
SHORT CUT
IMF เผยเม็ดเงินลงทุน AI ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกโต 3% ชี้เอเชียและไทยรับอานิสงส์ฮาร์ดแวร์ แต่เตือนคลื่นสึนามิเขย่าตลาดแรงงาน 40% หวั่นเด็กจบใหม่เผชิญวิกฤตจ้างงาน
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นเสาหลักสำคัญที่ช่วยพยุงอัตราการเติบโตของ GDP โลกให้อยู่ในระดับ 3% ได้อย่างต่อเนื่อง
โดยมีกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทยเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์หลักในฐานะฐานการผลิตฮาร์ดแวร์ ขณะที่ผู้นำสถาบันการเงินระหว่างประเทศประสานเสียงเตือนถึงผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อตลาดแรงงานและความเหลื่อมล้ำระลอกใหม่
Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวเปิดการประชุมประจำปีร่วมระหว่าง IMF และธนาคารโลก ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้แทนด้านการเงินและนโยบายเศรษฐกิจกว่า 18,000 คนจาก 191 ประเทศเข้าร่วม
โดยระบุว่ากระแสการทุ่มงบประมาณลงทุนใน AI ก่อให้เกิดทั้ง 'แรงขับเคลื่อนด้านอุปสงค์และการลงทุนระลอกใหญ่' ซึ่งช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกไม่ให้ชะลอตัวลง แม้ต้องเผชิญกับผลกระทบจากราคาพลังงาน
กอร์เกียวาระบุว่า การเติบโตของอุตสาหกรรม AI มีแนวโน้มเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียราว 0.5-1.0% และกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย 0.2-0.8% เนื่องจากแม้สหรัฐฯ จีน และอินเดีย จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและซัพพลายเชนหลัก แต่ประเทศในเอเชียจำนวนมาก รวมถึงไทย คือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์รองรับ
อย่างไรก็ดี กรรมการผู้จัดการ IMF ได้ส่งสัญญาณเตือนว่า AI เปรียบเสมือน 'สึนามิที่เคลื่อนตัวช้าๆ' ที่จะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานทั่วโลกมากถึง 40% ทั้งในลักษณะการเพิ่มศักยภาพ การลดบทบาท ไปจนถึงการแทนที่แรงงานมนุษย์อย่างสิ้นเชิง
โดยข้อมูลเบื้องต้นในสหรัฐฯ พบว่า 10% ของตำแหน่งงานเริ่มกำหนดให้ต้องมีทักษะ AI ขณะที่งานประจำที่มีลักษณะทำซ้ำเริ่มหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
ด้าน Ajay Banga ประธานธนาคารโลก ชี้ให้เห็นถึงมิติทางออกโดยระบุว่า ธนาคารโลกกำลังมุ่งส่งเสริม 'Small AI' หรือปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็กเฉพาะทางที่ไม่ต้องพึ่งพาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เพื่อนำมาใช้เพิ่มผลิตภาพให้กับเกษตรกร บุคลากรทางการแพทย์ และระบบการศึกษาในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
ขณะเดียวกัน Tharman Shanmugaratnam ประธานาธิบดีสิงคโปร์ ได้กล่าวเตือนถึงความเสี่ยงเร่งด่วนในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นของนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังเผชิญกับความต้องการจ้างงานที่ลดลงอย่างชัดเจน
พร้อมเรียกร้องให้นานาประเทศกำหนดนโยบายเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้ AI ก่อให้เกิด 'ความเหลื่อมล้ำระลอกใหม่' ที่จะเปิดช่องว่างทางเศรษฐกิจและการจ้างงานระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนาให้กว้างขึ้นกว่าเดิม