ข่าวภาคใต้

ไม่เกินต้นปี 63 ชาวเบตง จะได้ใช้สนามบิน

การก่อสร้างสนามบินเบตงคืบหน้า 54% คาดเปิดใช้ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563

นายสุภชัย อำนวยสมบัติ กรรมการผู้จัดการบริษัท วี เอนจิเรียนิ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้า โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง ว่า ขณะนี้ ภาพรวมการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วประมาณ 54% เร็วกว่าที่คาดการไว้ 10% ในส่วนของอาคารผู้โดยสาร การก่อสร้างประมาณ 30-45% ล่าช้ากว่ากำหนด 20% เนื่องจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าไปประมาณ 4 เดือน ทั้งโครงการทางบริษัทผู้รับเหมาคาดว่าจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จประมาณ เดือน ก.ค. 2562 และ จะ เปิดให้บริการสนามบินเบตง ได้ประมาณ ต้นปี 2563

ท่าอากาศยานเบตง นั้น ออกแบบ เพื่อรองรับ เครื่องบินในประเทศและระหว่างประเทศ ในส่วนของรันเวย์ มีความยาว 1800 เมตร รองรับเครื่องบินขนาด 70-80 ที่นั่ง จอดเครื่องบินได้ 3 ลำ และ เฮลิคอปเตอร์ อีก 2 ลำ ส่วนอาคารผู้โดยสาร มีขนาด 700 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 150 คน ต่อ ชั่วโมง รัฐบาลให้งบประมาณสนับสนุนในการก่อสร้าง 1900 ล้านบาท ใช้ในการก่อสร้างรันเวย์ 1500 ล้านบาท ส่วนของอาคารผู้โดยสาร 350 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในอนาคต มีแผนที่จะขยายรันเวย์ ไปอีก 300 เมตร ทางด้านฝั่งซ้ายของสนามบินเบตง ให้มีความยาวประมาณ 2100 ม. เพื่อรองรับเส้นทางการบินที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเที่ยวบินจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน แต่ในขณะนี้ยังมีปัญาที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังแก้ไขคือเรื่องการขอเวรคืนที่ดิน อีก 5 แปลงจำนวน 9 ไร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสาน ในด้านข้อกฎหมาย

ขณะที่นายดำรงค์ ดีสกุล นายอำเภอเบตง จังหวัดยะลา กล่าวว่า ทางอำเภอเบตง ได้เร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ไว้รองรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะมาเที่ยวในอำเภอเบตง โดยคาดการณ์ว่าหากการก่อสร้างสนามบิน และ สกายวอล์คอัยเยอร์เวง ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างบริเวณจุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เสร็จสิ้นจะทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวคึกคักมากขึ้น ซึ่งความคืบหน้าการก่อสร้างสกายวอล์คอัยเยอร์เวงภายใต้งบประมาณ 91 ล้านบาท ขณะนี้เซ็นสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาขอเวนคืนที่ดินจากเจ้าของอาคารรายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ในเร็วๆ นี้ และหลังจากนั้นจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างตามแผน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวในปี 2563 โดยจะเป็นสกายวอล์คที่ยาวที่สุดในเอเชีย มีทางเดินยื่นออกไปประมาณ 50 เมตร

ในปีที่ผ่านมาทะเลหมอกอัยเยอร์เวงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย มาเลเซีย และจีน เข้ามาท่องเที่ยวที่จุดนี้ประมาณ200,000 คน ส่วนในปีนี้ เพียง 10 เดือนแรกของปีทีนักท่องเที่ยวแล้ว 260,000 คน และคาดว่าจะสูงถึง 300,000 คนในสิ้นปีนี้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทยกลับเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะเชื่อมั่นในความปลอดภัย ขณะที่สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ลดลง จากมาตรการรักษาความปลอดภัยและการสร้างงานให้ประชาชนในพื้นที่ให้มีรายได้อย่างยั่งยืน

นายดำรงค์ กล่าวอีกว่าหากเปิดให้บริการสนามบินเบตง และสกายวอล์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง คาดว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มจาก 1,800 ล้านบาท เป็น 4-5000 ล้านบาท ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 600,000-700,000 คน เป็นล้านคน เฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนประมาณ 3,000 บาทต่อวันต่อคน ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่เบตงมากขึ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ 60 เปอร์เซ็นต์เป็นนักท่องเที่ยวมาเลเซีย จากเดิมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างหลักกิโลยักษ์ หลักเขต 54 เอ ใต้สุดแดนสยาม เพื่อเป็นจุดขายของเบตงซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่ใกล้กับมาเลเซียมากที่สุด และหวังให้เป็นแลนด์มาร์กของอำเภอเบตง แต่ยังสร้างไม่ได้ เพราะต้องเป็นพื้นที่ป่าไม้ ต้องวางแผนตั้งงบประมาณอีไอเอใหม่