เมื่อคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha เริ่มเมิน 'เพลงที่สร้างจาก AI'

เมื่อคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha เริ่มเมิน 'เพลงที่สร้างจาก AI'

ในวันที่เทคโนโลยีอย่าง AI กำลังก้าวหน้าและได้รับความนิยมในหลายวงการ แต่กับอุตสาหกรรมดนตรีอาจจะไม่เป็นแบบนั้น เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มไม่อยากสนับสนุนเพลงจาก AI

SHORT CUT

  • ผู้ฟังส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงลบเมื่อทราบว่าเพลงถูกสร้างโดย AI โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Gen Alpha ที่ความสนใจลดลงอย่างรวดเร็ว (ความสนใจสุทธิร่วงจาก -6% เป็น -16% ใน 6 เดือน) รวมถึงกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่ต่อต้านมากที่สุด มีเพียงกลุ่ม Gen Y เท่านั้นที่ค่อนข้างเปิดรับมากกว่ากลุ่มอื่นๆ
  • ยอดสตรีมมิงของศิลปิน AI มักจะพุ่งสูงขึ้นแค่ในช่วงแรกที่คนตื่นเต้นกับความแปลกใหม่หรือเวลามีการอัปเดตเทคโนโลยี แต่หลังจากนั้นยอดจะตกลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากการที่เพลง AI ยังขาดเสน่ห์และ 'จิตวิญญาณความเป็นมนุษย์' ทำให้ไม่สามารถดึงดูดใจผู้ฟังให้กลายเป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่นได้
  • แม้ผู้บริโภคจะเริ่มเมิน แต่ค่ายเพลงระดับโลก (เช่น Warner, Universal, Sony) กลับกำลังเร่งเจรจาลิขสิทธิ์กับบริษัทพัฒนา AI เพื่อหวังว่าหากในอนาคตเพลง AI มีความถูกต้องตามกฎหมายและมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น จะสามารถกู้ความเชื่อมั่นและดึงดูดผู้ฟังกลับมาได้อีกครั้ง

ในวันที่เทคโนโลยีอย่าง AI กำลังก้าวหน้าและได้รับความนิยมในหลายวงการ แต่กับอุตสาหกรรมดนตรีอาจจะไม่เป็นแบบนั้น เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มไม่อยากสนับสนุนเพลงจาก AI

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังมาแรง ทำให้บางค่ายเพลงเริ่มหันมาพึ่งพา AI กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเพลง หรือการใช้ AI ทำดนตรีและเสียงร้องแทนศิลปินที่เป็นคนจริงๆ ไปจนถึงการเร่งทำข้อตกลงกับบริษัทเทคโนโลยี AI

แต่กลายเป็นว่า คนรุ่นใหม่ทั้ง Gen Z และ Gen Alpha กลับมีความตื่นเต้นต่อเพลงที่มาจาก AI น้อยลง และบางคนพอรู้ว่าไม่ใช่เพลงที่มาจากศิลปินจริงๆ ก็เลือกที่จะเลิกสนับสนุนทันที

เมื่อคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha เริ่มเมิน 'เพลงที่สร้างจาก AI'

รายงานฉบับใหม่จาก Luminate ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในอเมริกา ช่วงเดือนพฤษภาคม 2025 ถึงพฤศจิกายน 2025 พบว่าความสนใจในการฟังเพลงที่ใช้ AI ช่วยสร้างนั้น ลดลงในทุกกลุ่มอายุ

โดยกลุ่มที่หันหลังให้กับเพลง AI มากที่สุดก็คือ วัยรุ่นอย่าง Gen Z และเด็กยุคใหม่ Gen Alpha ซึ่งปกติแล้วจะเป็นกลุ่มที่ตอบรับเทคโนโลยีเร็วที่สุด แต่กลายเป็นกลุ่มที่มีความสนใจในเพลง AI ลดลงมากที่สุด โดยตัวเลขความสนใจสุทธิ ร่วงจาก -6% ลงไปอยู่ที่ -16% ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

รายงานฉบับใหม่จาก Luminate ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในอเมริกา ช่วงเดือนพฤษภาคม 2025 ถึงพฤศจิกายน 2025 พบว่าความสนใจในการฟังเพลงที่ใช้ AI ช่วยสร้างนั้น ลดลงในทุกกลุ่มอายุ

เมื่อคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha เริ่มเมิน 'เพลงที่สร้างจาก AI'

โดยกลุ่มที่หันหลังให้กับเพลง AI มากที่สุดก็คือ วัยรุ่นอย่าง Gen Z และเด็กยุคใหม่ Gen Alpha ซึ่งปกติแล้วจะเป็นกลุ่มที่ตอบรับเทคโนโลยีเร็วที่สุด แต่กลายเป็นกลุ่มที่มีความสนใจในเพลง AI ลดลงมากที่สุด โดยตัวเลขความสนใจสุทธิ ร่วงจาก -6% ลงไปอยู่ที่ -16% ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

ที่สำคัญเมื่อคนรุ่นใหม่รู้ว่าเพลงเหล่านั้นสร้างมาจาก AI กลับยิ่งทำให้พวกเขาไม่อยากฟัง โดยภาพรวมของผู้ฟังในอเมริกา มีทัศนคติเป็นลบต่อการฟังเพลงที่รู้ว่าผลิตโดย AI มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และความรู้สึกติดลบนี้ยิ่งเพิ่มมากขึ้นในการสำรวจครั้งล่าสุด

เมื่อคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha เริ่มเมิน 'เพลงที่สร้างจาก AI'

นอกจากนี้คนในกลุ่ม เบบี้บูมเมอร์ ที่มีอายุประมาณ 62 – 80 ปี ยังเป็นกลุ่มที่ต่อต้านหรือว่ามีแนวโน้มจะรู้สึกแย่ต่อเพลงจาก AI มากที่สุดด้วย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีกลุ่มคนที่ไม่เปิดใจให้เพลง AI เลย เพราะชาว Gen Y กลับเป็นกลุ่มที่ยอมรับเพลงพวกนี้ได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น

เรียกได้ว่าการทำเพลงด้วย AI นั้นเป็นกระแสที่วูบวาบ แต่ไม่ยั่งยืน เพราะจากการศึกษาที่ติดตามผลงานของศิลปินที่ใช้ AI ช่วยสร้าง เช่น Xania Monet หรือ Breaking Rust พบว่าในช่วงแรกยอดจะพุ่งเพราะความแปลกใหม่ เมื่อมีการอัปเดตโมเดลใหม่ๆ หรือเมื่อมีข่าวอื้อฉาว ยอดสตรีมจะพุ่งสูงขึ้นทันทีเพราะคนอยากลองฟัง

แต่ว่าหลังจากนั้น ยอดสตรีมมักจะตกลงอย่างรวดเร็วหลังจากผ่านช่วงเห่อไปแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Xania Monet ซึ่งเคยทำยอดสตรีมสูงถึง 7 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ในเดือนกันยายน 2025 แต่พอถึงเดือนมีนาคม 2026 ยอดกลับลดลงเหลือไม่ถึง 3 ล้านครั้ง

เหมือนกับว่าไม่ได้มีแฟนคลับที่เหนียวแน่น จึงถือว่า AI ยังไม่สามารถสร้างความเป็นติ่งหรือฐานแฟนคลับที่แท้จริงในระยะยาวได้นั่นเอง

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกในแง่ลบ แต่ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขามีความรู้สึกเฉยๆ ต่อการใช้ AI ไม่ว่าจะใช้แต่งเนื้อเพลง ทำทำนอง หรือสร้างเพลงใหม่ทั้งเพลง

แต่ถึงอย่างไรก็ตามประเด็นนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าจับตามองในอนาคต เพราะค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Warner, Universal หรือ Sony ต่างก็กำลังเร่งเจรจาทำข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์กับบริษัท AI เช่น Suno และ Udio ซึ่งการที่เพลง AI ถูกกฎหมายและมีการพัฒนาคุณภาพให้ใกล้เคียงกับศิลปินที่เป็นมนุษย์มากขึ้นในอนาคต อาจจะช่วยกู้คืนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาได้บ้าง

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของเพลง AI ในตอนนี้ก็คือ การที่เพลงขาดเสน่ห์ ในการดึงดูดใจผู้ฟังให้เป็นแฟนคลับได้ยาวนานเหมือนกับศิลปินที่เป็นคนจริงๆ คล้ายกับว่ายังเป็นเพลงที่ขาดจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์

ที่มา : Billboard

related