ข่าว ข่าวภาคเหนือ

ไวรัสโคโรน่าพ่นพิษ รายได้ท่องเที่ยวเชียงใหม่หาย 1.4 หมื่นล้านบาท

โควิด-19 ทำท่องเที่ยวเชียงใหม่กระทบหนัก ส่งผลให้ธุรกิจบริการท่องเที่ยวหลายแห่งปิดกิจการชั่วคราว สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดเชียงใหม่สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วง ม.ค. – พ.ค. 63 ไม่ต่ำกว่า 1.4 หมื่นล้าน

นายบุญทา ชัยเลิศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฝ่ายความสัมพันธ์อาเซียน และประธานบริหารปางช้างแม่แตง เปิดเผยว่า ในภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก ธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวหลายแห่งต้องปิดกิจการ ไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักเข้ามาใช้บริการ ส่วนนักท่องเที่ยวทางยุโรป และอเมริกา ต่างไม่กล้าเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้มีเพียงนักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนเท่านั้นที่เดินทางเข้ามา แต่ถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมาก

จากเดิมที่จังหวัดเชียงใหม่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่ประมาณ 2 ล้านคนต่อปี เป็นชาวจีนประมาณ 7-8 แสนคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1แสนล้านบาทต่อปี ปัจจุบันไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จึงคาดว่าในระยะเวลาตั้งแต่เดือน มกราคม – พฤษภาคม 2563 เชียงใหม่จะสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท

ในส่วนของปางช้างแม่แตงได้ทำความเข้าใจกับพนักงานจำนวน 560 คน เพื่อขอปรับลดเงินเดือนลงร้อยละ 30 โดยแต่ละคนจะสลับกันเข้ามาทำงาน15 วันต่อเดือน โดยยืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงานออก ซึ่งพนักงานต่างเข้าใจดี พร้อมที่จะรับข้อเสนอดังกล่าวนี้ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาจจะต้องขอปรับลดเงินเดือนเหลือร้อยละ 50 ต่อไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากสถานการณ์กลับมาเป็นปกติจะปรับเงินเดือนขึ้นมาตามปกติ ในขณะที่ปางช้างในบริเวณใกล้เคียง 2-3 แห่ง ต้องปิดกิจการไปเพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ โดยเชื่อว่ายังมีอีกหลายกิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ที่ต้องหยุดให้บริการไปเป็นการชั่วคราว เพื่อรอสถานการณ์ดีขึ้นจึงกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นอยากให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยกระตุ้นท่องเที่ยว ด้วยการจัดแคมเปญ ดึงนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อให้การท่องเที่ยวเดินหน้าต่อไปได้ และเป็นการช่วยกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจบริการท่องเที่ยวทุกประเภท ที่กำลังได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้

นายมานพ แซ่เจีย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากที่จีนประกาศไม่ให้นำทัวร์ออกนอกประเทศจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวของชาวจีนเริ่มได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มมัคคุเทศก์จีนในจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 1,000 คน ต้องขาดรายได้จากการทำงานมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มขยายวงกว้างเข้ามากระทบมัคคุเทศก์กลุ่มอาเซียน เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลี เวียดนาม ที่มีอยู่ประมาณ 3,000 คน เนื่องจากนักท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนเริ่มที่จะไม่เดินทางท่องเที่ยว เพราะกังวลกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะกลุ่มมัคคุเทศก์เท่านั้น แต่ส่งผลกระทบไปถึงธุรกิจบริการการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว สถานบันเทิง ซึ่งทราบว่ามีหลายแห่งต้องยุติการให้บริการเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เช่นที่ มิราเคิลคาบาเร่โชว์ ที่ออกมาประกาศปิดกิจการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เนื่องจากลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ปัจจุบันไม่มีเข้ามา

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาวันละ 3,000-4,000 คน ในขณะที่ปัจจุบันในช่วงเวลาเดียวกันนี้ มีชาวจีนเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่วันละ 200-300 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาเพื่อทำงาน ไม่ได้เข้ามาท่องเที่ยว คาดว่าสถานการณ์นี้จะส่งผลกระทบไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2563 จึงจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงอยากขอให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือกลุ่มมัคคุเทศก์ที่ต้องขาดรายได้จากการทำงาน แต่ยังคงมีภาระค่าใช้จ่าย โดยการขอให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นตัวกลางเจรจากับธนาคารพาณิชย์ เพื่อพักชำระหนี้ พร้อมทั้งขอให้มีการพิจารณาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้กลุ่มกลุ่มมัคคุเทศก์ที่บัตรถูกต้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน