svasdssvasds

วิจัยไทยดีมาก อย่าปล่อยขึ้นหิ้ง สกสว.หวังรัฐทุ่มงบต่อยอด พัฒนาไทยเจริญ

วิจัยไทยดีมาก อย่าปล่อยขึ้นหิ้ง สกสว.หวังรัฐทุ่มงบต่อยอด พัฒนาไทยเจริญ

สกสว.เดินหน้าต่อยอดผลงานวิจัยชั้นเลิศสู่การนำมาใช้งานจริง หลังวงการแพทย์สร้างวิจัยวัคซีนป้องกันโควิด-ไข้หวัดใหญ่สำเร็จ ดึงวิจัยอื่นพัฒนาชุมชนสู่ประเทศ พ้ออยากได้เงินทุนรัฐเพิ่ม อย่างน้อย 2% ของจีดีพี

SHORT CUT

  • สกสว.พ้อ เงินทุนพัฒนาวิจัยให้เกิดผลงานจริงไม่พอ
  • ฟุ้งงานวิจัยการแพทย์ไทยดีเยี่ยม แต่ผลประโยชน์สู่เอกชน
  • หวังปีนี้รัฐจัดสรรเพิ่ม เดินหน้าสร้างอิมแพคจากชุมชนสู่ประเทศ

สกสว.เดินหน้าต่อยอดผลงานวิจัยชั้นเลิศสู่การนำมาใช้งานจริง หลังวงการแพทย์สร้างวิจัยวัคซีนป้องกันโควิด-ไข้หวัดใหญ่สำเร็จ ดึงวิจัยอื่นพัฒนาชุมชนสู่ประเทศ พ้ออยากได้เงินทุนรัฐเพิ่ม อย่างน้อย 2% ของจีดีพี

รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. เป็นหน่วยงานหลักในการยกระดับศักยภาพและขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) อย่างมีส่วนร่วม เพื่อส่งมอบคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมนำไปสู่การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว  

การนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นเครื่องมือกำหนดเป้าหมายการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและพร้อมสำหรับโลกอนาคต 

ทั้งนี้ เพื่อให้งานวิจัยที่ดีขึ้นหิ้ง สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศได้จริง โดยทาง สกสว.ก็คาดหวังงบจากทางรัฐบาลเพิ่มอีก 2% จากจีดีพีประเทศ ซึ่งตอนนี้เราได้ที่ 1.2-1.3% เท่านั้น ทำให้งบเฉลี่ยแต่ละโครงการอยู่ที่ 500 ล้านบาท ซึ่งยังไม่พอต่อการสร้างการเติบโตขนาดใหญ่

การคาดหวังงบครั้งใหม่นี้ เพื่อให้รัฐได้ประโยชน์จากการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะตอนนี้เอกชนเป็นคนลงทุนหลักถึง 70% ทำให้ผลประโยชน์ต่างๆ ต้องตกเป็นของผู้ลงทุนและภาพรวมประเทศก็ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก

นอกจากนี้ ยังหวังการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยที่ไม่ใช่ความสำเร็จแค่ระดับชุมชน แต่ต้องสร้างอิมแพคระดับประเทศได้ซึ่งจะเริ่มเดินหน้าในปีนี้

เดิมงบที่ใช้เยอะคือด้านการแพทย์ เราทำวัคซีนสำเร็จแล้ว ต่อมาก็วัคซีนไข้หวัดใหญ่และในปี 2567 ก็น่าจะมีวัคซีนใหม่ 1 ตัว ปี 2568-2569 ก็จะได้มาเพิ่มอีก ถือว่าการแพทย์ไทยพัฒนาไปในแนวทางที่ดี

รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว.

4 ยุทธศาสตร์เดินหน้าพัฒนาประเทศ

ผอ.สกสว. กล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินหน้านโยบายด้านงานวิจัย และพัฒนานวัตกรรมนั้น ประกอบด้วย 4 เรื่องหลัก คือ

  1. การพัฒนาเศรษฐกิจด้วยเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าและสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และความพร้อมในอนาคต
  2. การพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
  3. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรมที่ล้ำหน้า เพื่อโอกาสและความพร้อมในอนาคต
  4. การพัฒนากำลังคนและสถาบันวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อการก้าวกระโดด 

อย่างเช่นความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับทางเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยนั้น ก็เพื่อตอบโจทย์ต่อประเด็นด้านการพัฒนาระดับประเทศและระดับชาติ หวังว่าทุน ISPF จะเป็นหมุดหมายสำคัญด้านความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

มาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือภายใต้กองทุน Newton Fund ระหว่างปี 2557 - 2562 ด้วยการลงทุนในสหราชอาณาจักรจำนวน 46 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ

ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการวิจัยกว่า 1,700 คน ความร่วมมือด้านการวิจัยในโครงการขนาดใหญ่กว่า 115 โครงการ ในด้านสุขภาพ การเกษตร พลังงาน สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

มาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย

นอกจาก Newton Fund แล้ว ประเทศไทยยังมีความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรภายใต้ Global Challenges Research Fund (GCRF) ซึ่งเป็นทุนที่ให้การสนับสนุนงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศที่กำลังพัฒนาอีกด้วย

โดย Department for Science, Research and Technology (DSIT) สหราชอาณาจักร ได้จัดสรรงบประมาณ 337 ล้านปอนด์ ตั้งแต่ปี 2022 – 2025 เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยอังกฤษได้ทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตรทั่วโลก ภายใต้ 4 ประเด็นมุ่งเน้นหลักของสหราชอาณาจักร ได้แก่

  • ความเสี่ยงของโลก (Resilient Planet)
  • การทรานส์ฟอร์มเทคโนโลยี (Transformative Technologies)
  • สุขภาพมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงของพรรณพืช – สัตว์ (Healthy People, Animals and Plants)
  • การสร้างบุคลากรแห่งอนาคต (Tomorrow’s Talent)

โดยไทยมีความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรภายใต้ ISPF แล้ว 6 โปรแกรม ได้แก่

  1. International Interdisciplinary Research Projects
  2. International Writing Workshops
  3. Leaders in Innovation Fellowships (LIF)
  4. Transforming Systems Through Partnerships (TSP)
  5. MRC SEA One Health and Pandemic Preparedness
  6. STFC UK-ASEAN Research Infrastructure Partnership

วิจัยไทยดีมาก อย่าปล่อยขึ้นหิ้ง สกสว.หวังรัฐทุ่มงบต่อยอด พัฒนาไทยเจริญ

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมที่คาดว่าจะมีความร่วมมือเพิ่มเติมอีก ได้แก่

  1. International Fellowship Programme
  2. Networking award + Parallel activity for alumni
  3. Global Health Policy Workshop
  4. International career development programme
  5. BBSRC/NERC - Sustainable Aquaculture
  6. Global Challenges Research
  7. Translational Research Partnership
  8. Future Research and Policy Change
  9. Early Academic Fellowship scheme for Women in Research and Innovation
  10. Research Partnership

ทั้งนี้ ทุกฝ่ายคาดหวังความร่วมมือครั้งใหญ่ที่อยากจะให้รัฐบาลของไทยใส่ใจเรื่องของการนำผลงานวิจัยมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศสูงสุด เพราะนักวิจัยของไทยมีผลงานการศึกษาข้อมูลที่ดีมาก แต่มักถูกทิ้งไว้ให้หายไปตามกาลเวลา

 

อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม

related