
SHORT CUT
มากกว่าแค่เสียงหัวเราะ : ทำความรู้จักกับ ‘เฮ่อซุ่ยเพียน’ หนังเทศกาลตรุษจีน - โมเดลกระตุ้นเศรษฐกิจวันหยุด อดีตเครื่องมือคลายเครียดในฮ่องกง เครื่องจักรทำเงินในจีนแผ่นดินใหญ่
เชื่อหรือไม่ว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้น มี Culture วัฒนธรรม ความบันเทิงหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นมานาน ในหมู่ครอบครัวที่มีเชื้อสายจีน โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่นั้น ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จะมี "เฮ่อซุ่ยเพียน"
ใครหลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับภาษาจีนอย่าง 'เฮ่อซุ่ยเพียน' คำๆนี้ ไม่ใช่ชื่อแนวหนัง (Genre) ตามทฤษฎีภาพยนตร์สากลอย่าง ไซไฟ หรือ โรแมนติก แต่เป็น "ประเภทหนังที่ผูกติดกับช่วงเวลา" (Seasonal Genre) ซึ่งครอบคลุมช่วงคริสต์มาสยาวไปจนถึงตรุษจีน โดยมีกฎเหล็กที่ผู้ชมรู้กันดีดุจธรรมเนียมปฏิบัติ
หากจะหาคำนิยาม ที่ง่ายที่สุด มันคือ 'หนังเทศกาลตรุษจีน' ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้คนจะกลับมารวมตัวกันที่บ้าน และใช้เวลา เข้าโรงหนัง ไปดูหนังด้วยกันกับครอบครัว ในช่วงวันหยุดยาว โดยหนัง เทศกาลตรุษจีนนั้นจะมีจุดเด่น คือ
• ดาราคับคั่ง : ต้องระดมนักแสดงแถวหน้ามาประชันบทบาทให้คุ้มค่าตั๋ว
• เนื้อหาต้องย่อยง่าย: ตลกขบขัน แอ็กชัน หรือแฟนตาซีที่ดูได้ทั้งครอบครัว ตั้งแต่หลานตัวน้อยยันอาม่า
• ตอนจบต้องมีความสุข : นี่คือหัวใจสำคัญ ตัวละครที่ทะเลาะกันต้องกลับมาดีกัน คนจนต้องรวย คนโสดต้องพบรัก
ในทางจิตวิทยา ช่วงเวลาผลัดเปลี่ยนปีเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนต้องการความหวัง การได้เห็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบในโรงภาพยนตร์จึงเปรียบเสมือนการ "เอาฤกษ์เอาชัย" สำหรับปีที่กำลังจะมาถึง
รากฐานของวัฒนธรรมนี้ย้อนกลับไปไกลถึงการแสดงงิ้วในราชวงศ์ชิง แต่ในโลกภาพยนตร์ ฮ่องกง คือผู้ให้กำเนิดอย่างแท้จริง เริ่มต้นจาก Bloom and Prosper (1937) และกลายเป็นธรรมเนียมที่แข็งแกร่งในยุค 80s ด้วยฝีมือของ 'ไมเคิล ฮุย'
แต่ความตลกขบขันในยุคนั้นซ่อนนัยยะที่ลึกซึ้งกว่าความบันเทิง ดร. ฟิโอน่า ลอว์ จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า ในช่วงปี 1984-1997 ชาวฮ่องกงตกอยู่ในภาวะหวาดวิตกกับการส่งมอบเกาะคืนสู่จีน ความไม่รู้อนาคตทำให้เกิดความเครียดสะสม
หนังตลกของ โจวซิงฉือ หรือหนังตระกูล "เฮง" ทั้งหลาย จึงทำหน้าที่เป็น "การบำบัดจิตใจหมู่" (Collective Therapy) ช่วยให้ผู้คนหัวเราะเยาะโชคชะตา และเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นความหวัง
แก่นเรื่องที่พบบ่อยที่สุดคือ "เงิน" และ "การถูกลอตเตอรี่" ดังเช่นในเรื่อง It’s a Mad, Mad, Mad World ดร. ฟิโอน่า ลอว์ จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง อธิบายว่า "หากคุณมีเงิน คุณก็ทำได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ มันคือความหวังเกี่ยวกับอนาคตที่ฉายภาพส่งไปถึงผู้ชม" ในวันที่การเมืองไม่แน่นอน "เงิน" คือหลักประกันเดียวที่จับต้องได้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวัฒนธรรมนี้ข้ามกำแพงเมืองจีนเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ ผ่านความสำเร็จของ Rumble in the Bronx - ใหญ่ฟัดโลก (1995) ของเฉินหลง และถูกทำให้เป็น "ฉบับจีนแผ่นดินใหญ่" โดยผู้กำกับวิสัยทัศน์ไกล เฝิง เสียว กัง (Feng Xiaogang) กับภาพยนตร์เรื่อง The Dream Factory (1997)
ความน่าสนใจที่สุดของเฮ่อซุ่ยเพียนในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่เรื่องศิลปะ แต่คือ "โมเดลเศรษฐกิจ"
ในช่วงทศวรรษ 1990 อุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนที่ผูกติดกับรัฐกำลังซบเซาและขาดทุน รัฐบาลจึงใช้นโยบาย "เศรษฐกิจวันหยุด" (Holiday Economy) ใช้หนังตรุษจีนเป็นหัวหอกในการเปลี่ยนผ่านจากระบบสตูดิโอรัฐ สู่ระบบตลาดเสรี ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ทางธุรกิจที่สำคัญ:
การเกิดโฆษณาแฝง (Product Placement): เมื่อรัฐไม่เลี้ยง สตูดิโอเอกชนอย่าง Huayi Brothers จึงเข้ามามีบทบาท ผู้กำกับเฝิง เสียว กัง เริ่มใส่สินค้าเข้าไปในหนังอย่างชาญฉลาด จนถึงขั้นที่หนังบางเรื่องอย่าง A World Without Thieves (2004) รายได้จากสปอนเซอร์แทบจะคุ้มทุนสร้างตั้งแต่หนังยังไม่ฉาย
ยุคสมัยของ Blockbuster: หลังความสำเร็จของ Hero (2002) โดยจางอี้โหมว ตลาดหนังตรุษจีนยกระดับจากหนังตลกทุนต่ำ สู่หนังฟอร์มยักษ์ทุนสร้างมหาศาล เพื่อรองรับกำลังซื้อของชนชั้นกลางจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน ช่วงตรุษจีนกลายเป็นสมรภูมิเลือดเดือดที่สงวนไว้สำหรับ 'ยักษ์ชนยักษ์' หนังฟอร์มเล็กแทบไม่มีที่ยืน แต่นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่า เฮ่อซุ่ยเพียน ประสบความสำเร็จในฐานะ "เสาหลักทางเศรษฐกิจ" ของจีนอย่างงดงาม
ในขณะที่ฝั่งฮ่องกง กระแสหนังตรุษจีนกลับเริ่มจางหาย กลายเป็นเพียงความถวิลหาอดีต (Nostalgia) "ผู้คนมองว่าหนังยุคก่อนเป็นความคลาสสิกที่แตะต้องไม่ได้" ดร. ลอว์ กล่าว "และด้วยความถวิลหาอดีตของผู้คน มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่หนังใหม่ๆ จะไปถึงระดับความสมบูรณ์แบบในใจผู้ชมได้อีกครั้ง"
ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือคลายเครียดในฮ่องกง หรือเครื่องจักรทำเงินในจีนแผ่นดินใหญ่ "เฮ่อซุ่ยเพียน" ก็ทำหน้าที่เป็นดัชนีชี้วัดสังคมที่แม่นยำที่สุด มันคือช่วงเวลาที่โรงภาพยนตร์ไม่ได้ฉายแค่หนัง แต่กำลังฉายภาพความฝัน ความกังวล และความทะยานอยากของมังกรเอเชียสู่สายตาชาวโลก
ในปัจจุบัน เฮ่อซุ่ยเพียนกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ ในฮ่องกง หนังแนวนี้กำลังตกเป็นเหยื่อความสำเร็จของตัวเอง ความคลาสสิกของยุคทองกลายเป็นมาตรฐานที่สูงเกินกว่าจะก้าวข้ามได้ ในขณะที่ในจีนแผ่นดินใหญ่ การแข่งขันที่สูงลิ่วทำให้เหลือพื้นที่เพียงสำหรับหนังฟอร์มยักษ์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์ตรุษจีน ยังคงเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึง "จิตวิญญาณแห่งเอเชีย" ได้ดีที่สุด มันคือการผสมผสานระหว่างศิลปะ ธุรกิจ และความหวัง ที่จะถูกส่งต่อผ่านหน้าจอภาพยนตร์ไปในทุกๆ ปีที่เริ่มต้นใหม่
ที่มา : timeout globaltimes Chinese New Year film
ข่าวที่เกี่ยวข้อง