไทยหลังจากนี้ ซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก จึงเห็นควรตามมติ ศบค.เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าไทยในรูปแบบ Test & Go ที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว ยังสามารถเดินทางเข้ามาได้ตามมาตรการที่กำหนดและตามวันเวลาที่ขออนุมัติ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

3. เปิดรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Sandbox เพิ่มจากจังหวัดภูเก็ต (Phuket Sandbox) จำนวน 3 จังหวัด/พื้นที่ ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี (เฉพาะเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า) พังงา (ทั้งจังหวัด) และกระบี่ (ทั้งจังหวัด) ตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.2565

แม้จะระงับการลงทะเบียนประเภท Test & Go แต่ ศบค.ก็ได้เพิ่มพื้นที่ Sandbox เป็นทางเลือกแก่นักท่องเที่ยวที่ยังคงต้องการเดินทางเข้าประเทศมาเที่ยวไทย โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นต้นปีนี้

ทางภาคเอกชนท่องเที่ยวสะท้อนความคิดเห็นว่าแม้จะเป็นการตัดสินใจและประกาศช้าไปสักนิด! แต่ก็ยังขอบคุณรัฐบาลที่เห็นชอบเพิ่มพื้นที่ Sandbox ไปยังเมืองท่องเที่ยวหลักใน 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะล้วนแต่เป็นเมืองที่เคยพึ่งพารายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก

สำหรับแนวทางการรับนักท่องเที่ยวเข้า Sandbox ของแต่ละพื้นที่ เช่น “กระบี่” ซึ่งเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งจังหวัด นักท่องเที่ยวต้องเข้าพักและท่องเที่ยวในกระบี่ อย่างน้อย 7 คืนก่อนเดินทางไปพื้นที่อื่นๆ ในไทย (นักท่องเที่ยวจ่ายค่าที่พักสำหรับ 7 คืนมาแล้วตามเงื่อนไขการลงทะเบียนเข้า Sandbox)

นักท่องเที่ยวต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR จำนวน 2 ครั้ง โดยการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึง (Day 0) หากเดินทางด้วยเที่ยวบินลงสนามบินภูเก็ต ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่สนามบินภูเก็ตแล้วโดยสารด้วยรถตามที่กำหนดในรูปแบบ Sealed Route ตรงเข้าโรงแรมใน จ.กระบี่ เพื่อรอฟังผลตรวจในห้องพัก เมื่อผลเป็นลบ ถึงจะออกนอกห้องพักไปท่องเที่ยวได้

ส่วนกรณีที่เดินทางด้วยเที่ยวบินลงสนามบินกระบี่ จะต้องโดยสารด้วยรถที่กำหนดเพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อตามจุดต่างๆ ที่กำหนดไว้ แล้วค่อยเดินทางตรงมารอฟังผลตรวจที่ห้องพักในโรงแรม

ทั้งนี้เมื่อถึงกำหนดตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 แล้วไม่พบเชื้อ จึงจะสามารถไปท่องเที่ยวและเข้าพักในจังหวัดอื่นๆ ได้ตั้งแต่คืนที่ 8 เป็นต้นไป

4. เพิ่มมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว สำหรับบริโภคสุราในร้านอาหาร

  • ร้านอาหารปิดตามเวลาที่กำหนด และจำกัดเวลาบริโภคสุรา ไม่เกิน 21.00 น.
  • จำกัดประเภทร้านอาหารที่บริโภคสุราได้ ต้องได้รับมาตรฐาน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2 Plus เท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ