
SHORT CUT
Chery Group ปักหมุดไทย! เปิดโรงงาน NEV เต็มรูปแบบ ชูวิสัยทัศน์ 'The Future Starts Here' ดันไทยฮับ EV ภูมิภาค ผลิต 8 หมื่นคันต่อปี
กลายเป็นบิ๊กดีลที่น่าจับตาที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เมื่อ Chery Group ยักษ์ใหญ่จากจีนผนึกกำลัง OMODA & JAECOO (Thailand) ประกาศเปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในไทยอย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย
ข้อมูลในงาน Motor Show 2026 ที่ผ่านมา แบรนด์ในเครืออย่าง CHERY, OMODA & JAECOO กวาดอันดับ 1 ยอดจองในกลุ่มแบรนด์จีนไปครอง และยอดจดทะเบียนสูงสุด 3 เดือนซ้อน เรียกว่าเป็นรถยนต์ 'โดนใจ' คนไทยปี 2026 มากที่สุด
การจับมือบิ๊กดีลครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปิดโรงงานใหม่ แต่คือการประกาศ 'Ecosystem Strategy' ที่ครอบคลุมทั้งการผลิต การตลาด และการพัฒนาคน
Chery ไม่ได้มองไทยเป็นแค่ฐานการประกอบรถยนต์ แต่ตั้งเป้าให้เป็น 'Strategic Hub' ศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ของภูมิภาค ภายในโรงงาน NEV ที่จ.ระยอง จึงไม่ใช่แค่โรงงานประกอบทั่วไป แต่มีการติดตั้งเทคโนโลยี 'เชื่อมตัวถังอะลูมิเนียม' ขั้นสูง และการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลก โดยมีแผนงานชัดเจนในระยะ 5 ปี (2569–2573) ว่าจะผลิตรถออกมาให้ได้ 80,000 คันต่อปี
อีกมุมที่น่าสนใจคือ การพัฒนาคนไทยในพื้นที่ Chery จับมือกับกระทรวงแรงงานและสถาบันการศึกษา (เทคนิคระยอง-ชลบุรี) ปั้นบุคลากรด้าน NEV โดยเฉพาะ เข้าอุตสาหกรรมไทยที่กำลังขาดแคลน 'แรงงานทักษะสูง' ในโลกยุคใหม่
เซดริก ซุย ประธาน Chery Group (ประเทศไทย) ย้ำชัดๆ ว่า 'เราไม่ได้เข้ามาแค่ผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น' เราให้ความสำคัญตั้งแต่อะไหล่ไปจนถึงงานบริการ ภายใต้แนวคิด 'Here to Care' ตั้งเป้าขยายโชว์รูมเป็น 210 แห่งในปีนี้ พร้อมการันตีช่างเทคนิคต้องผ่านการรับรอง 100%
จุดนี่ถือเป็นการแก้ 'Pain Point' สำคัญของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทยช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เรื่องการรออะไหล่นานและศูนย์บริการไม่ครอบคลุม ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก
Chery Group มีศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง และฐานการผลิต 19 แห่งทั่วโลก พันธมิตรซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติกว่า 300 ราย และเครือข่ายการขายและบริการมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก
โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Chery กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมสะสมทะลุ 6 ล้านคัน และมียอดส่งออกเกิน 100,000 คันต่อเดือนต่อเนื่อง 11 เดือน ขณะที่เดือนมีนาคมมียอดส่งออก 148,777 คัน เติบโต 72% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยในยุโรป Chery Group ได้ดำเนินธุรกิจมากกว่า 18 ประเทศ และในตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก ครอบคลุม 14 ประเทศ พร้อมสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ระดับสากลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การบุกตลาดด้วย 3 แบรนด์ที่มีบุคลิกชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ 'คนรุ่นใหม่' และ 'ครอบครัวยุคใหม่‘ แบ่ง Segment ชัดเจน
1. CHERY: เน้นกลุ่มครอบครัว มีทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และ Plug-in Hybrid (PHEV)
2. OMODA & JAECOO: เน้นนวัตกรรม Crossover และไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์ ตอบโจทย์สายแคมป์ปิ้งและคนเมือง สายลุยแต่สวย
3. LEPAS: แบรนด์น้องใหม่มาแรงกับคอนเซปต์ 'Elegant Mobility Life' เจาะตลาดพรีเมียม เน้นความหรูหราดูดีมีระดับ
โดยจะมีการผลิตรถในไทย ดังนี้
- JAECOO 5 EV Max
- JAECOO 6 EV LR 4WD
- OMODA C5 EV
- CHERY V23
- CHERY Q
- LEPAS L6
- LEPAS L4
การเข้ามาของ Chery Group ยักษ์ใหญ่จากจีนผนึกกำลัง OMODA & JAECOO (Thailand) ที่ขยับจากแค่ 'นำเข้า' มาเป็น 'ผลิตเอง' ในบ้านเรา ด้วยฐานผลิตขนาดใหญ่ระดับ 80,000 คัน/ปี จะกระตุ้นให้ Supplier ในไทยต้องเร่งปรับตัวจากชิ้นส่วนรถน้ำมันมาเป็นชิ้นส่วน EV อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในอนาคตการแข่งขันในตลาดแบรนด์จีนจะไม่ได้สู้กันแค่ 'ราคา' อีกต่อไป แต่จะสู้กันที่ 'Eco-system' และ 'After-sales Service' ใครดูแลลูกค้าได้ดีกว่าคนนั้นมีโอกาสครองตลาด การขยับตัวของ Chery Group ครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า 'สงครามยานยนต์อนาคต' ในไทยเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง