แด่ทุกการรอคอย 'จดหมายรักถึงอาม่า’ เรื่องราวของการพลัดพรากที่ร้อยรัดกันด้วยจดหมายข้ามแผ่นดิน

แด่ทุกการรอคอย 'จดหมายรักถึงอาม่า’ เรื่องราวของการพลัดพรากที่ร้อยรัดกันด้วยจดหมายข้ามแผ่นดิน

"เราต้องใช้เวลานานแค่ไหน เพื่อรอข้อความจากคนที่รัก?" รีวิว ‘จดหมายรักถึงอาม่า’ ภาพยนตร์ที่สะท้อนการพลัดพราก ซึ่งยึดโยงคนสองแผ่นดินไว้ด้วย ‘โพยก๊วน’ จดหมายข้ามขอบฟ้าที่หล่อเลี้ยงหัวใจของคนรอ

"เราต้องใช้เวลานานแค่ไหน เพื่อรอคอยข้อความจากคนที่เรารัก"

ในยุคสมัยที่ข้อความถูกส่งหากันได้ภายในเสี้ยววิ ราอาจจินตนาการไม่ออกเลยว่า การต้องรอคอยข่าวคราวจากใครสักคนเป็นเวลาหลายสิบปีนั้น มีหน้าตาเป็นอย่างไร

เมื่อพูดถึงเรื่องราวของ ‘ชาวจีนโพ้นทะเล’ เรามักจะคุ้นชินกับภาพจำของตำนานเสื่อผืนหมอนใบ การโล้สำเภามาอาบเหงื่อต่างน้ำจนกลายเป็นมหาเศรษฐี แต่ภาพยนตร์‘จดหมายรักถึงอาม่า’ (Dear You / 给阿嬷的情书) ได้พาเราไปสำรวจมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น หนังไม่ได้เล่าแค่ความสำเร็จปลายทาง แต่พาเราไปสัมผัสถึงความผูกพันของคนสองแผ่นดิน ที่ถูกร้อยรัดไว้ด้วยกระดาษแผ่นบางๆ ที่เรียกว่า ‘โพยก๊วน’


แด่ทุกการรอคอย 'จดหมายรักถึงอาม่า’ เรื่องราวของการพลัดพรากที่ร้อยรัดกันด้วยจดหมายข้ามแผ่นดิน


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในยุคปัจจุบัน เมื่อ 'เหี่ยวอุ่ย' หลานชายที่แบกหนี้สินทั่วตัว ได้เดินทางกลับบ้านไปยังชนบทเพื่อฉลองครบรอบ 88 ปีของอาม่า 'ซกยิ้ว' จนกระทั่งได้พบความลับว่า อากงเคยย้ายไปหากินที่ประเทศไทยจนร่ำรวยเป็นเถ้าแก่ อีกทั้งยังเงิมาให้ผ่าน 'โพยก๊วน' ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เขาจึงตัดสินใจ บินมาไทยเพื่อพึ่งพาอากงมหาเศรษฐี แต่กลับพบความจริงว่าอากงอากงไม่ได้เป็นเศรษฐี และที่สำคัญ อากงจากโลกนี้ไปนานแล้ว
 

เนื้อเรื่องค่อยๆ พาเราไปทำความรู้จักกับ 'แต้ บังเซ็ง' (อากง) ชายจีนโพ้นทะเลที่หนีทหารในช่วงยุคสงครามกลางเมืองจีนปี 1945 เขาต้องหนีมาใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบในต่างแดน ภาพยนต์พาเรากลับไปสำรวจประเทศไทยในช่วงของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในขณะนั้น แต้ บังเซง อาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ อาชีพถีบสามล้อในเยาวราช พยายามทำงานเก็ยเงินทีละนิดเพื่อส่ง โพยก๊วน หรือจดหมายแนบเงินไปให้ภรรยยาอันเป็นที่รัก

บักเซ็งเป็นคนไม่รู้หนังสือ เขาต้องพึ่งพาครูจีนในเยาวราชให้ช่วยเขียนจดหมายส่งกลับไปหาภรรยา ในขณะที่ 'ซกยิ้ว' เองก็ทำหน้าที่ภรรยาอย่างดี รับภาระดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คน และบ้าน มีชีวิตด้วยวความหวังคือการรอจดหมายจากชายผู้เป็นที่รัก โดยไม่รู้เลยว่าการพบกันอีกครั้งอาจไม่มีวันมาถึง
แด่ทุกการรอคอย 'จดหมายรักถึงอาม่า’ เรื่องราวของการพลัดพรากที่ร้อยรัดกันด้วยจดหมายข้ามแผ่นดิน


หากสิ่งที่เราเล่าไปข้างบนคือ บักเซ็งตายไปนานแล้ว คำถามคือ ใครเป็นคนส่งโพยก๊วนและเงินกลับไปที่จีนตลอดหลายสิบปี?

หนังค่อยๆ เฉลยปมนี้ผ่านตัวละครอย่าง ‘เจี่ย หน่ำกี’ ผู้ช่วยดูแลกิจการโรงเตี๊ยมที่บักเซงอาศัยอยู่ บักเซ็งกับหน่ำกีได้สร้างมิตรภาพและความผูกพันฉันท์ ‘กากี่นั้ง’ (คนกันเอง) ที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด
 

เมื่อบักเซ็งเสียชีวิตลง หน่ำกีผู้รับรู้ถึงภาระและความรักที่บักเซ็งมีต่อครอบครัว ตัดสินใจสวมรอยเป็นบักเซ็ง เธอสานต่อการส่งโพยก๊วนและเงินกลับไปให้ครอบครัวของเขาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับสิบปี

แด่ทุกการรอคอย 'จดหมายรักถึงอาม่า’ เรื่องราวของการพลัดพรากที่ร้อยรัดกันด้วยจดหมายข้ามแผ่นดิน

เธอไม่ได้ทำไปเพราะความรักใคร่ฉันท์ชู้สาว แต่ทำไปด้วยปรัชญาของคำว่า ‘ฉิงอี้’ ที่แปลว่า ความผูกพัน การรู้บุญคุณ และการไม่ทอดทิ้งผู้ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน การกระทำของหน่ำกี กลายเป็นสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็น ซึ่งร้อยรัดผู้หญิงสองคน (หน่ำกี และ ซกยิ้ว) เข้าด้วยกัน ทั้งที่พวกเธออยู่ห่างกันคนละซีกทะเล และไม่เคยเห็นหน้ากันเลยตลอดชีวิต

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเห็นจากเรื่องนี้คือ โครงสร้างชายเป็นใหญ่ ที่เปรียบเทียบบทบาทของผู้หญิงสองคนจากสองแผ่นดิน

ฝั่งหนึ่งคือ ‘ซกยิ้ว’ ภาพแทนของหญิงสาวที่ถูกตีกรอบให้เป็นช้างเท้าหลัง ต้องรับภาระดูแลครอบครัวและแบกรับการ ‘รอคอย’ อย่างไม่มีปากมีเสียง ในขณะที่ฝั่งไทย หนังได้ให้พื้นที่กับ ‘เจี่ย หน่ำกี’ ลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล เธอมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ บริหารกิจการโรงเตี๊ยม และมีอิสระเหนือกว่าผู้หญิงในแผ่นดินแม่ หน่ำกีจึงเป็นตัวละครที่ช่วยเปิดมิติให้เห็นว่า การอพยพข้ามถิ่นไม่ได้เปลี่ยนแค่ฐานะ แต่ยังเปิดกว้างให้กับบทบาททางเพศที่เปลี่ยนไปตามบริบทสังคมใหม่ด้วย

แด่ทุกการรอคอย 'จดหมายรักถึงอาม่า’ เรื่องราวของการพลัดพรากที่ร้อยรัดกันด้วยจดหมายข้ามแผ่นดิน

ในตอนสุดท้าย เมื่อเรื่องราวเดินทางมาถึงฉากที่ ‘อาม่าซกยิ้ว’ ในวัยชรา (รับบทโดย คุณยายอู๋ เส่าชิง วัย 83 ปี ที่ดึงเอาประสบการณ์จริงในวัยเด็กที่ต้องรอจดหมายจากพี่ชายมาใช้แสดง) ได้มาเข้าฉากร่วมกับนักแสดงรับเชิญเพียงหนึ่งเดียวจากฝั่งไทยอย่าง ‘อาม่าแต๋ว-อุษา เสมคำ’ (ที่หลายคนคุ้นหน้าและคิดถึงจากภาพยนตร์ หลานม่า) นอกจากจะเซอร์ไพร์สคนดูแล้ว เพลงประกอบและท่วงทำนองของ เพลงแต้จิ๋ว ‘หง่วยแอ่จื๋อแต๊’ (ชงชาใต้แสงจันทร์) เนื้อเพลงที่บอกเล่าถึงหญิงสาวที่ชงชาจอกแล้วจอกเล่า เพื่อประวิงเวลารอคอยคนรักที่จากไป ช่างสอดคล้องกับชีวิตที่ต้องเฝ้ารอมาทั้งชีวิตของซกยิ้ว

 

นอกจากนี้ หนังยังใช้ภาพของดอกงิ้วสีแดงสด หรือ ‘บักหมี่ฮวย’ เป็นสัญลักษณ์สำคัญบนแผ่นฟิล์ม เพื่อสื่อถึงความปรารถนาดีที่มั่นคงทนทาน เหมือนดั่งความผูกพันของ บักเซ็ง ซกยิ้ว และหน่ำกี ที่แม้ความตายและความเสื่อมถอยของวัยชรา ก็ไม่อาจพราก ‘ฉิงอี้’ หรือความรักความกตัญญูนี้ไปจากใจของพวกเขาได้

“อาม่าบอกว่า เกิดเป็นคน ต้องมีเมตตาและรู้จักบุญคุณ ผู้ใดไร้สองสิ่งนี้ ผู้นั้นไม่ควรคบหา”

related