ลำบากมาก ! เจ้าหนี้ “นกน้อย” พร้อมไกล่เกลี่ยขอโฉนดที่ดินคืนเท่านั้น [คลิป]

กรณี นางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 46 ปี นักธุรกิจที่ทำธุรกิจอยู่ที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา เข้าแจ้งความกล่าวหา ศิลปินหมอลำชื่อดัง “นกน้อย อุไรพร” โดยกล่าวหา “ฉ้อโกง” หลังยืมโฉนดไปจำนองกับนายทุนเงินกู้นอกระบบ 3.8 ล้านบาท เพื่อนำมาเปิดวงเดินสายแสดง แต่ผ่านมาเกือบ 3 ปี ยังไม่ได้รับโฉนดคืน ต้องทำสัญญาขยายการจำนองมาตลอด โดย นางสุดารัตน์  พร้อมนายพีระนัทธ์ วงศ์สวัสดิ์ ทนายความ เข้าพบ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ และ พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวน เจ้าของคดี เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเป็นธรรม ต้องการได้โฉนดที่ดินคืน หลังจากที่ นกน้อย อุไรพร เปิดบ้านแถลงข่าว ว่าไม่ได้เป็นการยืมเงิน แต่เป็นการร่วมลงทุนด้วยกัน ซึ่งการแถลงข่าวของ นกน้อย อุไรพร ไม่เป็นความจริง เกรงจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด และความเสียหาย

 

นางสุดารัตน์ เปิดเผยว่า รู้จักกับแม่นกน้อยฯ ผ่านทางหลวงพ่อรูปหนึ่ง ที่ตนนับถือเป็นพ่อ โดยตนส่งให้หลวงพ่อเรียนจบปริญญาเอก ส่วนตนจบเพียงแค่ชั้น ป.6 เท่านั้น ซึ่งหลวงพ่อพูดอะไร เราก็ต้องฟัง ตอนนั้นท่านมาขอให้ตนช่วยแม่นกน้อย ที่ตนก็รู้จักมานานเกือบ 20 ปี

“ตอนนั้นแม่นกน้อย ติดหนี้ติดสินอะไรต่ออะไรมากมาย ค่าข้าวก็ติดหนี้เป็นแสน ฉันจึงคิดว่า ถ้าช่วยแม่นกน้อยฯไป ลูกวงกว่า 200 ชีวิต ถ้าเราไม่ช่วยเขาจะอยู่กันอย่างไร ภาระเขามี ครอบครัวเขามี จึงตัดสินใจ นำที่ดินแปลงนี้มาช่วย โดยหลวงพ่อท่านเป็นผู้รับรองให้ โดยตอนทำแรก ๆ ไม่ได้มีการทำสัญญาอะไร คือ เรารักหลวงพ่อ เราจึงต้องเชื่อคำของหลวงพ่อ จึงต้องทำตามที่หลวงพ่อขอให้ช่วย โดยตอนนั้นเราเข้าช่วยเมื่อประมาณ 4 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งทางแม่นกน้อยฯ บอกว่า 2 เดือนเขาจะเอาโฉนดมาคืนให้ จยถึงวันนี้ที่มีการทวงอยู่ตลอด ก็บอกปัดว่า สปอนเซอร์ยังไม่ได้เงิน”

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไร ที่ทางแม่นกน้อยบอกว่า ไม่ได้ยืมเงิน แต่เป็นการร่วมลงทุน นางสุดารัตน์ฯ ตอบว่า รู้สึกเสียใจมาก เราเคยช่วยคน ๆ หนึ่ง ที่กำลังลำบาก แล้วลูกน้องร่วม 200 ชีวิต แต่เมื่อเราช่วยไปแล้ว เราต้องกลับมาเป็นคนที่ลำบากเสียเอง ต้องมามีปัญหา รู้สึกเสียใจที่ทำไมมาแถลงข่าวออกมาว่าเป็นอย่างนี้ เรายืนยันว่า เงิน 3.8 ล้านบาท เราไม่ได้เอาไปร่วมลงทุนกับแม่นกน้อย คือ เรามีธุรกิจของเราที่ต่างประเทศอยู่แล้ว เพราะเราใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะมาร่วมลงทุนที่ประเทศไทย” ซึ่งตนพร้อมและยอมที่จะไกล่เกลี่ย เรายินดีมาที่จะมาเจรจา เพียงแต่ขอแค่โฉนดที่ดินคืนเท่านั้น เรื่องก็จบกัน และจะไม่ติดใจอะไรทั้งนั้น เราอยากได้โฉนดคืนมา เพื่อนำมาแบ่งขาย ซึ่งยอมรับว่าตอนนี้ตนเองลำบากมาก ธุรกิจที่ทำต้องลงทุนเพิ่ม จึงอยากได้ที่ดินคืน เพื่อนำมาแบ่งขายไปลงทุนของเราที่อเมริกา ที่ทำธุรกิจร้านอาหาร ร้านกาแฟ และหวยล็อตโต้ ตนยอมที่จะเจรจาทั้งหมด เพียงขอโฉนดคือมาเท่านั้นเอง

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน