เจ้าหน้าที่ เร่งวางทุ่นเพิ่มกำหนดเขต ดูแลมาเรียมช่วงเข้ามรสุม

19 มิ.ย. 2562 เวลา 1:50 น.

เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เร่งวางทุ่นเพิ่มกำหนดเขตคุ้มครองพิเศษดูแลมาเรียม โดยไม่อนุญาตให้เรือทุกชนิดเข้าทำประมงและจอดหลบคลื่นลมในช่วงมรสุมนี้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากกลัวมาเรียมจะถูกใบพัดเรือได้รับอันตราย

วันที่ 19 มิถุนายน 2562 ที่บริเวณอ่าวดูหยง ใกล้เขาบาตู ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ซึ่งเป็นสถานที่ใช้สำหรับการดูแลอนุบาล “มาเรียม” พะยูนน้อย เพศเมีย วัยประมาณ 5-6 เดือน โดยทีมสัตวแพทย์ประจำกลุ่มกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และกลุ่มพิทักษ์ดุหยง

นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง สั่งเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง นำทุ่นสีส้มลงไปวางเพิ่มในทะเลหน้าอ่าวดูหยง ห่างจากฝั่งประมาณ 150 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 200 เมตร เพื่อกำหนดเขตพื้นที่ห้ามเรือทุกชนิดเข้ามาทำประมงหรือจอดหลบคลื่นลมในช่วงฤดูมรสุมนี้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นพื้นที่ดูแลอนุบาลมาเรียม เนื่องจากมาเรียมจะคุ้นชินกับเรือทุกชนิด เมื่อมีเรือเข้าใกล้ หรือมาจอดหลบลมใกล้ๆมาเรียมก็จะว่ายน้ำเข้าไปหาคลอเคลีย เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นแม่เหมือนกับที่เคยทำขณะพลัดหลงกับแม่ที่ทะเลจ.กระบี่ จะว่ายน้ำตามเรือประมงของชาวบ้าน ประกอบกับมาเรียมจะไม่ห่างแม่ส้ม (เรือคยัก) ที่เจ้าหน้าที่ใช้สำหรับพายออกไปตามหาตัวและเรียกมากินนม กินหญ้า และชอบคลอเคลียกับแม่ส้มไม่ยอมห่าง ดังนั้น เมื่อเห็นเรือมาเรียมจะว่ายน้ำเข้าไปหา ทำให้เกรงว่าจะถูกเรือชน หรือถูกใบพัดเรือประมงจนเสียชีวิต หรืออันตรายคุกคามแบบอื่น จึงต้องเร่งวางทุ่นกำหนดเป็นพื้นที่สีแดงให้เป็นสัญลักษณ์บอกว่าไม่ให้เรือทุกชนิดทั้งของชาวเกาะลิบง และประมงต่างถิ่น เข้ามาในเขตบริเวณชั้นในแนวทุ่น พื้นที่อนุบาลมาเรียมอย่างเด็ดขาด

นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กล่าวว่า ภาระกิจดูแลมาเรียมขณะนี้ต้องประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน หลักๆขณะนี้มี 3 ภารกิจ คือ ภาระกิจดูแลไม่ให้มาเรียมเกยตื้น เนื่องจากเป็นพะยูนวันเด็ก และไม่ได้เติบโตกับแม่กับฝูง ทำให้ไม่รู้จักธรรมชาติน้ำขึ้นน้ำลง เมื่อถึงช่วงน้ำทะเลหนุนสูงพอน้ำลงสูงสุดมาเรียมมักนอนหลับเกยตื้น แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ได้ซึ่งลาดตระเวนตามหาจนไปพบตัวสามารถช่วยเหลือนำลงน้ำได้ทัน ขณะนี้จึงเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯ ฝ่ายท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมกันจัดเวรยามลาดตระเวนตามหาทุกคนในช่วงน้ำใหญ่ และน้ำลง เพื่อให้แน่ใจว่ามาเรียมไม่ได้เกยตื้น หรือหากเกยตื้นจะสามมรถช่วยเหลือได้ทัน และ ล่าสุด การวางทุ่นเพิ่มกำหนดเป็นพื้นที่เซฟตี้โซน ไม่ให้เรือทุกชนิดเข้ามา รวมทั้งจอดหลบคลื่นลมก็ไม่อนุญาต เพราะเมื่อมาเรียมเห็นเรือมักเข้าไปอยู่ใต้ท้องเรือ เพราะนึกว่าเป็นแม่ก็จะทำให้เกิดอันตรายได้จากการถูกชนหรือถูกใบพัดเรือ ทั้งนี้ กำหนดเบื้องต้นในรัศมี 150 เมตร แต่หากเป็นช่วงมรสุมใหญ่ถ้าจำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่เพราะออกไปไกลกว่าเดิม ก็ต้องขยับแนวทุ่นออกไปอีก และภารกิจที่ 3 คือ การจะพยายามวางแผนหาแนวทางไม่ให้มาเรียมเกยตื้น ซึ่งต้องหารือกับทีมสัตวแพทย์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯกลุ่มพิทักษ์ดุหยง และผู้นำชุมชน เบื้องต้นจะนำแม่ส้ม (เรือคยัก)ไปจอดทิ้งไว้ในบริเวณร่องน้ำในตอนกลางคืน เพื่อให้มาเรียมตามไปอยู่กับแม่ส้มในตอนกลางคืนไม่ให้ขึ้นมา เพื่อดูว่าจะได้ผลหรือไม่ ถ้าหากเขาอยู่ก็โชคดีเขาจะไม่เกยตื้น แต่ในที่นี้จะต้องเตรียมแผนรับมือในช่วงมรสุมใหญ่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทีมสัตวแพทย์และอาสาสมัคร และตัวมาเรียม ซึ่งจะต้องมีพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ทำงานป้อนนมป้อนหญ้าให้มาเรียมได้ตามรับสัดส่วนที่ทีมสัตวแพทย์กำหนดคือ วันละไม่ต่ำกว่า 3 ลิตร ซึ่งก็จะต้องลอยคออยู่ในน้ำที่เป็นช่วงมรสุมตลอดทั้งวัน จึงต้องเร่งหาวิธี ทั้งนี้ เรื่องบ่ออนุบาลชั่วคราวเป็นแนวคิดร่วมกันอย่างหนึ่งของผู้รู้ แต่จะออกมาในรูปแบบไหนอย่างไรให้เหมาะสม หรือจะยังจำเป็นต้องมีหรือไม่ ยังต้องหาข้อสรุป และประเมินสถานการณ์ร่วมกันหลายฝ่ายต่อไป