ทั่วไทย

จาก ไต้ฝุ่นเกย์ สู่ ปาบึก บนเส้นทางที่เหมือนเดินตามรอยกัน

ภาพเทียบเคียง จากแฟ้มภาพ

ในขณะที่พายุโซนร้อน ปาบึก กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกของประเทศไทย มีเป้าหมายที่แถบ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี ฯลฯ ความเร็วลมที่ศูนย์กลางวันนี้(2ม.ค.62) อยู่ที่ 83.4 กม.ต่อชั่วโมง และอยู่ห่างจาก จ.นครศรีธรรมราช ไปทางทิศตะวันออกราว 162 กม. เคลื่อนตัวผ่านเกาะสมุย โดยคาดว่าจะถึงในเวลา 20.00 น.- 22.00 น. คืนวันที่ 4 ม.ค. นี้ ส่วนศูนย์กลางพายุ จะเข้าสู่ จ.ชุมพร บริเวณ อ.วังตะโก เวลา 02.00 น.-04.00 น. คืนวันที่ 5 ม.ค.

พายุลูกนี้ได้รับการจับตาเฝ้าติดตามการเดินทางของมันมาตั้งแต่ก่อนเข้าช่วงเทศกาลปีใหม่ ต่างฝ่ายต่างตั้งตารอดูการเปลี่ยนแปลงสภาพของพายุว่าจะลดระดับลงหรือไม่

ในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทย ได้รับการเผชิญหน้ากับพายุที่มีความรุนแรงก็พอมีอยู่บ้าง แต่ที่หลายคนน่าจะพอจำภาพได้น่าจะไม่มีใครไม่รู้จัก พายุไต้ฝุ่นเกย์ ซึ่งถือเป็นพายุที่รุนแรงในระดับ ไต้ฝุ่น(ขณะขึ้นฝั่ง) เพียงลูกเดียวที่เคยพัดถล่มประเทศไทย

ไต้ฝุ่นเกย์ เริ่มก่อตัวเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2532 ในบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มุ่งหน้าสู่มหาสมุทรอินเดีย ทิศทางการเคลื่อนตัวคล้ายกับ พายุปาบึก ที่กำลังคืบคลานมาตอนนี้ หลังก่อตัวได้ 4 วัน ไต้ฝุ่นเกย์ ก็เดินทางถึงภาคใต้ตอนบนของประเทศไทยด้วยความเร็วลมศูนย์กลาง 185 กม./ชม. ด้วยความเร็วลมขนาดนี้ ไต้ฝุ่นเกย์จึงจัดเป็นไต้ฝุ่นระดับ 3 ที่ขึ้นฝั่งที่ อ.เมือง อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.ปะทิว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

และด้วยความเร็วลมเกือบสองร้อยกิโลเมตร ต่อชั่วโมง อานุภาพของไต้ฝุ่นเกย์ ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 446 คน บาดเจ็บอีก 154 คน บ้านเรือนเสียหาย 38,002 หลัง มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้งสิ้น 153,472 คน เรือล่มไป 391 ลำ ถนนเสียหาย 579 เส้นทาง สะพาน 131 แห่ง ยังมีโรงเรียน วัด มัสยิด อีกหลายแห่งที่ได้รับความเสียหาย ไม่รวมพื้นที่ทางการเกษตรอีก 80กว่าล้านไร่ สัตว์เลี้ยงที่ตายไปอีกเกือบแสนตัว มูลค่าความเสียหายในครั้งนั้นตีออกมาเป็นตัวเงินได้ประมาณ หมื่นหนึ่งพันล้านบาท นั่นคือความเสียหายที่เกิดขึ้นบนบกหลังไต้ฝุ่นเดินทางมาถึง ในขณะที่กลางทะเล เรือขุดเจาะน้ำมันซีเครสต์ ถูกไต้ฝุ่นซัดจนอับปาง ลูกเรือเสียชีวิต 91 คน ถือเป็นพายุหมุนเขตร้อน และเป็นพายุที่มีความแรงระดับไต้ฝุ่น เพียงลูกเดียว ที่เคยพัดเข้าสู่ประเทศไทย และสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยมากที่สุดในรอบ 27 ปี นับตั้งแต่เหตุการณ์แหลมตะลุมพุกที่พายุแฮเรียตถล่มใส่ในปี พ.ศ.2505 เป็นต้นมา

อิทธิฤิทธิของพายุไต้ฝุ่นเกย์ หลังพัดผ่านประเทศไทย ยังคงทรงอานุภาพต่อเนื่อง หลังข้ามผ่านประเทศไทยเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียแล้ว ไต้่ฝุ่นเกย์ ทวีความแรงจากพายุระดับ 3 เป็น พายุหมุนระดับ 5 เข้าถล่มประเทศอินเดียจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ก่อนจะสลายตัวในวันที่ 10 พ.ย.เหนือเทือกเขากัดส์ทางแถบตะวันตกของประเทศอินเดีย

เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น เพราะนักอุตุนิยมวิทยา หรือผู้ที่สนใจปรากฎการณ์ทางสภาพอากาศหลายท่าน ให้ความสนใจ ไต้ฝุ่นเกย์ อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมันมีความแปลกในตัวเองหลายประการ นับตั้งแต่การก่อตัว เนื่องจากพายุ เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ก่อตัวเป็นดีเปรสชั่น และขยายตัวเป็นพายุโซนร้อนแต่กลับทวีกำลังเป็น ไต้ฝุ่น ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ที่ว่าแปลกเพราะการจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในอ่าวไทย ถือเป็นเรื่องไม่ปกติเพราะการจะทวีกำลังได้มีเงื่อนไขหลายอย่าง เช่น อุณหภูมิของน้ำต้องอุ่นมาก มากกว่า 30 องศาเซลเซียส และต้องมีช่วงอุณหภูมิที่ลึกมาก มากจนน้ำที่เย็นกว่าจะไม่ขึ้นมาอยู่ผิวหน้าด้านบน ที่ว่าแปลกเพราะอ่าวไทยถือว่าเป็นอ่าวน้ำตื้น..!  ไม่ลึกเหมือนแถบประเทศฟิลลิปปินส์ที่ประสบปัญหาพายุพัดถล่มบ่อย

หลังข้ามฝั่งมหาสุมทร ไต้ฝุ่นเกย์ เปลี่ยนชื่อไปเป็นพายุ ไซโคลน คาวาลี (Kavali) ผู้คนจึงจดจำได้ว่ามันเป็นพายุ 2 มหาสมุทร แถมในทางวิทยาศาสตร์ ไต้ฝุ่นเกย์ ยังมีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าไต้ฝุ่นที่มีกำลังเท่ากันลูกอื่นๆที่เคยเกิดขึ้นด้วย

ให้หลังเทศกาลปีใหม่ไม่นาน ความสุข สนุกสนาน รื่นเริงเพิ่งจะผ่านพ้นไป ภัยพิบัติทางธรรมชาติก็คืบคลานเข้ามาแทนที่ เมื่อเป็นภัยธรรมชาติที่มนุษย์มิอาจหลีกเลี่ยงได้การเฝ้าจับตาการเคลื่อนตัว ปาบึก อย่างใกล้ชิดจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ และลดความสูญเสียในแบบที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่ที่หลายคนอาจรู้สึกเหมือนกันตอนนี้ก็คือ ธรรมชาติ เปลี่ยนไป ภัยพิบัติต่างๆ มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในทางวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงในโลกทั้งหลายทั้งปวง ล้วนมาจากน้ำมือมนุษย์ด้วยกันเองทั้งสิ้น หรือแท้จริงแล้ว ธรรมชาติอาจกำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง ต่อพวกเรา…..

ขอบคุณที่มาภาพ,เนื้อหา : SILPA-MAG.COM ฐานข้อมูลภาพมติชน@MrVop