svasdssvasds

ยุโรป-อเมริการ้อนปรอตแตก หยุดยาวกลายเป็นนรก Death Valley แตะ 54.4 องศาฯ

ยุโรป-อเมริการ้อนปรอตแตก หยุดยาวกลายเป็นนรก Death Valley แตะ 54.4 องศาฯ

อากาศร้อน ทำหยุดยาวหน้าร้อนกลายเป็นนรก สำหรับการท่องเที่ยวในยุโรปและสหรัฐอเมริกา หลังฤดูร้อนปีนี้รุนแรงหนัก เกิน 30 องซาเซลเซียส Death Valley เกือบทุบสถิติ

ช่วงนี้หลายประเทศทางฝั่งอเมริกาและยุโรป หลายพื้นที่เป็นช่วงพักผ่อนหยุดยาวหน้าร้อน (Summer Vacation) แต่จากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกที่รุนแรงขึ้น อาจทำให้วันหยุดของพวกเขาไม่แฮปปี้อีกต่อไป และหลายรายได้ใช้วันหยุดในโรงพยาบาลแทน

ภาพนักท่องเที่ยวนอนอาบแดดที่ชายหาดซานฟรานซิสโกที่เคยคึกคักเริ่มบางตาลงอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้ ทั้ง ๆ ที่อากาศร้อนควรเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมากที่สุด เนื่องจากชายหาดของซานฟรานซิสโกจะเปิดรับนักท่องเที่ยวหนาแน่นในช่วงฤดูกาลนี้ โรงแรมจะมีการจองอย่างล้นหลาม สายการบินจะบินเข้าบินออกเป็นว่าเล่น มีการโต้คลื่นในทะเลอย่างคึกคัก

ความคึกคักของชายหาดในปี 2020 Cr. Mario Tama / Getty Image

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แต่เมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น จนสหประชาชติ (UN) ออกมาประกาศว่า “โลกร้อน” ไม่มีอีกต่อไปแล้ว เพราะโลกได้เดินเข้าสู่ภาวะ “โลกเดือด” แทน สิ่งนี้เองจึงได้มีส่วนในการทำลายฤดูร้อนอันแสนสุขให้หมดไป สำหรับประเทศไทย หากอุณหภูมิสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส เราอาจจะชิน ร้อนจนเหงื่อแตก แต่ยังทนได้

ยุโรป-อเมริการ้อนปรอตแตก หยุดยาวกลายเป็นนรก Death Valley แตะ 54.4 องศาฯ แต่ความร้อนระดับนี้สำหรับประเทศในแถบอากาศอบอุ่น อย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกานั้น นั่นหมายถึงอันตรายถึงชีวิต เพราะอากาศร้อนไม่ใช่แบบร้อนชื้น แต่เป็นร้อนแห้ง ซึ่งจะทำให้แสบผิวได้ หากผิวหนังสัมผัสแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานานเกิน 5 นาที ดังนั้น นี่คือฝันร้ายของธุรกิจห้างร้าน โรมแรม สายการบิน และเรือท่องเที่ยว

แต่ในทางกลับกัน บางพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ผู้คนที่ชอบความท้าทายกับความร้อนก็ยังคงมีอยู่มาก รายงานจากบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ Hopper แสดงให้เห็นความต้องการการเดินทางระหว่างประเทศ โดยผู้คนเริ่มนิยมการท่องเที่ยวป่าเพิ่มมากขึ้นจนแซงหน้าปีที่แล้ว ซึ่งนั่นเชื่อมโยงกับฤดูร้อน

บางคนก็หนีอากาศร้อน เข้าหาป่าอันสงบสุข แต่บางส่วนก็มุ่งหน้าหาความท้าทายอย่างการเข้าไปในอุทยาน Death Valley หรือหุบเขามรณะในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่แห้งแล้งและอุณหภูมิที่สุดในโลก ซึ่งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา อุณหภูมินพื้นที่แห่งนี้ก็สูงถึง 54.4 องศาเซลเซียส ซึ่งร้อนจนมนุษย์ไม่อาจอยู่ได้

Cr. 	RONDA CHURCHILL / Getty Image ด้วยความร้อนระดับนี้จึงมีคำเตือนจาก National Weathers Service หรือ NWS และ National Park Service หรือ NPS ว่าควรงดเข้าเยี่ยมชม ในขณะที่ยอดนักท่องเที่ยวยังคงมุ่งหน้าสู่หุบเขาจำนวนมาก โดยบางคนให้สัมผัสกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า “เป็นเรื่องที่ดีที่จะไป เพราะตัวเขาอาจได้ไปยืนอยู่ในสถานที่และวันที่ร้อนที่สุดในโลก”

ที่มาข้อมูล

Bloomberg

Insider

related