svasdssvasds

ออกซิเจนกำลังหมด! ภารกิจค้นหาเรือดำน้ำอินโดฯต้องเจอภายในเสาร์นี้

ออกซิเจนกำลังหมด! ภารกิจค้นหาเรือดำน้ำอินโดฯต้องเจอภายในเสาร์นี้

ภารกิจค้นหาเรือดำน้ำอินโดนีเซีย ที่สูญหายไร้การติดต่อไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา กำลังเจอปัจจัยแรงกดดันจากเรื่องเวลา เพราะออกซิเจนหมดภายในเรือกำลังจะหมดลงในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 24 เมษายนที่จะถึงนี้ และชะตาชีวิตลูกเรือทั้งหมดกำลังถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย

•ปฏิบัติการที่ต้องแข่งกับเวลา

กองทัพเรืออินโดนีเซียระดมสรรพกำลัง ด้วย เรือรบ 6 ลำ พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ เร่งค้นหาเรือดำน้ำเคอาร์ไอ นังกาลา 402  ของกองทัพเรืออินโดนีเซีย ที่สูญหายไปพร้อมลูกเรือ 53 นาย ในระหว่างการซ้อมรบ นอกชายฝั่งเกาะบาหลี ราว 100 กิโลเมตร  ซึ่งขาดหายไปจากการติดต่อเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

 
    ภารกิจที่ถูกเปรียบเทียบเป็นการงมเข็มในมหาสมุทรครั้งนี้ ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากนานาชาติ โดยตอนแรก ออสเตรเลียกับสิงคโปร์ เป็น 2 ชาติแรกที่ยื่นมือเข้ามาช่วย ก่อนที่ สหรัฐอเมริกา,ฝรั่งเศส,เยอรมนี และ มาเลเซีย จะส่งเรือกู้ภัยไปร่วมสมทบในปฏิบัติการค้นหาแล้วเช่นกัน

Submarine

• เส้นตายใกล้เข้ามา...

ด้าน นายยูโด มาร์โกโน่ เสนาธิการทหารเรืออินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ลูกเรือในเรือดำน้ำเคอาร์ไอ นังกาลา 402  ยังจะมีออกซิเจนสำรองอยู่ได้ใน 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่วันที่หายจากการติดต่อ ดังนั้นยังมีเวลา ถึงประมาณ 03.00 น.ของวันเสาร์(24 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น  (ซึ่งเวลาที่เกาะบาหลีเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง)  ซึ่งทางกองทัพเรืออินโดนีเซีย ก็หวังจะพบผู้ประสบภัยทั้งหมด ได้ทันก่อนถึงเวลาเส้นตายนี้
    ขณะที่ จูเลียส วิดโจโจโน นายทหารระดับสูงของกองทัพเรืออินโดนีเซีย  เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทีมค้นหาราว 400 นายที่ถูกระดมกำลังไป ได้พุ่งเป้าการค้นหาไปในบริเวณที่ปรากฎคราบน้ำมันลอยอยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้ จึงทำให้การค้นหายากมากขึ้น    

•กำลังใจจากผู้นำประเทศ

ส่วน ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย  ให้ความเห็นว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งทำทุกวิถีทางเพื่อค้นหาเรือดำน้ำเคอาร์ไอ นังกาลา-402 (KRI Nanggala 402)  และอยากจะให้กำลังใจกับทุกคนที่ปฏิบัติภารกิจค้นหาเรือลำนี้อยู่

•บทวิเคราะห์สาเหตุ

ทั้งนี้ มีหลายฝ่ายเริ่มมีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการสูญหายไร้การติดต่อของเรือ ดำน้ำเคอาร์ไอ นังกาลา 402 มาจากหลายๆสาเหตุ อาทิ
     1.จากตัวเรือและอุปกรณ์ เพราะเรือต่อขึ้นมาตั้งแต่ปี 1977 ซึ่งถือว่าเก่ามาก แม้ว่าจะมีการซ่อมบำรุงในช่วง 10 ปีหลังก็ตาม
    2.อาจเกิดจาก ตอร์ปิโด เพราะกองทัพอินโดนีเซียได้ทำการซ้อมรบยิงตอร์ปิโด ซึ่งประกอบด้วยเชื้อเพลิง วัตถุระเบิด ระบบไฟฟ้า เครื่องนำทาง
     3.เกิดจากอุบัติเหตุอื่นๆ เช่น การซ้อมรบของเรือดำน้ำ ต้องมีคู่ซ้อม หรือเรือปราบเรือดำน้ำ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการซ้อมขึ้นได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมา การซ้อมรบก็เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นหลายครั้ง เช่น เรือดำน้ำชนกัน หรืออุบัติเหตุจากการซ้อมรบ หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุจากอุปกรณ์ภายในเรือดำน้ำ เป็นต้น

• อุบัติเหตุเรือดำน้ำในอดีต

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรือดำน้ำลำนี้ของกองทัพเรืออินโดนีเซีย ทำให้เกิดความหวั่นเกรงว่าอาจจะกลายเป็นหายนะครั้งล่าสุด หลังจากก่อนหน้านี้เกิดอุบัติเหตุเลวร้ายขึ้นกับเรือดำน้ำมาแล้วหลายครั้ง หนึ่งในนั้นเป็นเหตุเรือดำน้ำคูร์สค์ ขับเคลื่อนด้วยนิวเคลียร์ของรัสเซีย จมกลางทะเลบาเรนต์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมปี 2000 เป็นผลให้ลูกเรือที่ประจำการอยู่ 118 นายเสียชีวิตทั้งหมด ผลการสอบสวนพบว่ามีสาเหตุมาจากตอร์ปิโดลูกหนึ่งบนเรือเกิดระเบิดและทำให้ลูกอื่นๆระเบิดขึ้นตามทั้งหมดจนจมเรือลง


    ขณะที่ ปี 2003 เรือดำน้ำชั้น Ming ของจีน ประสบอุบัติเหตุในทะเลทำให้กำลังพลประจำเรือทั้งหมด 70 นาย เสียชีวิต เมื่อวันที่ 16 เมษายน สาเหตุของการเสียชีวิตยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่คาดว่าเกิดจากการที่เรือดำน้ำหยุดทำการดูดอากาศเข้าภายในตัวเรือด้วยท่อ Snorkel แต่เครื่องยนต์ดีเซลยังไม่หยุดทำงาน ทำให้เครื่องยนต์ดูดอากาศดีในเรือจนไม่เพียงพอต่อการหายใจภายในเรือ ครั้งนั้นใช้เวลาในการค้นหาซากเรือ 9 วัน


    ส่วนครั้งล่าสุด เกิดขึ้นกับกองทัพอาร์เจนติน่า เรือดำน้ำ เออาร์เอ ซาน ฮวน’ ซึ่งมีร่องรอยของการระเบิด ถูกพบอยู่ที่ก้นทะเลความลึก 870 เมตร โดยใช้เวลาค้นหาเป็นเวลา 1 ปี  หลังจากหายไป เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2017

เรือดำน้ำอินโดฯ ขาดการติดต่อไปเกือบ 24 ชม. สิงคโปร์-ออสซี่ช่วยค้นหา

Mission Impossible : เรือดำน้ำรัสเซียลุยน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ

ชาวเน็ตอินโด ติดแฮชแท็ก ขอโทษเหยียดคู่รักเพศเดียวกันชาวไทย

related