
SHORT CUT
โดนัลด์ ทรัมป์ เรียก Big Tech เข้าประชุมทำเนียบขาว ตกลงให้ดูแลความปลอดภัยกันเอง ลุยสร้างศูนย์ข้อมูล และสั่งเปลี่ยนชื่อ AI เป็น 'Super Intelligence'
โดนัลด์ ทรัมป์ นัดประชุมบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น Google, Meta, NVIDIA, SpaceX และ OpenAI มาประชุมร่วมกันที่ทำเนียบขาว เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยีและความปลอดภัย
ทรัมป์ได้ให้ผู้บริหารระดับโลกอย่าง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก, อีลอน มัสก์ และคนอื่นๆ เซ็นสัญญาตกลงกันว่า 'จะช่วยกันดูแลความปลอดภัยของเทคโนโลยีกันเอง' โดยให้มีคนนอกมาช่วยตรวจสอบ
แต่ปัญหาก็คือ สัญญานี้ 'ไม่มีกฎหมายบังคับและไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน' ทำให้นักวิชาการหลายคนออกมาเตือนว่า การปล่อยให้บริษัทคุมกันเองแบบนี้อาจจะไม่ปลอดภัยพอ ล่าสุด OpenAI ก็เพิ่งต้องเบรกการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ไปเพราะเจอปัญหาด้านความปลอดภัย
เทคโนโลยีจะพัฒนาได้ต้องมี 'ศูนย์ข้อมูล' หรือดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ทรัมป์จึงประกาศสนับสนุนให้สร้างศูนย์เหล่านี้ทั่วประเทศ แม้ว่าจะมีผลสำรวจออกมาว่าชาวบ้านกว่า 65% ไม่เอาด้วย เพราะศูนย์พวกนี้กินไฟมหาศาลและอาจกระทบชุมชน
แต่ฝั่งทรัมป์และซีอีโอของ NVIDIA ยืนยันว่า ศูนย์พวกนี้เปรียบเหมือน 'โรงงานยุคใหม่' ที่จะช่วยสร้างงานและทำให้คนในพื้นที่มีรายได้มากขึ้น
แต่เรื่องที่ฮือฮาที่สุดคือ ทรัมป์ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐทั้งหมด เลิกใช้คำว่า 'AI' (Artificial Intelligence) เพราะเขามองว่าคำว่า Artificial แปลว่าของเทียมหรือของปลอม ฟังดูไม่ค่อยดี จึงสั่งให้เปลี่ยนไปใช้คำว่า 'SI' (Super Intelligence) แทน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีตอนนี้มันก้าวล้ำและฉลาดสุดยอดไปแล้ว
การเปลี่ยนชื่อจาก AI เป็น 'Super Intelligence' (SI) ไม่ใช่แค่การเล่นคำ แต่เป็นการประกาศเริ่มยุคสมัยใหม่ที่สหรัฐฯ ต้องการเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้บริษัทเทคโนโลยี 'กำกับดูแลกันเอง' และการเร่งสร้างศูนย์ข้อมูลโดยข้ามผ่านเสียงคัดค้านของประชาชน ก็เปรียบเสมือนดาบสองคมที่น่าจับตามอง
ท้ายที่สุดแล้ว 'ยุคทอง' ของเทคโนโลยีนี้ จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับมวลมนุษยชาติ หรือจะเป็นเพียงการเปิดทางให้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่กุมอำนาจโดยไร้คนตรวจสอบนี่คือคำถามที่เวลาเท่านั้นจะเป็นผู้ให้คำตอบ
ที่มา : BBC