
SHORT CUT
บริษัทฝรั่งเศสเปิดตัว Atlas กล้องโทรทรรศน์อัจฉริยะที่เปลี่ยนโมดูลเลนส์ได้ตามต้องการ ควบคุมผ่านสมาร์ตโฟน รองรับการถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้าห้วงลึก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ ให้ผู้ใช้สำรวจจักรวาลได้ง่ายขึ้น
บริษัท Vaonis จากฝรั่งเศส เปิดตัว Atlas ระบบกล้องโทรทรรศน์อัจฉริยะแบบโมดูลาร์ที่สามารถเปลี่ยนชุดเลนส์ได้ตามต้องการ เปรียบเสมือนกล้องถ่ายภาพที่เปลี่ยนเลนส์ได้ ช่วยให้ผู้ใช้งานสำรวจท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการใช้กล้องโทรทรรศน์มาก่อน
Atlas ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน Gaia ผู้ใช้เพียงเลือกวัตถุท้องฟ้าจากภาพท้องฟ้าได้แบบเรียลไทม์ ตัวกล้องจะหันไปยังตำแหน่งเป้าหมายโดยอัตโนมัติและเริ่มบันทึกภาพ โดยบริษัท Vaonis ระบุว่าระบบรองรับการถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้าห้วงลึก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ พร้อมเสริมว่า มีแผนจะพัฒนาการถ่ายภาพดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเพิ่มเติมในอนาคต
Atlas มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตร 3 ระบบ ได้แก่ SkyDock ระบบเชื่อมต่อที่ช่วยให้เปลี่ยนโมดูลถ่ายภาพได้ภายในไม่กี่วินาทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ รวมถึง SkyTwin ที่ติดตั้งโมดูลเหมือนกัน 2 ชุดเพื่อรับแสงได้มากขึ้นและแสดงรายละเอียดของภาพได้รวดเร็วขึ้น และ SkyGuard กล้องตรวจจับท้องฟ้ารอบทิศทางที่ติดตั้งอยู่ในฐานกล้อง สามารถแสดงสิ่งที่มองเห็นได้จริงจากบริเวณที่ใช้งานผ่านเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) รวมถึง บันทึกภาพท้องฟ้าตลอดทั้งคืนเป็นวิดีโอแบบไทม์แลปส์
โมดูลแรกของระบบคือ Atlas 80 ติดตั้งเลนส์ 4 ชิ้น และมีช่องรับแสงขนาด 80 มิลลิเมตร เลนส์ออกแบบตามหลักอะโพโครมาติก (Apochromatic) เพื่อให้แสงสีแดง เขียว และน้ำเงินรวมตัวกันในตำแหน่งเดียว ช่วยลดขอบสีรุ้งที่อาจปรากฏรอบดวงดาว
Atlas 80 มีทางยาวโฟกัส 360 มิลลิเมตร รูรับแสงสัมพันธ์ f/4.5 และเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX585 ความละเอียด 8.3 ล้านพิกเซลในแต่ละโมดูล หากติดตั้งโมดูล 2 ชุดพร้อมกัน บริษัทระบุว่า ค่าอัตราส่วนทางยาวโฟกัสต่อรูรับแสงจะปรับเป็น f/3.2 ช่วยให้ระบบรับแสงได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ตัวกล้องพร้อมฐานมีความสูง 41 เซนติเมตร และน้ำหนัก 6.5 กิโลกรัม โดยยังไม่รวมขาตั้งอะลูมิเนียมที่หนักอีก 1.9 กิโลกรัม ผู้ใช้สามารถติดตั้งฟิลเตอร์เสริมเพื่อช่วยลดผลกระทบจากแสงไฟในเมือง หรือปรับให้เหมาะกับการถ่ายภาพดวงอาทิตย์และช่วงคลื่นแสงที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ฟิลเตอร์และอุปกรณ์เสริมบางรายการยังไม่พร้อมจำหน่าย
Atlas รุ่นติดตั้งโมดูลเดียวใช้งานได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตัวเครื่องมีมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำกระเซ็นระดับ IP64 และรองรับอุณหภูมิการใช้งานตั้งแต่ -20 องศาเซลเซียสถึง 40 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม ความสามารถบางอย่างยังอยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น การใช้ชุดเลนส์และฟิลเตอร์ต่างชนิดกันในโหมดกล้องคู่ กระเป๋าสำหรับพกพา ฐานปรับมุมตามการเคลื่อนที่ของท้องฟ้า โมดูลขนาดอื่น และโมดูลสำหรับถ่ายภาพดาวเคราะห์โดยเฉพาะ
Vaonis เปิดรับจอง Atlas ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2026 โดยคาดว่าจะเริ่มจัดส่งสินค้าในเดือนมีนาคม 2027
โดยราคาช่วงพรีเซล ซึ่งเปิดถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน อยู่ที่ 3,990 ดอลลาร์ (ประมาณ 128,000 บาท) สำหรับชุดกล้องพร้อมโมดูล Atlas 80 หนึ่งชุด และ 5,490 ดอลลาร์ (ราว 176,000 บาท) สำหรับชุดโมดูลคู่ โดยราคาจะเพิ่มเป็น 4,990 ดอลลาร์ (ราว 167,000 บาท) และ 6,990 ดอลลาร์ (233,000 บาท) ตามลำดับ หลังสิ้นสุดช่วงพรีเซล
Atlas เป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมของ Vaonis ที่มีราคาต่ำกว่ากล้องหอดูดาวอัจฉริยะ Hyperia ราคาประมาณ 99,000 ดอลลาร์ (ราว 3.3 ล้านบาท) ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดย Hyperia ใช้ระบบเลนส์ Canon และช่องรับแสงขนาด 150 มิลลิเมตร
ก่อนหน้านี้ Vaonis เคยเปิดตัว Stellina ในปี 2018 ซึ่งบริษัทระบุว่า เป็นกล้องโทรทรรศน์อัจฉริยะรุ่นแรกของโลก ตามด้วย Hestia กล้องขนาดกะทัดรัดที่ใช้ร่วมกับสมาร์ตโฟน และ Vespera II
‘ซีริล ดูปุย’ (Cyril Dupuy) ผู้ก่อตั้ง Vaonis กล่าวว่า Stellina เปลี่ยนวิธีที่ผู้คนมองท้องฟ้า ส่วน Atlas เปลี่ยนแนวคิดว่ากล้องโทรทรรศน์สามารถพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน ที่ผ่านมา ผู้ใช้งานถูกจำกัดด้วยความสามารถทางกายภาพและทางเทคนิคของกล้องที่มีอยู่ แต่ Atlas ช่วยให้กล้องโทรทรรศน์พัฒนาตามความสนใจและประสบการณ์ของผู้ใช้ได้