svasdssvasds

หนัง There Will Be Blood : 'น้ำมัน' คือแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้ห้ำหั่นกัน

หนัง There Will Be Blood :  'น้ำมัน' คือแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้ห้ำหั่นกัน

ชวนดูภาพยนตร์ There Will Be Blood: หนังที่ว่าด้วย น้ำมัน ทุนนิยม และด้านมืดมนุษย์ และ 'น้ำมัน' ก็คือแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้ห้ำหั่นกัน

ชวนดูหนังของ พอล โทมัส แอนเดอร์สัน ที่เพิ่งคว้าออสการ์ปี 2026 จากเรื่อง One Battle After Another  ในอดีต เขาเคยสร้างสุดยอดผลงานอย่าง  There Will Be Blood (2007) หนังตีแผ่การแย่งชิงน้ำมัน (ซึ่งกำลังเป็นกระแสไวรัลในไทย เพราะเพิ่งโดนพิษ ราคาน้ำมันขึ้นแบบพุ่งพรวด 6 บาท ชั่วข้ามคืนที่ผ่านมา)  รวมถึง ทุนนิยม และด้านมืดของจิตใจมนุษย์

น้ำมัน ขุมทรัพย์สีดำ และการแย่งชิง 

หลังจากที่ พอล โทมัส แอนเดอร์สัน (Paul Thomas Anderson) เพิ่งคว้ารางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมไปหมาดๆ ในปี 2026 นับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะพาย้อนกลับไปสำรวจผลงานชิ้นที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของเขาจากปี 2007 อย่างภาพยนตร์เรื่อง There Will Be Blood หนังตีแผ่การแย่งชิงน้ำมัน  

ภาพยนตร์ There Will Be Blood  (ชื่อไทย - ศรัทธาฝังเลือด ) เรื่องนี้พาเราย้อนกลับไปสู่ยุคตื่นน้ำมันในสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดเปลือยให้เห็นว่า "น้ำมัน" ในยุคนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง 

มันไม่ใช่เพียงแค่เชื้อเพลิง แต่คือสายเลือดใหม่ที่ขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม เป็นขุมทรัพย์ที่พลิกโฉมประเทศ และเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้เข้าห้ำหั่นกัน และทุกวันนี้ น้ำมันก็ยังเป็นทรัพยากรที่สำคัญของโลก 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถ่ายทอดภาพการแย่งชิงทรัพยากรอย่างบ้าคลั่ง เล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจที่ไร้ความปรานี และการรุกรานพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นโดยกลุ่มทุนหน้าใหม่ที่กระหายความมั่งคั่งอย่างไม่มีขีดจำกัด

There Will Be Blood: น้ำมัน ทุนนิยม และด้านมืดมนุษย์ - 'น้ำมัน' คือแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้ห้ำหั่นกัน
 

ความดำมืดในก้นบึ้งจิตใจมนุษย์

นอกจากการห้ำหั่นในสมรภูมิธุรกิจแล้ว There Will Be Blood ยังทำหน้าที่เสมือนกระจก สะท้อนให้เห็นถึงความดำมืดของจิตใจมนุษย์ได้อย่างทรงพลัง ผ่านตัวละคร แดเนียล เพลนวิว (แสดงโดย แดเนียล เดย์-ลูอิส)  ชายผู้ถูกความโลภกัดกินจนสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละน้อย ยิ่งเขาขุดเจาะลงไปใต้ดินลึกเท่าไร จิตใจของเขาก็ยิ่งมืดบอด เย็นชา และโดดเดี่ยวมากขึ้นเท่านั้น 

ภาพยนตร์แสดงให้เห็นอย่างเจ็บปวดว่า มนุษย์คนหนึ่งพร้อมที่จะสละความเห็นอกเห็นใจ เหยียบย่ำเพื่อนมนุษย์ และทรยศได้แม้กระทั่งครอบครัวของตนเอง เพียงเพื่อแลกกับอำนาจเบ็ดเสร็จและเม็ดเงินที่ไม่มีวันเติมเต็มความว่างเปล่าในจิตใจของเขาได้
 

ทุนนิยมและสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์ 

เมื่อเรามองลึกลงไปถึงรากฐานของความโลภในยุคตื่นน้ำมัน  (เนื้อเรื่องในภาพยนตร์คือ ยุค  Californian oil boom  ปลายศตวรรษ ที่ 19th และต้นศตวรรษที่ 20th โดยเทียบเคียงกับนวนิยายต้นฉบับเรื่อง Oil! ของ อัปตัน ซินแคลร์ (Upton Sinclair) 

เราจะเห็นการตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ที่แหลมคมต่อโครงสร้างสังคม ภาพยนตร์และหนังสือต่างทิ้งประเด็นที่สั่นสะเทือนสติปัญญาว่า "ระบบทุนนิยมที่ไร้การควบคุมเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นสัตว์ประหลาด หรือสัตว์ประหลาดต่างหากที่เป็นผู้สร้างระบบนี้ขึ้นมา?" 

There Will Be Blood: น้ำมัน ทุนนิยม และด้านมืดมนุษย์ - 'น้ำมัน' คือแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้ห้ำหั่นกัน

ความโหดร้ายและจุดจบที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเลือดในเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญหรืออุบัติเหตุจากเครื่องจักร แต่มันเกิดจากกิเลสอันมืดมิดของมนุษย์ ที่จงใจสร้างระบบและกลไกต่างๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นข้ออ้างและสร้างความชอบธรรมในการกัดกินขูดรีดกันเองอย่างเลือดเย็น

และ ทรัพยากรอย่าง "น้ำมัน" ไม่ได้เป็นเพียงเชื้อเพลิง แต่คือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงการสร้างชาติและพลิกโฉมเศรษฐกิจอเมริกา และทำให้คนโลภ-ละโมบ มากมายแค่ไหน ? 

There Will Be Blood: น้ำมัน ทุนนิยม และด้านมืดมนุษย์ - 'น้ำมัน' คือแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้ห้ำหั่นกัน

ที่มา untoday medium

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related