svasdssvasds

คนหางานวัย 30–40 แก้เกมตลาดแรงงาน ด้วการซ่อนอายุในเรซูเม่

คนหางานวัย 30–40 แก้เกมตลาดแรงงาน ด้วการซ่อนอายุในเรซูเม่

คนทำงานวัย 30–40 ปรับเรซูเม่ ซ่อนร่องรอยอายุ เหลือประสบการณ์ไม่กี่ปีล่าสุด หลังรายงานของ Business Insider ชี้ตลาดงานยังเลือกปฏิบัติเรื่องวัย

SHORT CUT

  • หลายคนเลือกใส่ประสบการณ์แค่ช่วงหลัง ตัดข้อมูลที่บอกอายุออกจากเรซูเม่และโปรไฟล์ออนไลน์ ตามรายงานของ Business Insider และแนวคิด age-proof ที่ เอเออาร์พี (AARP) แนะนำ สะท้อนว่าปัญหาอคติเรื่องอายุยังมีอยู่จริง
  • ผลสำรวจปี 2024 ของ Resume Now ชี้ว่าแรงงานอายุเกิน 40 เกือบ 90% เคยเจอ ageism และยังมีความกังวลว่า AI ในการคัดคนอาจซ้ำเติมปัญหา จนแพลตฟอร์มอย่าง Workday ถูกฟ้องเรื่องนี้ แม้บริษัทจะปฏิเสธก็ตาม
  • ซูซี เวลช์ (Suzy Welch) จาก New York University Stern School of Business ชี้ว่า คนมีประสบการณ์ต้องพิสูจน์ว่ายังทันสมัย เข้าใจคนรุ่นใหม่ คิดไปข้างหน้า และกล้าชูจุดแข็งที่เด็กรุ่นหลังยังไม่มี เช่น การตัดสินใจยามวิกฤตและการมองภาพ

คนทำงานวัย 30–40 ปรับเรซูเม่ ซ่อนร่องรอยอายุ เหลือประสบการณ์ไม่กี่ปีล่าสุด หลังรายงานของ Business Insider ชี้ตลาดงานยังเลือกปฏิบัติเรื่องวัย

ทุกวันนี้ คนทำงานวัย 30–40 ปีจำนวนไม่น้อยเริ่ม หลายคนเลือกใส่ประสบการณ์แค่ไม่กี่ปีล่าสุด และตัดประวัติยาวเหยียดออก และจำกัดข้อมูลบน LinkedIn หรือเว็บไซต์ส่วนตัว รายงานของ Business Insider บอกว่า กูรูสายเรซูเม่ยังแนะนำให้ซ่อนร่องรอยที่บอกอายุด้วย เพราะแค่ปีจบการศึกษาก็อาจทำให้ถูกมองข้ามได้ ทั้งที่หลายบริษัทยังบังคับให้กรอกก็ตาม

เรื่องนี้ไม่ใช่คิดไปเอง เพราะแม้แต่ AARP  ที่ทำงานด้านสิทธิและคุณภาพชีวิตในสหรัฐฯ  ยังออกมาแนะนำให้ “age-proof” เรซูเม่ โดยโฟกัสงานช่วง 10 ปีหลัง และตัดดีเทลเล็ก ๆ ที่เผลอเปิดเผยอายุออกไป ผลสำรวจปี 2024 ของ Resume Now ก็ยิ่งตอกย้ำความจริง เมื่อแรงงานอายุเกิน 40 เกือบ 90% บอกว่าเคยเจอการเลือกปฏิบัติเรื่องอายุมาแล้ว แถมยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า AI ในกระบวนการคัดคน อาจทำให้อคติรุนแรงขึ้น จนแพลตฟอร์มอย่าง Workday ถูกฟ้องเรื่องการคัดกรองตามอายุ แม้บริษัทจะยืนยันว่าไม่จริงก็ตาม 

คนหางานวัย 30–40 แก้เกมตลาดแรงงาน ด้วการซ่อนอายุในเรซูเม่

โลกการทำงานยังพอมีหนทาง 

ซูซี เวลช์ (Suzy Welch) นักเขียนและอาจารย์จาก New York University Stern School of Business พูดไว้ในพอดแคสต์ Becoming You แบบตรงไปตรงมาว่า แทนที่จะพยายามปิดบังอายุ สิ่งสำคัญกว่าคือทำให้คนรับรู้ว่า “เรายังไหว” ทั้งแรง ทั้งความเร็ว และเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานยุคใหม่ไม่แพ้เด็กรุ่นหลัง

เธอแนะนำให้ลองคุย ลองทำงานกับคนต่างวัยให้มากขึ้น จะได้เข้าใจภาษาของคนรุ่นใหม่ ว่าเขาคิดอะไร สนใจอะไร และตลกกับอะไร เพราะถ้าเราเข้าใจตรงนี้ได้ ผู้จ้างก็จะมองว่าเราเป็นคนที่เข้ากับทีมได้จริง ไม่ใช่แค่เก่งบนกระดาษ

อีกอย่างที่เธอย้ำคือ เวลาสัมภาษณ์อย่ามัวเล่าอดีตยาว ๆ ว่าเคยทำอะไรมาบ้าง แต่ให้พูดถึงอนาคตมากขึ้น อัปเดตตัวเองกับตลาด อุตสาหกรรม และสถานการณ์โลกให้ทันอยู่เสมอ เพราะสุดท้ายแล้ว “คุณค่า” ของเราคือความคิดที่มองไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ที่ผ่านมา

และที่สำคัญ คนมีประสบการณ์ต้องกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีกว่าคนรุ่นใหม่ เช่น การมองเห็นแพตเทิร์น การตัดสินใจในช่วงวิกฤต หรือการรับมือกับช่วงเวลายาก ๆ ในที่ทำงาน เพราะถ้าผ่านมาแล้วหลายรอบ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นแต้มต่อที่แทนกันไม่ได้เลย

ที่มา : fortune 

related