ปังมาก! โควิดดันลงทุน ธุรกิจเน็ต –การแพทย์ ยอดเปิดกิจการใหม่มี.ค.พุ่ง

21 เม.ย. 2564 เวลา 9:36 น.

เชื่อหรือไม่ ! อานิสงส์โควิด -19 ระบาด นักธุรกิจแห่ลงทุนธุรกิจเน็ต และการแพทย์ ดันมี.ค. 2564 ยอดเปิดกิจการใหม่สูงสุด15ปี ยอดสะสมพุ่ง 78%

มีคำกล่าวเสมอว่า ในภาวะวิกฤตมักมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ อย่างวิกฤตโควิด-19 ก็เช่นกันทำให้หลายธุรกิจเติบโตได้ดีมาก ๆ ในช่วงนี้ ล่าสุด ‘นายทศพล ทังสุบุตร’ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยว่า ยอดธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนมีนาคม 2564 มีจำนวน 8,841 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 19,427 ล้านบาท ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 667 ราย รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 366 ราย และอันดับ 3 คือ ธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร 232 ราย โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 6,801 ราย คิดเป็น 76.93%

ทั้งนี้จึงทำให้ ทำให้ธุรกิจจัดตั้งใหม่ไตรมาส 1/2564 รวม 23,389 ราย เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2563 เพิ่มขึ้น 10,227 ราย หรือเพิ่ม 78% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2563 เพิ่มขึ้น 3,974 ราย หรือเพิ่ม 20% ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 1,872 ราย รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 948 ราย และธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร 556 ราย โดยมีมูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ รวม 70,075 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2563 ลดลง16,816.00 ล้านบาท หรือลด 19% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2563 ลดลง 1,056.36 ล้านบาท หรือลด 1% ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 18,262 ราย คิดเป็น 78.08% โดยทิศทางจดตั้งบริษัทเริ่มดีขึ้น คาดว่าปีนี้จะมียอดตั้งบริษัทใหม่ประมาณ 67,000-69,000 ราย สูงขึ้นในรอบหลายปี ที่เฉลี่ยปีละ 60,000-62,000 ราย

อย่างไรก็ตามยังมีธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนมีนาคม 2564 มีจำนวน 790 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียน5,550 ล้านบาท เป็นตัวเลขสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 68 ราย รองลงมาคือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 67 ราย และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 31 ราย ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท 539 ราย คิดเป็น 68.23%

นอกจากนื้ยังมีธุรกิจเลิกประกอบกิจการไตรมาส 1/2564 มีจำนวน 2,478 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 19,828 ล้านบาท สอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 220 ราย รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 153 ราย และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 86 ราย ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท 1,728 ราย คิดเป็น 69.73%

สำหรับการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว เดือนมีนาคม 2564 ได้อนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจ 63 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 23 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 40 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุน 9,977 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เพิ่มขึ้น 85% เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 165% นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ฮ่องกง 6 ราย เงินลงทุน 3,213 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ 6 ราย เงินลงทุน 77 ล้านบาท และญี่ปุ่น 5 ราย เงินลงทุน 48 ล้านบาท ทำให้ 3 เดือนแรก 2564 คนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ 147 ราย มีเงินลงทุน 24,493 ล้านบาท

ปังมาก! โควิดดันลงทุน ธุรกิจเน็ต –การแพทย์ ยอดเปิดกิจการใหม่มี.ค.พุ่ง

 

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวทิ้งท้ายว่า หากดูสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเดือนมีนาคม 2564 เมื่อเทียบเดือนต่อเดือนย้อนหลัง พบว่า จำนวนสูงที่สุดในรอบ 15 ปี และทำให้ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นถึง 20% ปัจจัยหนุนด้านเศรษฐกิจที่มีสัญญาณฟื้นตัว ดูจากดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ รวมทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่วนหนึ่งจากนโยบายการผลักดันให้วิสาหกิจ ชุมชนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลของภาครัฐ ขณะเดียวกันธุรกิจบางประเภทมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ยังสอดรับกับพฤติกรรมประชาชนเปลี่ยนแปลงไปจากสถานการณ์การแพร่โควิด-19 เช่น ขายปลีกทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 72% และธุรกิจขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์เพิ่มขึ้น 44% ปัจจัยล้วนส่งเสริมภาคธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินธุรกิจช่วงเวลาที่ผ่านมา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง และจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและธุรกิจ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั้งความเชื่อมั่นธุรกิจและสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมที่ต้องมีการติดตามสถานการณ์ต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด