ข่าว

เฮ!! พักชำระหนี้ กยศ. ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผู้พิการ และผู้ไม่มีรายได้

กยศ. ออกประกาศหลักเกณฑ์การขอผ่อนผัน และขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ สำหรับผู้ที่ประสบภัยพิบัติ มีรายได้ถดถอย หรือมีความจำเป็นต้องดูแลบุคคลในครอบครัวที่ชราภาพ ป่วย หรือพิการ

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้กองทุนออกประกาศหลักเกณฑ์พิจารณาความเสียหายของทรัพย์สินอย่างรุนแรงกรณีเป็นผู้ประสบภัยพิบัติหรือการเป็นผู้มีรายได้ถดถอย หรือมีความจำเป็นต้องดูแลบุคคลในครอบครัว ซึ่งชราภาพ ป่วยหรือพิการ เพื่อขอผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนสำหรับผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ ดังนี้

กรณีผู้กู้ยืมเป็นผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งทรัพย์สินได้รับความเสียหายรุนแรง จากอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ รวมถึงภัยจากสงครามหรือจลาจล ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยพิบัติสาธารณภัยต้องเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามที่กำหนดเขตประสบภัยพิบัติจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือจังหวัด และมีหลักฐานที่รับรองว่าเป็นผู้ประสบภัยจริงภายใน 1 ปีนับจากวันที่ประสบภัยพิบัติ และทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ

กรณีเป็นผู้มีรายได้ถดถอย ต้องเป็นผู้ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร หักภาษี ณ ที่จ่าย หักเงินเข้ากองทุนที่ผู้กู้ยืมเงินต้องถูกหักตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และเมื่อหักจำนวนเงินงวดที่ครบกำหนดชำระคืนกองทุนในปีนั้นมาเฉลี่ยเป็นรายเดือน แล้วมีเงินเหลือไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท

กรณีเป็นผู้กู้ยืมเงินที่มีความจำเป็นต้องดูแลบุคคลในครอบครัวซึ่งชราภาพ ป่วย หรือพิการ ต้องเป็นผู้มีรายได้คงเหลือหลังจากการหักค่าใช้จ่ายที่ใช้ดูแลบุคคลในครอบครัว ซึ่งชราภาพ ป่วย หรือพิการแล้ว เหลือไม่เกิน 8,008 บาทต่อเดือน กรณีชราภาพ ได้แก่ บิดา มารดา อายุตั้งแต่ 70 ปีบริบูรณ์และไม่มีรายได้ กรณีป่วย ได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย และผู้สืบสันดาน ซึ่งป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงจนไม่สามารถประกอบการงานได้ ทั้งนี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้กู้ยืมซึ่งป่วยเป็นโรคเรื้อรังดังกล่าวตามประกาศที่กองทุนกำหนด

สำหรับทั้ง 3 กรณีดังกล่าว สามารถขอผ่อนผันได้ไม่เกิน 2 คราวๆละไม่เกิน 1 ปี รวมระยะเวลาแล้วไม่เกิน 2 ปี โดยช่วงเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน ผู้กู้ยืมไม่ต้องชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย โดยกองทุนจะยกเว้นเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน

นอกจากนั้น กองทุนได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ สำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงจนไม่สามารถประกอบการงานได้ มีรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการประกอบอาชีพการงานไม่เกิน30,000 บาทต่อปี หรือไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน สามารถขอให้กองทุนพิจารณาระงับการเรียกให้ชำระหนี้ได้คราวละไม่เกิน1 ปี โดยผู้กู้ยืมต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1. พิการหรือทุพพลภาพไม่สามารถประกอบการงานได้ ได้แก่ ความพิการทางการเห็น การได้ยินหรือสื่อความหมาย การเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย จิตใจหรือพฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ และออทิสติก

2. เป็นโรคติดต่อร้ายแรงจนไม่สามารถประกอบการงานได้ ได้แก่ กาฬโรค ไข้ทรพิษ ไข้เลือดออกไครเมียนคองโก ไข้เวสต์ไนล์ ไข้เหลือง โรคไข้ลาสซา โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก โรคไวรัสติดเชื้ออีโบลา โรคติดเชื้อไวรัสเฮนดราโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส วัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก และโรคเอดส์

3. เป็นโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรง จนไม่สามารถประกอบการงานได้ ได้แก่ โรคมะเร็งระยะสุดท้าย โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย โรคไวรัสตับอักเสบขั้นรุนแรง โรคหลอดเลือดสมองแตกและอุดตัน และโรคตับวายระยะสุดท้าย

4. เป็นผู้ที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตลอดชีวิต

5. เป็นผู้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและกองทุนได้ดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายแล้ว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ผู้กู้ยืมที่ประสงค์ขอผ่อนผันหรือขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ สามารถดูรายละเอียดคุณสมบัติตามประกาศเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด และยื่นเอกสารหลักฐานให้กองทุนพิจารณา