ถ้าโลกนี้ไม่มีบรรณารักษ์ จะเกิดอะไรขึ้น ทำไมยังต้องมีอาชีพนี้

ถ้าโลกนี้ไม่มีบรรณารักษ์ จะเกิดอะไรขึ้น ทำไมยังต้องมีอาชีพนี้

เมื่อบรรณารักษ์ไม่ใช่แค่คนเฝ้าหนังสือ แต่คือผู้เชื่อมผู้คนกับความรู้ และดูแลพื้นที่สาธารณะที่เปิดประตูให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม

SHORT CUT

  • บรรณารักษ์ไม่ใช่แค่ 'คนเฝ้าห้องสมุด' แต่มีบทบาทจัดระเบียบความรู้ คัดกรองแหล่งข้อมูล ดูแลเอกสาร และช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง
  • ห้องสมุดเป็นมากกว่าพื้นที่เก็บหนังสือ บรรณารักษ์ช่วยเชื่อมโยงหนังสือ ผู้คน และชุมชน รวมถึงเป็นที่พึ่งของคนไร้บ้าน ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
  • หากโลกไม่มีบรรณารักษ์ สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่อาชีพหนึ่ง แต่คือ 'คนกลาง' ที่เชื่อมมนุษย์กับความรู้และมนุษย์เข้าหากัน ซึ่งเป็นบทบาทที่เทคโนโลยีหรือ AI เพียงอย่างเดียวอาจทดแทนไม่ได้

เมื่อบรรณารักษ์ไม่ใช่แค่คนเฝ้าหนังสือ แต่คือผู้เชื่อมผู้คนกับความรู้ และดูแลพื้นที่สาธารณะที่เปิดประตูให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม

ช่วงนี้กระแสที่คนในวงการหนังสือจับตามองคือแนวคิดการ 'ยุบตำแหน่งบรรณารักษ์' ในหน่วยงานราชการไทย ท่ามกลางนโยบายปฏิรูประบบราชการที่มุ่งลดขนาดกำลังคนและยุบตำแหน่งที่ถูกมองว่า 'ไม่จำเป็น' อีกต่อไป โดยเฉพาะตำแหน่งที่ดูเหมือนงานประจำซ้ำ ๆ อย่างการยืม-คืนหนังสือ ประทับตรา หรือจัดเรียงชั้นหนังสือ ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันดูจะทำแทนได้หมดแล้ว

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย หลายประเทศทั่วโลกก็เผชิญแนวโน้มเดียวกัน โรงเรียนในอังกฤษถูกตัดงบจนตำแหน่งบรรณารักษ์ประจำโรงเรียนหายไปเป็นจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ห้องสมุดหลายแห่งในสหรัฐฯ และยุโรปก็ต้องลดจำนวนเจ้าหน้าที่ลงเรื่อย ๆ เพราะงบประมาณท้องถิ่นถูกบีบ และเพราะผู้กำหนดนโยบายมองว่าเมื่อข้อมูลทุกอย่างหาได้จาก Google หรือ AI แล้ว คนที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ห้องสมุดก็ไม่ต่างอะไรจาก 'คนเฝ้าห้องสมุด' ที่แทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติได้

หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเรื่องปกติของยุคสมัย เพราะบรรณารักษ์ในความเข้าใจทั่วไปคือคนที่คอยดูแลความเรียบร้อยของห้องสมุด คอยบอกว่าหนังสือเล่มไหนอยู่ชั้นไหน ประทับตรายืม-คืน แล้วก็เดินจัดหนังสือขึ้นชั้นวันแล้ววันเล่า งานแบบนี้ฟังดูเป็นงานที่เครื่องสแกนบาร์โค้ด ระบบสืบค้นออนไลน์ หรือแม้แต่แชตบอต AI ก็ทำแทนได้สบาย ๆ ถ้ามองแค่ภาพจำแบบนี้ ก็ไม่แปลกที่ตำแหน่งนี้จะถูกมองว่าตัดออกไปก็ไม่เสียหายอะไร

ถ้าโลกนี้ไม่มีบรรณารักษ์ จะเกิดอะไรขึ้น ทำไมยังต้องมีอาชีพนี้

เมื่อบรรณารักษ์ไม่ใช่แค่คนจัดหนังสือ อาชีพนี้ทำอะไรบ้าง?

สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ บรรณารักษ์ยุคปัจจุบันไม่ได้มีหน้าที่แค่คอยดูแลหรือจัดหนังสือเข้าชั้น แต่เป็นคนที่ช่วย 'จัดระเบียบความรู้' เพื่อให้ผู้คนค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายและถูกต้อง

ตั้งแต่การจัดหมวดหมู่หนังสือและข้อมูลดิจิทัล การใส่รายละเอียดกำกับข้อมูล (Metadata) เพื่อให้ค้นหาเจอได้ง่าย การตรวจสอบว่าแหล่งข้อมูลใดน่าเชื่อถือหรือเป็นข้อมูลเท็จ ไปจนถึงช่วยนักเรียน นักศึกษา และนักวิจัยค้นหาข้อมูลที่ซับซ้อน

นอกจากนี้ บรรณารักษ์บางส่วนยังมีหน้าที่ดูแลหนังสือหายาก เอกสารเก่า ภาพถ่าย และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อรักษาความรู้และความทรงจำของสังคมไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา

มากไปกว่านั้น ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ห้องสมุดกลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ฟรี ไม่ว่าจะรวยหรือจน มีบ้านหรือไร้บ้าน และบรรณารักษ์เองก็กลายเป็นคนแรกที่ต้องรับมือกับปัญหาสังคมที่ซับซ้อน ทั้งคนไร้บ้านที่เข้ามา ผู้สูงอายุที่โดดเดี่ยวและอยากมีคนพูดคุยด้วย เด็กที่ไม่มีที่ไปหลังเลิกเรียน หรือคนที่กำลังมีปัญหาสุขภาพจิต พูดง่าย ๆ คือบรรณารักษ์ทำหน้าที่คล้ายนักสังคมสงเคราะห์ไปโดยปริยาย ถ้าอาชีพนี้หายไปจริง สิ่งที่จะหายตามไปด้วยไม่ใช่แค่คนคอยยืม-คืนหนังสือ แต่คือคนกลางที่ช่วยให้คนทุกกลุ่มในสังคมเข้าถึงความรู้และความช่วยเหลือได้อย่างเท่าเทียม

ถ้าโลกนี้ไม่มีบรรณารักษ์ จะเกิดอะไรขึ้น ทำไมยังต้องมีอาชีพนี้

หนึ่งในภาพยนตร์ที่สะท้อนบทบาทที่แท้จริงของบรรณารักษ์ได้ดีที่สุดคือ The Public ภาพยนตร์สัญชาติสหรัฐอเมริกาที่ออกฉายในปี 2019 เล่าเรื่องราวของบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดประชาชนเมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ ที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อ่านหนังสือ แต่ยังเป็นพื้นที่พึ่งพิงของคนไร้บ้านจำนวนมาก ซึ่งเข้ามาใช้ห้องน้ำ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และหลบอากาศหนาวในแต่ละวัน

บรรณารักษ์ในเรื่องต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก ระหว่างการทำตามกฎระเบียบของห้องสมุดกับการช่วยเหลือผู้คนที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ท้ายที่สุดเขาตัดสินใจยืนอยู่ข้างกลุ่มคนไร้บ้าน ทำให้เหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากการขอพื้นที่หลบหนาว กลายเป็นการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเดียวกันสื่อมวลชนและนักการเมืองก็เข้ามามีบทบาท จนเรื่องราวภายในห้องสมุดกลายเป็นประเด็นสาธารณะของทั้งเมือง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งคำถามสำคัญว่า 'ห้องสมุดประชาชนมีไว้เพื่อใคร?' หากห้องสมุดเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนมีสิทธิเข้าถึง ไม่ว่าจะมีฐานะหรือภูมิหลังอย่างไร บรรณารักษ์จึงอาจไม่ได้มีหน้าที่เพียงดูแลหนังสือ แต่ยังต้องดูแลการเข้าถึงข้อมูลและพื้นที่ของประชาชนด้วย หนังแสดงให้เห็นว่าบรรณารักษ์ต้องทำงานกับ 'คน' มากพอ ๆ กับที่ทำงานกับ 'หนังสือ'

คำถามที่ตามมาคือ ในทางกลับกัน หากวันหนึ่งห้องสมุดไม่มีบรรณารักษ์ แต่ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีหรือ AI ห้องสมุดจะยังเป็นที่พึ่งพิงของมนุษย์ได้อย่างแท้จริงหรือไม่

ไม่มีบรรณารักษ์ คนอาจเหงาขึ้น

อีกหนึ่งมุมมอง หากโลกนี้ไม่มีบรรณารักษ์จะเกิดอะไรขึ้น มาจาก นิโคลา เดวีส์ (Nicola Davies) นักเขียนชาวอังกฤษ ซึ่งเคยเล่าไว้ในบทความ The Guardian เมื่อปี 2017 ว่า ตอนเด็กเธอเองก็เคยคิดว่าหน้าที่ของบรรณารักษ์มีเพียงประทับตราหนังสือและคอยบอกเด็ก ๆ ให้เงียบในห้องสมุด

แต่เมื่อโตขึ้นจึงเข้าใจว่า ความหลากหลายของหนังสือที่เธอเคยสนุกกับการค้นพบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มีบรรณารักษ์อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่คัดเลือก ปรับปรุงคอลเลกชัน นำเสนอหัวข้อที่น่าสนใจ ไปจนถึงเชื่อมหนังสือกับผู้อ่าน

Nicola Davies

เดวีส์เปรียบบรรณารักษ์เป็นเสมือน 'keystone' หรือองค์ประกอบหลักที่ค้ำจุนระบบนิเวศของห้องสมุด เมื่อเอาส่วนนี้ออก หนังสืออาจยังอยู่ อาคารอาจยังเปิด และชั้นหนังสืออาจยังตั้งอยู่ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์อาจลดลง

เพราะบรรณารักษ์เป็นผู้คัดสรรและดูแลหนังสือให้เหมาะกับผู้คน คอยแนะนำและสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 'หนังสือ' กับ 'ผู้อ่าน' และในกระบวนการนั้น พวกเขาค่อย ๆ เชื่อมคนแต่ละคนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน

เธอเปรียบห้องสมุดที่ดีเหมือนระบบนิเวศที่มีชีวิต ซึ่งต้องมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยมีบรรณารักษ์เป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้ระบบนั้นมีชีวิต หากขาดบรรณารักษ์ หนังสืออาจไม่ได้รับการปรับปรุง ผู้อ่านอาจไม่รู้สึกอยากเข้ามาค้นหา และความสัมพันธ์ระหว่างหนังสือกับผู้คนก็ค่อยๆ เลือนหาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เธอทิ้งท้ายไว้อย่างทรงพลังว่า หากปราศจากบรรณารักษ์และห้องสมุดที่พวกเขาสร้างขึ้น เราอาจมีชีวิตชีวาน้อยลง มีความเป็นมนุษย์น้อยลง และ 'โดดเดี่ยวมากขึ้น'

ถ้าโลกนี้ไม่มีบรรณารักษ์ จะเกิดอะไรขึ้น ทำไมยังต้องมีอาชีพนี้

'บรรณารักษ์ที่ดี จะทำให้ห้องสมุดมีชีวิตชีวา'

จะเห็นได้ว่า เราไม่ควรรักษาแค่ห้องสมุดไว้ แต่ต้องรักษา 'บรรณารักษ์มืออาชีพ' ไว้ด้วย เพราะบรรณารักษ์คือคนที่ทำให้ห้องสมุดมีชีวิต ตั้งแต่คัดเลือกและปรับปรุงหนังสือให้เหมาะกับผู้ใช้ แนะนำผู้อ่าน ไปจนถึงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหนังสือ ผู้คน และชุมชน

เพราะฉะนั้น หากวันหนึ่งโลกนี้ไม่มีบรรณารักษ์ สิ่งที่หายไปคงไม่ใช่เพียง 'คนเฝ้าห้องสมุด' แต่คือคนกลางระหว่างมนุษย์กับโลกของความรู้ คือคนที่ทำให้ข้อมูลมหาศาลถูกคัดเลือก จัดระบบ และกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริง รวมถึงคนที่ทำให้ห้องสมุดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ที่ความรู้ถูกส่งต่อ ความอยากรู้อยากเห็นได้รับการหล่อเลี้ยง และผู้คนจากหลากหลายพื้นเพสามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน

สิ่งที่ทำให้ห้องสมุดเหล่านั้น 'มีชีวิต' คือมนุษย์ที่รู้ว่าจะเชื่อมโยงคนกับความรู้ และเชื่อมโยงคนกับคนเข้าหากันได้อย่างไร และนั่นเองคือคุณค่าของบรรณารักษ์ที่เทคโนโลยีเพียงลำพังไม่อาจทดแทนได้

ที่มา :The Guardian

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related