
SHORT CUT
ไทยเสี่ยงหนักสุดในอาเซียน: นำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 6.5% ของ GDP และพึ่งพา LNG นำเข้าพุ่งแตะ 50% ทำให้ค่าไฟและราคาน้ำมันผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลางโดยไม่อาจเลี่ยง
เลิกอุดหนุนแบบชั่วคราว: นักวิชาการแนะรัฐหยุดใช้งบประมาณอุดหนุนราคาดีเซลที่บิดเบือนกลไกตลาด แต่ควรนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดต้นทุนระยะยาว
ปลดล็อกพลังงานสะอาด: ทางออกเดียวคือการสร้างความมั่นคงจากภายใน สนับสนุนโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือนให้ขายไฟคืนได้จริง เพื่อเป้าหมายการไม่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน (Net Import 0)
อนาคตเศรษฐกิจไทยบนความเสี่ยงพลังงาน เมื่อความมั่นคงยุคใหม่ไม่ใช่แค่ไฟไม่ดับ แต่ต้องราคาถูกและจับต้องได้ ชูโมเดล Net Import 0 เลิกนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล
ข่าวความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุไม่มีทีท่าจะจบ หลายคนเริ่มถามกันว่าค่าน้ำมันจะพุ่งไปถึงไหน ค่าไฟเดือนหน้าจะซ้ำเติมกระเป๋าเงินอีกแค่ไหน ในเวทีเสวนา "อนาคตเศรษฐกิจและพลังงานไทย ภายใต้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและระเบียบโลกใหม่" เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ผู้เชี่ยวชาญหลายคนพูดตรงกันในแง่หนึ่งว่า ถ้าไทยไม่ใช้ช่วงเวลานี้เปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง เราก็จะวนซ้ำปัญหาเดิมทุกครั้งที่โลกปั่นป่วน
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร อธิบายให้เห็นภาพว่าทำไมคนไทยถึงได้รับผลกระทบหนักกว่าใครในภูมิภาค ไทยนำเข้าน้ำมันดิบสุทธิถึง 6.5% ของ GDP ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่ราคาพลังงานโลกขยับ คนไทยไม่มีทางหลบ เพราะยังต้องขับรถไปทำงาน ยังต้องเปิดแอร์กลางอากาศร้อน
"ราคาน้ำมันพุ่งสูงมีสภาพไม่ต่างจากการเก็บภาษี เพราะคนลดการใช้ได้ยากแต่จะไปใช้สอยอย่างอื่นลดลง" ดร.พิพัฒน์กล่าว
ยิ่งกว่านั้น ผลกระทบยังไปถึงจานข้าว เพราะไทยนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากซาอุดีอาระเบียและกาตาร์รวมกันกว่า 80% ถ้าก๊าซฯ ในตะวันออกกลางขาดแคลน ปุ๋ยก็แพงตาม ต้นทุนเกษตรกรก็บวมตาม ราคาอาหารก็ขึ้นตามลำดับ
ทางออกในระยะยาวที่เขาเสนอคือหยุดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเพียงอย่างเดียว เพราะพลังงานจะเสถียรได้ก็ต่อเมื่อต้นทุนอยู่ในมือเราเอง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่าวันนี้ใครยิงใครในทะเลทราย
เรื่องค่าไฟฟ้าก็ไม่ต่างกัน ดร.ศุภวรรณ แซ่ลิ้ม จาก Agora Energiewende ชี้ว่าตัวแปรหลักที่ทำให้บิลค่าไฟขึ้นลงผิดปกติคือก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG ที่ไทยต้องนำเข้าเพิ่มขึ้นทุกปี
เมื่อก่อนเรายังพอมีก๊าซจากอ่าวไทย แต่วันนี้แหล่งก๊าซในประเทศลดลง และสัญญาซื้อก๊าซจากเมียนมาก็ใกล้หมดอายุ ทำให้สัดส่วน LNG นำเข้ากำลังวิ่งจาก 30% ไปแตะ 50% ในปี 2573 แปลว่าค่าไฟบ้านเราจะผูกติดกับความผันผวนของตลาดโลกมากขึ้นเรื่อยๆ
"เราต้องเปลี่ยนมาสร้างความมั่นคงจากภายในประเทศ บรรจุการผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือนและระบบกักเก็บพลังงานไว้ในแผนระดับชาติ เพื่อลดต้นทุนแฝงที่จะตกเป็นภาระของประชาชนในระยะยาว" ดร.ศุภวรรณ ระบุ
รศ.ดร.รักไทย บูรพ์ภาค จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ หยิบปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานของไทยขึ้นมาพูดตรงๆ ว่าสิ่งที่เราทำอยู่คือ "อุดหนุนดีเซลจนเป็นภาระหนัก แต่ปล่อยให้เบนซินแบกภาระแทน" ซึ่งไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และไม่ได้แก้ปัญหาอะไรในระยะยาว
เขาชวนคิดว่าถ้าวันพรุ่งนี้รัฐลอยตัวราคาดีเซล คนก็จะปรับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งก๊าซ NGV หรือเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า แทนที่จะรอให้รัฐจ่ายแทนไปเรื่อยๆ
"การอุดหนุนราคาไม่สะท้อนความจริง แก้ปัญหาได้แค่ระยะสั้น เอาเงินที่มาอุดหนุนมาลงทุนกับพลังงานหมุนเวียนดีกว่า"
สิ่งที่เขาห่วงที่สุดไม่ใช่ราคาพลังงานขาขึ้น แต่คือนิสัยของเราที่ตื่นตัวเฉพาะตอนข่าวร้อน พอข่าวเงียบก็ลืมกัน และที่น่าสนใจคือเขาเสนอว่าหากเขาเป็นรัฐบาลจะกล้าตั้งเป้าให้ไทย ‘Net Import 0 ภายใน 10 ปี’ หรือพูดง่ายๆ คือไม่ต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเลย โดยเปิดให้เอกชนรายเล็กผลิตและซื้อขายไฟกันเองได้เหมือนที่หลายประเทศทำอยู่แล้ว
อาทิตย์ เวชกิจ นายกสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100) พูดในมุมที่น่าสนใจว่าความหมายของ ‘ความมั่นคงทางพลังงาน’ เปลี่ยนไปแล้ว
"วันนี้ความมั่นคงไม่ใช่แค่ไฟไม่ดับ แต่คือราคาที่คาดการณ์ได้และจับต้องได้"
เขายืนยันด้วยว่าในแง่เศรษฐศาสตร์ พลังงานสะอาดเอาชนะเชื้อเพลิงฟอสซิลไปแล้ว ฉะนั้นเราไม่ต้องเลือกอีกต่อไปว่าจะเอา ‘ของถูก’ หรือ ‘รักษ์โลก’ เพราะสองอย่างนี้ได้มาพร้อมกันแล้ว
อุปสรรคที่ค้างคาอยู่คือกฎหมายและกฎระเบียบที่ยังล็อกระบบเดิมไว้ และการขาดผู้นำที่กล้าตัดสินใจจริงๆ "เราเปลี่ยนเล็กไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องรื้อทั้งระบบ เรากำลังรอผู้นำที่กล้าตัดสินใจเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคต"
สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญทุกคนพูดตรงกันคือ ไทยไม่สามารถรอให้ราคาพลังงานโลกใจดีกับเราเองได้อีกแล้ว ทางออกไม่ใช่การขอให้รัฐอุดหนุนต่อไปเรื่อยๆ แต่คือการปลดล็อกให้บ้านแต่ละหลังติดโซลาร์เซลล์แล้วขายไฟส่วนเกินคืนเข้าระบบได้จริง และเอาเงินที่เคยใช้อุดหนุนเชื้อเพลิงมาพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ฉลาดขึ้น ถ้าทำได้ ความมั่นคงทางพลังงานจะเป็นต้นทุนที่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของได้จริง