ถ้าเด็กยุคใหม่มี iPad เป็นเพื่อนซี้... แล้ว ‘ของเล่น’ ยังจำเป็นอยู่ไหม?

ถ้าเด็กยุคใหม่มี iPad เป็นเพื่อนซี้... แล้ว ‘ของเล่น’ ยังจำเป็นอยู่ไหม?

ถ้าเด็กยุคนี้มีหน้าจอเป็นเพื่อนซี้ 'ของเล่น' ยังจำเป็นไหม? ชวนเจาะลึก Toy Story 5 ทำไมเทคโนโลยีทดแทนความผูกพันไม่ได้ และของเล่นได้เปลี่ยนเป็นเซฟโซนฮีลใจเด็กน้อยในตัวผู้ใหญ่ไปแล้ว

SHORT CUT

  • iPad มอบความบันเทิงแบบสำเร็จรูปที่จำกัดจินตนาการของเด็ก ในขณะที่ของเล่นปลายเปิด (Open-ended Toys) เช่น บล็อกไม้หรือตุ๊กตา กระตุ้นให้เด็กสร้างสรรค์เรื่องราวและแก้ปัญหาด้วยตนเอง
  • ของเล่นที่จับต้องได้สามารถให้ความผูกพันทางใจและความรู้สึกปลอดภัย ซึ่งหน้าจอ iPad ที่ให้ได้แค่ความบันเทิงไม่สามารถทดแทนได้ โดยเฉพาะในยามที่เด็กต้องการที่พึ่งทางใจ
  • การเล่นของเล่นสามมิติช่วยพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น กล้ามเนื้อมัดเล็กและมิติสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หน้าจอสองมิติให้ไม่ได้ และยังส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับเด็ก

ถ้าเด็กยุคนี้มีหน้าจอเป็นเพื่อนซี้ 'ของเล่น' ยังจำเป็นไหม? ชวนเจาะลึก Toy Story 5 ทำไมเทคโนโลยีทดแทนความผูกพันไม่ได้ และของเล่นได้เปลี่ยนเป็นเซฟโซนฮีลใจเด็กน้อยในตัวผู้ใหญ่ไปแล้ว

แอนิเมชันระดับตำนานที่โตมาพร้อมกับพวกเราอย่าง Toy Story 5 จะเข้าฉาย และบอกเลยว่ารอบนี้ Pixar ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะศัตรูตัวร้ายที่เหล่าของเล่นต้องเจอ ไม่ใช่เด็กข้างบ้านที่ชอบพังของเล่น หรือตุ๊กตาหมีจอมเผด็จการเหมือนในภาคก่อนๆ  แต่เป็นสิ่งใกล้ตัวที่น่ากลัวที่สุดอย่าง ‘หน้าจอ iPad’ ที่พร้อมจะสูบเวลาและสายตาของเด็กๆ ไปแบบ 24 ชั่วโมง

เมื่อใน ยุคที่เด็กๆ ยกให้หน้าจอเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเตาะแตะ มันเลยเกิดคำถามที่แอบทำให้ผู้ใหญ่วัยว่า “ถ้าเด็กยุคนี้มีไอแพดเป็นเพื่อนซี้ แล้วของเล่นอย่างตุ๊กตา ยังมีความจำเป็นอยู่ไหม?”

 

เพื่อนซี้จอสี่เหลี่ยม

ในมุมมองของเด็กยุคใหม่ iPad คือเพื่อนซี้ที่เพอร์เฟกต์ที่สุด มันมีสีสันฉูดฉาด มีเสียงดนตรี และพร้อมจะเปลี่ยนเกมใหม่ให้เล่นทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส

สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) เคยออกรายงานเตือนถึงการที่สื่อดิจิทัลและเกมมือถือ เข้าไปกระตุ้นวงจร ‘โดพามีน’ (Dopamine) หรือสารแห่งความสุขให้หลั่งแบบสำเร็จรูป สิ่งที่เพื่อนซี้หน้าจอพรากไปจากวัยเด็กคือสิทธิที่จะรู้สึกเบื่อ ซึ่งความเบื่อนี่แหละคือบ่อเกิดของจินตนาการ

 

เมื่อหน้าจอมอบความบันเทิงให้ตลอดเวลาจนเด็ก ‘เบื่อไม่เป็น’ ของเล่นที่ตั้งอยู่นิ่งๆ ร้องเพลงเองไม่ได้ ขยับเองไม่เป็น จึงกลายเป็นเพื่อนที่ ‘น่าเบื่อ’ เพราะมันเรียกร้องให้เด็กต้องใช้พลังงานสูงมากในการสร้างเรื่องราว

แล้วของเล่นยังจำเป็นอยู่ไหม?

ถ้า iPad มองความสนุกและมีแอปเพื่อการศึกษามากมาย แล้วทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงยังเชียร์ให้เล่นของเล่น?

รายงานจาก สมาคมการศึกษาปฐมวัยแห่งชาติสหรัฐฯ (NAEYC) ยืนยันว่า ของเล่นที่ดีที่สุดไม่ใช่ของเล่นไฮเทค แต่คือ ‘ของเล่นปลายเปิด’ (Open-ended Toys) อย่างเช่น บล็อกไม้ เลโก้ ตุ๊กตา หรือแม้แต่กล่องกระดาษเปล่าๆ

 

ถ้าเด็กยุคใหม่มี iPad เป็นเพื่อนซี้... แล้ว ‘ของเล่น’ ยังจำเป็นอยู่ไหม?

 

แอปพลิเคชันใน iPad มักจะมีกฎและเป้าหมายที่ถูกเขียนโปรแกรมมาแล้ว (Closed-ended) เด็กแค่ทำตามสคริปต์เพื่อให้ผ่านด่าน แต่บล็อกไม้หรือตุ๊กตาไม่มีสคริปต์ เด็กต้องเป็นคนกำหนดเองว่าวันนี้บล็อกไม้จะเป็นปราสาท หรือเป็นยานอวกาศ ตุ๊กตาจะคุยเรื่องอะไรกัน การเล่นของเล่นที่เป็นสสาร 3 มิติในโลกความจริง (Physical Toys) จึงเป็นการกระตุ้นให้สมองได้ใช้ทักษะการแก้ปัญหา มิติสัมพันธ์ และพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กไปพร้อมๆ กัน ซึ่งหน้าจอแบนๆ แบบ 2 มิติไม่สามารถให้ได้

กอด iPad แล้วไม่อุ่นเท่ากอด ‘ผ้าห่มเน่า’

และที่สำคัญที่สุดเพื่อนซี้หน้าจอทำได้แค่ให้ ‘ความบันเทิง’ แต่มันให้ ‘ความผูกพัน’ ไม่ได้ แนวคิดของ โดนัลด์ วินนิคอตต์ (Donald Winnicott) นักจิตวิเคราะห์ชื่อดัง อธิบายถึงสิ่งนี้ว่า ‘วัตถุเปลี่ยนผ่าน’ เด็กทุกคนล้วนต้องการเซฟโซนที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาหมีตัวเก่าๆ หรือผ้าห่มเน่าๆ สิ่งเหล่านี้คือตัวแทนของความมั่นคงทางใจ

 

ถ้าเด็กยุคใหม่มี iPad เป็นเพื่อนซี้... แล้ว ‘ของเล่น’ ยังจำเป็นอยู่ไหม?

แต่ความจริงอันโหดร้ายของเทคโนโลยีคือ แผ่นกระจกหน้าจอเย็นเฉียบไม่สามารถซับน้ำตาได้ ในคืนที่ฟ้าร้องหรือฝนตกหนัก เพื่อนซี้หน้าจอที่แบตเตอรี่หมดจะกลายเป็นเพียงจอดำๆ ที่ไร้ประโยชน์ แต่ตุ๊กตาหมีที่ตั้งอยู่มุมเตียง จะยังคงเป็นเพื่อนที่ยอมให้เด็กๆ ดึงเข้ามากอดแน่นๆ เพื่อให้ผ่านพ้นคืนที่หวาดกลัวไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น รายงานของ AAP ยังระบุชัดเจนว่า "ไม่มีหน้าจอหรือแอปพลิเคชันใด ที่สามารถมาแทนที่ปฏิสัมพันธ์และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ (พ่อแม่-ลูก) ที่เกิดขึ้นระหว่างการนั่งเล่นของเล่นด้วยกันได้"

 

ในวันที่เด็กเลิกเล่น ผู้ใหญ่นี่แหละคือคน ‘เปย์’

แต่สิ่งที่ตลกร้ายและทัชใจที่สุดในยุคนี้คือ ในขณะที่ของเล่นดั้งเดิมกำลังแพ้ภัยหน้าจอในตลาดเด็ก ของเล่นกลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดดในตลาดผู้ใหญ

หากลองมองไปที่ชั้นวาง Art Toy, ตู้กดกล่องสุ่ม, ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า คนที่ต่อแถวซื้อไม่ใช่เด็ก 5 ขวบ แต่คือพวกเรานี่แหละ! วัยรุ่นออฟฟิศที่กำลังสู้กับโลกทุกนนิยม ของเล่นเหล่านี้ได้เปลี่ยนหน้าที่จากของเสริมพัฒนาการเด็กกลายมาเป็นเพื่อนซี้ที่ฮีลใจผู้ใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว

ถ้าเด็กยุคใหม่มี iPad เป็นเพื่อนซี้... แล้ว ‘ของเล่น’ ยังจำเป็นอยู่ไหม?

ทำไมเราถึงยอมเปย์เงินหลักพันให้พลาสติกตัวเล็กๆ? คาร์ล จุง (Carl Jung) นักจิตวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวถึงแนวคิด ‘เด็กน้อยในใจ’ (Inner Child) เอาไว้ โลกของผู้ใหญ่มันเหนื่อยและเครียด การได้ซื้อของเล่นที่เรา 'เคยอยากได้ตอนเด็กแต่พ่อแม่ไม่มีเงินซื้อให้' มันคือกระบวนการปลอบประโลมจิตใจของเด็กน้อยในตัวเราให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

สิ่งที่ Toy Story 5 กำลังจะสื่อ อาจไม่ใช่แค่ประเด็นปัญหาของเด็กรุ่นใหม่ แต่มันกำลังส่องกระจกสะท้อนภาพของ ‘พวกเรา’ ที่นั่งดูอยู่ด้วย หลายครั้งเราเองก็รู้สึกเหมือนเป็น ‘ของเล่นตกยุค’ ที่วิ่งตามโลกและเทคโนโลยีไม่ทัน กลัวจะถูกลืม กลัวจะไม่เป็นที่ต้องการ

แต่สุดท้าย ของเล่นก็คอยเตือนสติเราว่า ไม่ว่าโลกจะพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเท่าไหร่ มนุษย์ก็ยังคงเป็นมนุษย์ที่โหยหา ‘การสัมผัส’ และสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจเสมอ

related