จับตา! ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ เขย่าสินค้าเกษตรไทย ผลไม้ลูกเล็ก ไม่ได้คุณภาพ

จับตา! ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ เขย่าสินค้าเกษตรไทย ผลไม้ลูกเล็ก ไม่ได้คุณภาพ

ซูเปอร์เอลนีโญ เขย่าห่วงโซ่อาหารไทย เมื่อสวนผลไม้เสี่ยงขาดน้ำ บทพิสูจน์ความแกร่งของเกษตรกรในวันที่ภัยแล้งกำลังมาเยือน

SHORT CUT

  • ซูเปอร์เอลนีโญปี 2569 เสี่ยงทำไทยเผชิญภัยแล้งยาว กระทบผลผลิตเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารทั้งระบบ
  • ผลไม้เศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ลิ้นจี่ เงาะ ลำไย และสับปะรด มีแนวโน้มผลผลิตลดลง “ลูกเล็ก คุณภาพตก” จากปัญหาขาดน้ำ
  • เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องรับมือทั้งต้นทุนปุ๋ย-ขนส่งพุ่ง พร้อมเร่งปรับตัว ใช้เทคโนโลยีและหาแหล่งวัตถุดิบสำรองเพื่อความอยู่รอดระยะยาว

ซูเปอร์เอลนีโญ เขย่าห่วงโซ่อาหารไทย เมื่อสวนผลไม้เสี่ยงขาดน้ำ บทพิสูจน์ความแกร่งของเกษตรกรในวันที่ภัยแล้งกำลังมาเยือน

ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับพายุความผันผวนทั้งจากสงครามและเศรษฐกิจ แต่ภัยเงียบที่กำลังคืบคลานเข้ามาและอาจสร้างความเสียหายรุนแรงไม่แพ้กันคือ "วิกฤตสิ่งแวดล้อม" โดยเฉพาะปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Niño) ที่กำลังจะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารไทยในเร็ววันนี้ จากการหารือล่าสุดในแวดวงผู้ผลิตอาหาร สัญญาณเตือนภัยด้านสภาพภูมิอากาศถูกฉายภาพชัดเจนว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรง ซึ่งมีการพยากรณ์ว่าอาจลากยาวต่อเนื่องไปถึงหนึ่งปีเต็ม

 นี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาล แต่คือวงจรวิกฤตที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาลนับแสนล้านบาท โดย ดร.องอาจ กิตติคุณชัย นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป (TFPA) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้ข้อมูลว่า ซูเปอร์เอลนีโญในปี2569 ทำให้ไทยมีความเสี่ยงในการผลิต ผักและผลไม้ได้ลดลง และคุณภาพต่ำลง

จับตา! ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ เขย่าสินค้าเกษตรไทย ผลไม้ลูกเล็ก ไม่ได้คุณภาพ

เปิดลิสต์ ‘ผลไม้ไทย’ เจอแล้งเล่นงาน ลิ้นจี่วูบ 40% -สับปะรดลูกจิ๋ว

ผลกระทบของภัยแล้งในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในสมุดรายงาน แต่ส่งผลถึง "ขนาด" และ "คุณภาพ" ของผลผลิตในไร่สวนอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้เศรษฐกิจ ดังนี้ ลิ้นจี่และเงาะ สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏชัดเมื่อผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาดอาจได้รับความเสียหายจากพายุในช่วงต้น และซ้ำเติมด้วยภัยแล้งจนคาดการณ์ว่าผลผลิตอาจหายไปถึง 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

จับตา! ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ เขย่าสินค้าเกษตรไทย ผลไม้ลูกเล็ก ไม่ได้คุณภาพ

สับปะรด แหล่งปลูกสำคัญอย่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กำลังเผชิญวิกฤตหนัก เนื่องจากน้ำในเขื่อนปราณบุรีอยู่ในสภาวะแห้งเหือดอย่างน่าตกใจ

ซึ่งตามธรรมชาติของสับปะรดนั้น หากขาดน้ำที่เพียงพอ ผลจะมีขนาดเล็ก ไม่สมบูรณ์ และคุณภาพน้ำในลูกจะไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรงงานแปรรูปที่ไทยครองแชมป์ส่งออกอันดับ 1 ของโลก

ลำไย เกษตรกรกำลังเผชิญศึกสองด้าน ทั้งปัญหาราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงและความขาดแคลนน้ำ ซึ่งส่งผลให้ลำไยในปีนี้มีแนวโน้มที่จะ "ลูกเล็ก" จนน่ากังวล

มะม่วง แม้จะเป็นพืชที่ทนทานกว่าชนิดอื่น แต่ปัญหาเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเกษตรกรและโรงงาน รวมถึงสเปกของผลผลิตที่อาจไม่ได้ขนาดเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการบริหารจัดการ

เมื่อ 'ภัยแล้ง' มาพร้อม 'ปุ๋ยแพง' และ ต้นทุนที่แบกไม่ไหว

ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวพืชผล แต่ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ยังมาพร้อมกับคลื่นความเดือดร้อนในด้านต้นทุน ปุ๋ยซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเกษตรได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์โลก ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระหนักขึ้นในการดูแลต้นไม้ให้รอดพ้นจากความแล้ง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการในห่วงโซ่การผลิตก็ต้องเผชิญกับค่าขนส่งและค่าบรรจุภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นความเสี่ยงสะสมที่อาจทำให้ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ที่เปราะบางต้องล้มหายตายจากไปหากปรับตัวไม่ทัน

ทางรอดในยุค "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"

ท่ามกลางวิกฤตที่ดูเหมือนจะมืดแปดด้าน ภาคเอกชนไทยกลับแสดงให้เห็นถึงความ "หนังเหนียว" และการปรับตัวที่รวดเร็วิ สำหรับแนวทางรับมือต้องบริหารความเสี่ยงด้วย Plan B และ C ผู้ประกอบการเริ่มมองหาแหล่งวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์สำรองจากต่างประเทศ เช่น การสั่งซื้อจากจีนที่รวดเร็วและราคาถูกกว่า เพื่อประคองต้นทุนไม่ให้กระทบถึงผู้บริโภค โดยสมาคมฯ มีแผนที่จะผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านการจัดการน้ำและระบบซัพพลายเชนเกษตรกร เพื่อให้สามารถรับมือกับวงจร "ท่วม 3 ปี แล้ง 3 ปี" ได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตามในอนาคตที่ค่าแรงและค่าครองชีพสูงขึ้น ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเริ่มเล็งเป้าไปที่การใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในวันที่ทรัพยากรธรรมชาติมีจำกัด นอกจากนี้จะต้องใช้สมาคมเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและช่วยเหลือกันระหว่างผู้ประกอบการ เพื่อแชร์ข้อมูลและรับมือกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด

แน่นอนว่าวิกฤตซูเปอร์เอลนีโญครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป แต่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของภาคเกษตรกรและอุตสาหกรรมอาหารไทย ว่าจะสามารถพลิกวิกฤตแล้งให้กลายเป็นโอกาสในการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อความอยู่รอดในระยะยาวได้ดีเพียงใด

related