เด้ง 3 ตำรวจสืบภาค 8 รีดเงินพ่อค้าหอยแครง 5 ล้าน

21 พ.ค. 2563 เวลา 5:26 น.

ผบช.ภ.8 สั่งเด้ง 3 ตำรวจสืบภาค 8 พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หลังไปรีดเงินพ่อค้าหอยแครง 5 ล้านบาท ผบ.ตร.สั่งฟันวินัยผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ฐานปล่อยปละละเลย

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2563 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว ชาวบ้านอำเภอกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ล้อมรถยนต์ผู้อ้างตัวเป็นตำรวจเข้าไปจับกุมชาวประมงพื้นบ้าน และเรียกเงินเป็นการแลกเปลี่ยนกับที่ไม่ถูกดําเนินคดี ว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค. เวลาประมาณ 17.30 น. สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเหตุ ตำรวจจำนวน 3 นาย ได้เข้ามาทำการตรวจสอบทำประมงผิดกฎหมายในพื้นที่

ขณะทำการตรวจสอบได้เกิดการเข้าใจผิดกับชาวบ้านในชุมชุน จึงได้ถูกชาวบ้านกว่า 300 คน ปิดล้อมรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ของตำรวจ จนไม่สามารถออกมาได้ จึงขอกำลังตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ สนับสนุนมาที่เกิดเหตุ โดยได้เจรจาเบื้องต้นกับชาวบ้านแต่ไม่สามารถเจรจาได้

จากนั้นนายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว อดีตกำนันตำบลทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นคนกลางเข้ามาเจรจา และเมื่อได้ประสานติดต่อให้มาทำการเจรจากับชาวบ้าน ผลการเจรจาจบลงด้วยดี โดยชาวบ้านยอมเปิดทางให้ตำรวจที่ถูกปิดล้อมได้ แต่เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวต้องไม่เข้ามาในพื้นที่อีกต่อไป

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับตำรวจทั้ง 3 นาย ดังกล่าว เป็นตำรวจสังกัด บก.สส.ภ.8 จริง ซึ่ง พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ ผบช.ภ.8 จะมีคำสั่งให้ ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ยัง ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ศปก.ภ.8) พร้อมมีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น

โดยหากพบว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ มีการเรียกรับเงินเพื่อให้ไม่ถูกดําเนินคดีตามที่ปรากฏเป็นข่าวจริง ให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม พร้อมเน้นย้ำ คณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง เร่งคลี่คลายข้อสงสัยและให้ความกระจ่างแก่สังคม

และหากพบว่าตำรวจได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้นจริง ซึ่งถือว่า มีความประพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์ หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ขูดรีดประชาชน ให้เร่งดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่เอาไว้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เป็นตำรวจ แต่กระทำผิดกฎหมายเสียเอง ประกอบกับ ให้พิจารณาดำเนินการทางวินัยกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นฐานปล่อยปละละเลย ไม่สอดส่องดูแลความประพฤติผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น

https://www.youtube.com/watch?v=CgBLbb7C4nA