Spring News

รู้จัก Steve Aoki รายได้ 10 ปี ยังไม่เท่ามี NFTs ของตัวเอง

By Phatphicha Lerksirinukul

|
20 มี.ค. 2565 เวลา 12:26 น. 379

มาดูกันว่า NFTs และ A0K1VERSE จักรวาลคนรักดนตรีของ Steve Aoki (สตีฟ อาโอะกิ) เปลี่ยนชีวิตดีเจและโปรดิวเซอร์คนนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ไม่ว่าจะเป็นคนดัง คนทั่วไป ศิลปิน ไม่ใช่ศิลปิน ก็กระโดดเข้าสู่จักรวาลนฤมิต หรือ Metaverse ได้ทั้งนั้น เพียงมีความตั้งใจและไม่หยุดเรียนรู้ เช่น Steven Hiroyuki Aoki ดีเจและโปรดิวเซอร์สัญชาติอเมริกันที่เปิดเผยว่า ทำงานมา 10 ปี ยังมีรายได้น้อยกว่าขายงาน NFTs เสียอีก!

Steve Aoki | Source : steveaoki.com

Aoki มูฟออนตามวงการดนตรีและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

Aoki เป็นแฟนตัวยงของ Gala Games เกมที่พัฒนาบนบล็อกเชนซึ่งแตกไลน์ธุรกิจ Gala Music ระบบนิเวศแห่งเสียงเพลงบนบล็อกเชน ที่เชื่อมเพลง ศิลปิน และแฟนเพลง เข้าเป็นคอมมูนิตีเดียวกัน

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เพิ่งมีงานเปิดตัว Gala Music ที่ The Forum แคลิฟอร์เนีย โดย Aoki เป็นคนพูดเปิดงาน และเรียกตัวเองว่า Futurist

Aoki เชื่อมั่นว่า NFTs จะปฏิวัติอุตสาหกรรมดนตรีได้อย่างแน่นอน และยังพูดถึงภาพรวมว่า ศิลปินในปัจจุบันมีรายได้เพียงเล็กน้อยจากค่าลิขสิทธิ์ (สะท้อนว่า ไม่พอยังชีพ) ส่วนรายได้จากงานดีเจของเขานั้น คิดเป็นเกือบ 95% ของรายได้ทางดนตรีทั้งหมด

“ถ้าผมไม่ได้มีงานดีเจ…ผมคงต้องหางานใหม่แล้วล่ะ”

Source : Steve Aoki & grandson - KULT (ft. Jasiah) OFFICIAL MUSIC VIDEO

ภายใต้โมเดลธุรกิจในปัจจุบัน Aoki มองว่า ได้ค่าลิขสิทธิ์ไม่คุ้ม แต่ถึงอย่างนั้น มันก็มีส่วนช่วยศิลปินได้บ้าง

“ถ้าจะให้ลงรายละเอียดคือ ในช่วง 10 ปีที่ผมทำงานดนตรี ออกเพลงมา 6 อัลบั้ม และเมื่อรวมรายได้ทั้งหมด ยังน้อยกว่าที่ผมได้จากการปล่อย NFTs ครั้งเดียวเมื่อปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังสามารถเต็มที่กับงานดนตรีมากขึ้น” Steven Aoki กล่าว

 

......................................................................................................

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับ NFTs

......................................................................................................

รู้จัก Steve Aoki รายได้ 10 ปี ยังไม่เท่ามี NFTs ของตัวเอง

NFTs กระตุ้นให้ค่ายเพลงต้องทำมากกว่าเพลย์ลิสต์

NFTs คือ โทเคนที่มีความเฉพาะตัว ไม่ซ้ำแบบใคร และอยู่บนบล็อกเชน เช่น EthereumSolana ที่สำคัญ สามารถบ่งบอกกรรมสิทธิ์ ความเป็นเจ้าของ ทั้งรูปภาพ ผลงานดนตรี หรือแม้แต่ทรัพย์สินอื่นๆ ที่จับต้องได้ในโลกจริง

ปีที่ผ่านมา ตลาด NFTs เติบโตจนเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และด้วยความต้องการเห็นทรัพย์สินดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตัวมาช่วยปฏิวัติอุตสาหกรรมดนตรี Aoki จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงาน เติมสีสัน และเพิ่มมูลค่าให้ตลาด Music NFTs

“เมื่อเพลง NFTs เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมสนับสนุนศิลปิน ค่ายเพลงต่างๆ ย่อมจะต้องทำอะไรมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเพิ่มเพลงในเพลย์ลิสต์”

Aoki กล่าวเพิ่มว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้ NFTs น่าตื่นเต้นเพราะมันขึ้นอยู่กับคอมมูนิตีที่ก่อตัวขึ้นมาสนับสนุนศิลปิน ขณะที่นักดนตรีส่วนใหญ่มีฐานแฟนเพลงจำนวนมาก NFTs จึงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม

Web3 และอาณาจักรโลกเสมือน A0K1VERSE (อาโอะกิเวิร์ส)

SXM (@SiriusXM) อีกหนึ่งแชนแนลของ Aoki ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา | Source : twitter.com/steveaoki/status/1357018758313775104

Source : steveaoki.com

Aoki ไม่ได้เป็นเพียงดีเจ โปรดิวเซอร์ ครีเอเตอร์ แต่ยังเป็นนักสะสม NFTs เช่น ผลงานจากชุด Bored Ape Yacht Club (BAYC) และยังไปสร้างผลงานบน NFT Marketplace บนบล็อกเชน Solana อีกด้วย

นอกเหนือจากนี้ ยังสร้าง A0K1VERSE/Aokiverse ระบบนิเวศที่หลอมรวมโลกเสมือนและโลกจริงในลักษณะของคลับแบบสมัครสมาชิก เพื่อให้ FC มีส่วนร่วมได้ทั้งคอมมูนิตีในโลกเสมือนและคอมมูนิตีในโลกจริง รวมทั้งได้สิทธิพิเศษแบบ Exclusive เช่น สิทธิ์ในการรับตั๋วคอนเสิร์ต World Tour, สิทธิ์เข้าชมการแสดงใน Metaverse 

“มันเป็นระบบสมาชิกพิเศษที่ไม่เหมือนชุมชนอื่นๆ ลองนึกภาพ เมื่อเวลาผ่านไป NFT จะเติบโตไปพร้อมกับคุณ"

บนแพลตฟอร์มโลกเสมือน A0K1VERSE มีหน่วยที่ใช้เรียกโทเคนว่า A0K1 Credit (ERC-1155 NFTs) จำนวน 50,000 เครดิต โดยวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 เปิดขายแบบสาธารณะ 25,000 เครดิต ส่วนอีก 25,000 เครดิต Aoki จะให้เป็นรางวัลแก่ประชากรในคอมมูนิตี A0K1VERSE จักรวาลนฤมิตที่จะพัฒนาเป็น Web3 ต่อไป

Source : a0k1verse.xyz

คนที่มี The Passport NFT เท่ากับมีตั๋วยืนยันว่าเป็นชาว A0K1VERSE และถ้าอยากครอบครองต้องจ่ายค่าตั๋วในราคาเริ่มต้น 0.099 ETH คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว 95,315 บาท | Source : opensea.io/collection/a0k1verse-passport

"ในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลกว่านี้ จะถึงยุคที่เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมไม่สามารถยึดครองข้อมูลของผู้ใช้ไว้ได้อีกต่อไป และอินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นสิ่งที่ให้อำนาจแก่ผู้ใช้งาน” 

ทั้งนี้ Web3 ในความคิดของ Aoki หมายถึง กรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ หมายรวมถึงการเป็นเจ้าของข้อมูลของตัวเอง 

“จะมีเวอร์ชันใหม่ที่สามารถแสดงสิ่งที่เป็นของเรา และจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของเรา” Aoki กล่าวปิดท้าย

......................................................................................................

ที่มา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ