GenZ ต่อต้านโลก AI เพราะรู้สึกว่าทำให้ชีวิตไม่มีสิทธิเลือก

GenZ ต่อต้านโลก AI เพราะรู้สึกว่าทำให้ชีวิตไม่มีสิทธิเลือก

GenZ ไม่ได้เกลียด AI แต่กำลังทวงสิทธิเลือกอนาคต เมื่อ Data Center รุกเข้าชุมชน จนโครงการมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์เผชิญแรงต่อต้าน

SHORT CUT

  • Gen Z ไม่ได้ต่อต้าน AI แต่ต้องการมีสิทธิเลือก — คนรุ่นใหม่จำนวนมากกังวลว่า AI และ Data Center กำลังถูกผลักเข้ามาในชีวิตและชุมชน โดยประชาชนแทบไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
  • แรงต้าน Data Center เริ่มสร้างผลกระทบจริง — การประท้วงและมาตรการของชุมชนในสหรัฐฯ ทำให้โครงการ Data Center มูลค่ารวมกว่า 228,000 ล้านดอลลาร์ ถูกระงับหรือเลื่อน สะท้อนว่าความกังวลเรื่อง AI กำลังเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนไหวในโลกจริง
  • ยิ่งโลกเปลี่ยนเร็ว Gen Z ยิ่งหันหาชุมชนและสิ่งที่ควบคุมได้ — ตั้งแต่ศาสนา จิตวิญญาณ การพบปะในโลกจริง ไปจนถึงการเคลื่อนไหวในท้องถิ่น สะท้อนความต้องการมีอำนาจกำหนดชีวิตและอนาคตของตัวเองมากขึ้น

GenZ ไม่ได้เกลียด AI แต่กำลังทวงสิทธิเลือกอนาคต เมื่อ Data Center รุกเข้าชุมชน จนโครงการมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์เผชิญแรงต่อต้าน

โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุค AI อย่างรวดเร็ว บริษัทเทคโนโลยีทุ่มเงินมหาศาลสร้าง Data Center เพื่อรองรับการประมวลผลของปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่รัฐบาลและภาคธุรกิจต่างพูดถึง AI ในฐานะเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนเศรษฐกิจและชีวิตของผู้คน

แต่ท่ามกลางกระแสนี้ กลับเกิดแรงต่อต้านจากคนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Gen Z ซึ่งกำลังตั้งคำถามว่า หาก AI กำลังจะเปลี่ยนโลกของพวกเขา ทำไมพวกเขาจึงแทบไม่มีสิทธิเลือกเลยว่า ต้องการโลกแบบนั้นหรือไม่

Fortune รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก Data Center Watch ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2025 การเคลื่อนไหวต่อต้าน Data Center ในสหรัฐฯ ส่งผลให้โครงการมูลค่ารวมมากกว่า 228,000 ล้านดอลลาร์ ถูกระงับหรือเลื่อนออกไป ขณะที่มากกว่า 500 พื้นที่ใน 39 รัฐ ออกมาตรการห้าม ชะลอ หรือจำกัดการก่อสร้าง Data Center และมีกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านถึง 843 กลุ่มใน 49 รัฐ

เฉพาะช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2026 มีโครงการ Data Center 45 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 68,000 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกขัดขวางหรือเลื่อนออกไป หลังจากในไตรมาสแรกของปีเดียวกันมีโครงการมูลค่าถึง 130,000 ล้านดอลลาร์ ได้รับผลกระทบ

ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจาก Gen Z ‘เกลียด AI’

สิ่งที่น่าสนใจคือ แรงต่อต้านนี้ไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นใหม่ปฏิเสธเทคโนโลยีเสียทั้งหมด

ผลสำรวจพบว่า 73% ของชาวอเมริกันไม่ต้องการให้ AI ถูกยัดเยียดเข้ามาในชุมชนของตัวเอง ขณะที่ 68% มองว่า AI อาจมีประโยชน์ แต่รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังถูกบังคับให้เกิดขึ้นเร็วเกินไป

Data Center แตกต่างจาก AI ที่อยู่บนหน้าจอ เพราะมันเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เมื่อโครงการกำลังจะมาตั้งอยู่ใกล้บ้าน ชาวบ้านสามารถรวมตัว เข้าประชุมท้องถิ่น เรียกร้องให้รัฐบาลออกข้อจำกัด หรือผลักดันให้โครงการหยุดชะงักได้

โลกเปลี่ยนเร็ว Gen Z ยิ่งหันกลับไปหา ‘ชุมชน’

อีกปรากฏการณ์ที่ Fortune นำมาเชื่อมโยงกันคือ การกลับมาสนใจศาสนาและจิตวิญญาณของ Gen Z

ข้อมูล Harris Poll ที่เผยแพร่กับ พบว่า 33% ของ Gen Z ระบุตัวเองว่าเป็นคนเคร่งศาสนาหรือมีศาสนา สูงกว่า Boomers ที่ 18%, Gen X ที่ 22% และ Millennials ที่ 19% ในแบบสำรวจดังกล่าว

ขณะเดียวกัน 57% ของ Gen Z ระบุว่าหันเข้าหาเรื่องจิตวิญญาณหรือการ Manifest เพราะต้องการรู้สึกว่าสามารถควบคุมอนาคตของตัวเองได้มากขึ้น

ที่น่าสนใจคือ 60% บอกว่าตัวเองเข้าร่วมชุมชนหรือกิจกรรมที่พบปะกันในโลกจริงมากกว่าในอดีต และ 70% ต้องการมีส่วนร่วมกับชุมชนเหล่านี้มากขึ้นอีกในอนาคต

ภาพเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นคนละเรื่อง ตั้งแต่การกลับเข้าหาศาสนา การเล่นบอร์ดเกม การพบปะกันในโลกจริง ไปจนถึงการประท้วง Data Center แต่ สิ่งเหล่านี้อาจมีรากเดียวกัน นั่นคือคนรุ่นใหม่มีความต้องการกลับมามี ‘อำนาจควบคุม’ ชีวิตและสังคมของตัวเอง

นี่จึงเป็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจของคนรุ่นที่เติบโตมาพร้อมอินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน และโซเชียลมีเดีย

ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้า คนรุ่นใหม่บางส่วนกลับหันกลับไปหาสิ่งที่จับต้องได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศาสนา ชุมชน การพบปะกันในโลกจริง หรือการเคลื่อนไหวทางสังคมในพื้นที่ของตัวเอง

และกรณี Data Center แสดงให้เห็นว่า Gen Z ไม่ได้เพียงแสดงความคิดเห็นอยู่บนโลกออนไลน์ แต่เริ่มเปลี่ยนความไม่พอใจให้กลายเป็นการเคลื่อนไหวที่สามารถสร้างผลกระทบต่อโครงการมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ได้จริง

ที่มา : fortune

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

related