ถอดสูตรความสำเร็จ 'Rhode' แบรนด์พันล้านที่เป็นมากกว่าสกินแคร์

ถอดสูตรความสำเร็จ 'Rhode' แบรนด์พันล้านที่เป็นมากกว่าสกินแคร์

แม้ว่า 'Rhode' จะเป็นแบรนด์ที่มีเจ้าของเป็นคนดังอย่าง 'Hailey Bieber' แต่สิ่งที่ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั้นมาจาก คุณภาพ การตลาด ความจริงใจ ไปจนถึงการเข้าถึงลูกค้า

SHORT CUT

การเติบโตของแบรนด์แบบก้าวกระโดด

ที่มา: Rhode

ด้วยความที่มีทั้งสินค้าที่เป็นไวรัล และการบริหารที่เน้นความจริงใจ จึงส่งผลให้เส้นทางธุรกิจของ Rhode เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2023-2024 เพียงไม่นานหลังจากก่อตั้ง ก็ได้ขยายตลาดไปอังกฤษและแคนาดา และดึงผู้บริหารมือโปรจาก The Honest Company มาเสริมทัพ

ต่อมาในเดือนกันยายน 2025 ก็ได้เข้าไปวางขายในร้านบิวตี้ชื่อดังอย่าง 'Sephora' ทั่วอเมริกาเหนือและอังกฤษ มียอดขายพุ่งทะลุ 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 320,850,000.00 บาท) ภายใน 2 วันแรกที่วางขายบนห้าง

และจุดที่เรียกได้ว่าเติบโตสุดๆ ก็คือเดือนในสิงหาคม 2025 e.l.f. Beauty เข้าซื้อกิจการอย่างเป็นทางการในดีลมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแบ่งเป็นจ่ายทันที 800 ล้าน และตามผลประกอบการอีก 200 ล้าน โดย Hailey ยังคงรั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์และหัวหน้านวัตกรรม

สำหรับความแมสของ Rhode ที่เราได้เห็นกันล่าสุดก็คือ การจัด Rhode World ที่เป็นป็อปอัปสโตร์สุดยิ่งใหญ่ของแบรนด์ โดยมี Sephora มาเป็นสปอนเซอร์ให้แบรนด์ ในงานเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง 'Coachella' ที่นอกจากมีคนเข้าร่วมในงานเยอะแล้ว ความนิยมในโลกโซเชียลเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะยังครองแชมป์ยอดเอนเกจเมนต์อีกด้วย โดยคอนเทนต์จากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เกี่ยวกับแบรนด์ ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในกลุ่มแบรนด์เกี่ยวกับความงามที่เทศกาล Coachella 

แถมแบรนด์ยังได้แรงหนุนจากการเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ Rhode x the Biebers ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์ต่างยกให้พวกเขาเป็นคู่รักหมายเลขหนึ่งของเทศกาลนี้อีกด้วย ซึ่งจากข้อมูลของ Dash Social พบว่าในช่วงวันที่ 7-13 เมษายน Rhode สร้างยอดการมองเห็น ทะลุ 740 ล้านครั้ง

เรียกได้ว่าแม้ Rhode จะเป็นแบรนด์สกินแคร์ที่มีเจ้าของเป็นคนดัง แต่ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า ในยุคดิจิทัล แบรนด์ที่ชนะคือแบรนด์ที่สามารถผสมผสานคุณภาพสินค้า, ไลฟ์สไตล์ และอารมณ์ความรู้สึกเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์

อ้างอิงข้อมูล : Business of Fashion, Beauty News Daily และ Behind Wellnes

แม้ว่า 'Rhode' จะเป็นแบรนด์ที่มีเจ้าของเป็นคนดังอย่าง 'Hailey Bieber' แต่สิ่งที่ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั้นมาจาก คุณภาพ การตลาด ความจริงใจ ไปจนถึงการเข้าถึงลูกค้า

ในโลกที่แบรนด์ความงามจากดารา นักร้อง ไปจนถึงคนดังจากหลากหลายวงการ มีอยู่ล้นตลาด แต่ 'Rhode' กลับสร้างปรากฏการณ์ที่ต่างออกไป แบรนด์นี้ไม่ได้ดังเพราะชื่อเสียงของ Hailey Bieber อย่างเดียว แต่เกิดจากกลยุทธ์การตลาดที่ กินใจ และกินได้ในเชิงความรู้สึก จนทำให้ยักษ์ใหญ่อย่าง e.l.f. Beauty ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025

ที่มา: Rhode

จุดเริ่มต้นของแบรนด์นั้นมาจากความต้องการที่แท้จริง ก่อนที่แบรนด์ Rhode จะเกิดขึ้นมานั้น ตัวเจ้าของแบรนด์อย่าง 'Hailey Bieber' ก็เปรียบเสมือนผู้กำหนดทิศทางความงามและแฟชั่นบนโซเชียลอยู่แล้ว แต่เธอกลับเจอปัญหาว่าสกินแคร์ในตลาดมีความซับซ้อนเกินไป หรือสินค้าบางตัวก็ทำลายเกราะป้องกันผิว เธอเลยต้องการสร้างตู้เสื้อผ้าสกินแคร์ ที่มีเฉพาะไอเทมจำเป็น เรียบง่าย แต่เห็นผลจริง

Rhode เปิดตัวเมื่อ 15 มิถุนายน 2022 ด้วยสินค้าเพียง 3 ชิ้น คือ Peptide Glazing Fluid, Barrier Restore Cream และ Peptide Lip Treatment โดยเน้นที่สุขภาพผิวและความชุ่มชื้นเป็นหลัก

Rhode ใช้อะไรบ้างในกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ?

ที่มา: Rhode

หนึ่งในกุญแจสำคัญคือการใช้ 'ขนมหวาน' มาเป็นแรงบันดาลใจในการตลาด โดยผลิตภัณฑ์ของ Rhode กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น ลิปทินท์สีแดงสตรอว์เบอร์รี หรือเนื้อครีมที่ดูนุ่มละมุนเหมือนวิปครีม

ที่สำคัญก็คือการที่แบรนด์สร้างเทรนด์ขึ้นมาเอง โดยการใช้คำว่า 'Glazed Donut Skin' เพื่อนิยามถึงผิวที่อิ่มน้ำและวาววับเหมือนโดนัทเคลือบน้ำตาล จนกลายเป็นภาพจำของแบรนด์ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าการดูแลผิวคือการให้รางวัลตัวเอง

นอกจากนี้แบรนด์ยังเน้นการสร้างที่น้อยแต่มาก ด้วยการจำกัดตัวเลือกแต่เน้นคุณภาพ ก็คือแทนที่จะรีบออกสินค้าใหม่มาเยอะๆ แต่ทำให้ของที่มีนั้นกลายเป็นของหายากแทน โดยช่วงแรกที่เปิดตัวสินค้านั้นความต้องการสินค้าสูงมากจนมียอดรอคิว (Waitlist) ทะลุ 1,000,000 คน ในปีแรก สร้างสภาวะ 'ของหายาก' ที่ยิ่งกระตุ้นความอยากได้

ไม่ใช่แค่เรื่องของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ Rhode ยังเลือกตั้งราคาของสินค้าให้เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 16 ดอลลาร์ หรือประมาณ 600 บาท ทำให้แบรนด์อยู่ตรงกลางระหว่างความหรูหรา และการเข้าถึงง่าย

และยังเน้นการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์และคนดังหลายรุ่นตั้งแต่รุ่นใหญ่อย่าง Claudia Schiffer เพื่อเน้นความเก๋าแบบยุค 90 และดาวรุ่งอย่าง Tate McRae เพื่อมัดใจ Gen Z อีกด้วย

การวางตัวของ Hailey Bieber ที่เป็นมากกว่าผู้ก่อตั้งและพรีเซนเตอร์

ที่มา: Rhode

แม้ว่า Hailey Bieber เองจะเป็นผู้ก่อตั้งที่มีอิทธิพลเรื่องแฟชั่นและความงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เธอก็แสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการทำแบรนด์ เพราะส่วนใหญ่แล้วเธอมักจะแชร์เบื้องหลังการทำงานไปจนถึงเรื่องปัญหาผิวจริงๆ ของเธอ ทำให้แฟนคลับรู้สึกว่า Rhode เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเธอจริงๆ

ที่สำคัญเธอยังเน้นการแก้ปัญหาแบบจริงใจ ตัวอย่างเช่น ตอนที่ถูกวิจารณ์เรื่องความหลากหลายของเฉดสีบลัชออนที่มีน้อยเกินไป เธอก็เลือกที่จะพูดคุยกับอินฟลูเอนเซอร์ที่ออกมาวิจารณ์คนนั้นโดยตรงและแก้ไขทันที ทำให้เปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความเท่าเทียม

อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ Rhode แตกต่างจากแบรนด์สกินแคร์ของคนดังในตลาดก็คือ การมีนวัตกรรมที่กลายเป็นไวรัล นั่นก็คือ 'Rhode Lip Case' เคสโทรศัพท์ที่มีช่องใส่ลิปสติก ที่พิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำด้านการตลาดเชิงประสบการณ์ เพราะมันกลายเป็นไอเทมที่ทุกคนต้องมีบนหน้าฟีดอินสตาแกรม เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนสกินแคร์ให้กลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่พกพาไปได้ทุกที่

related