
SHORT CUT
GenZ ไม่ได้ขี้เกียจหรือไม่อยากทำงาน แต่โลกการจ้างงานเปลี่ยนไป เมื่อแรงงานกว่า 55 ล้านคนในสหรัฐฯ กำลังอยู่ในสถานะ ‘แรงงานใช้แล้วทิ้ง’
Gen Z มักถูกมองว่าเป็นคนรุ่นที่ไม่ยึดติดกับงานประจำ เปลี่ยนงานบ่อย ไม่อยากไต่เต้าในองค์กร และให้ความสำคัญกับชีวิตส่วนตัวมากกว่าการทุ่มเทให้กับบริษัท จนเกิดภาพจำว่า คนรุ่นใหม่อาจไม่ได้ต้องการสร้างอาชีพระยะยาวเหมือนคนรุ่นก่อน
แต่ข้อมูลศึกษาของ MIT Sloan School of Management ชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งว่า Gen Z อาจไม่ได้หมดศรัทธากับการทำงานหรือไม่ต้องการความมั่นคง เพียงแต่ตลาดแรงงานที่พวกเขากำลังเผชิญแตกต่างจากโลกการทำงานของคนรุ่นก่อนอย่างมาก
งานศึกษาที่อ้างถึงสำรวจชาวอเมริกันอายุ 24 ปีขึ้นไปกว่า 6,000 คน รวมถึงสัมภาษณ์แรงงาน นายจ้าง และบริษัทจัดหางานเกือบ 100 แห่ง พบว่าแรงงานสหรัฐฯ ราว 35% หรือมากกว่า 55 ล้านคน อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า 'Disposable Workers'
คำนี้อาจแปลให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “แรงงานที่องค์กรพร้อมปล่อยมือ” หมายถึงคนทำงานที่บริษัทไม่ได้วางแผนสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวด้วย เมื่อหมดความจำเป็น บริษัทสามารถลดจำนวน เลิกจ้าง หรือเปลี่ยนไปใช้แรงงานรูปแบบอื่นได้ง่ายกว่าการจ้างพนักงานแบบดั้งเดิม
คนกลุ่มนี้ไม่ได้มีเพียงไรเดอร์ คนขับรถ หรือแรงงานบนแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฟรีแลนซ์ ผู้รับเหมา พนักงานสัญญาจ้าง ไปจนถึงพนักงานที่ทำงานอยู่ในองค์กร แต่ไม่มีเส้นทางเติบโตในอาชีพอย่างชัดเจน
บางคนอาจทำงานให้บริษัทเดียวหลายปี แต่ยังมีสถานะเป็นพนักงานสัญญาจ้าง ขณะที่บางตำแหน่งถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้นให้มีคนเข้าและออกอยู่ตลอดเวลา บริษัทจึงไม่ได้คาดหวังว่าพนักงานเหล่านี้จะเติบโตไปพร้อมกับองค์กร
ข้อมูลจาก MIT ยังท้าทายภาพจำที่ว่า Gen Z ไม่ทะเยอทะยาน เพราะความต้องการมีงานที่มั่นคงและมีเส้นทางเติบโตในอาชีพของคนรุ่นใหม่ไม่ได้หายไป เพียงแต่พวกเขาให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานมากขึ้น
ข้อมูลจาก Glassdoor ก็สะท้อนภาพคล้ายกันว่า คนรุ่นใหม่ยังต้องการเติบโตในหน้าที่การงานไม่ต่างจากคนรุ่นก่อนเมื่ออยู่ในช่วงวัยเดียวกัน แต่สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญคือสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนไป
หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือการพูดถึงภาวะ Burnout ในรีวิวสถานที่ทำงานบน Glassdoor เพิ่มขึ้น 43% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับปีก่อน ท่ามกลางความกังวลเรื่องการปลดพนักงาน ความคาดหวังจากผู้บริหาร และการเข้ามาของ AI
ปรากฏการณ์ Disposable Workers ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นหลังการมาของ Generative AI แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นมานานหลายสิบปี จากการแข่งขันทางธุรกิจ การลดต้นทุน และความต้องการให้องค์กรสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนพนักงานได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม AI อาจทำให้แนวโน้มนี้ชัดเจนขึ้น เพราะบริษัทจำนวนมากยังไม่รู้ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะต้องการพนักงานจำนวนเท่าไร หรือตำแหน่งใดจะยังจำเป็นอยู่ การจ้างพนักงานแบบสัญญาจ้างหรือรูปแบบที่ปรับจำนวนคนได้ง่ายจึงอาจกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น
ที่มา :fortune
ข่าวที่เกี่ยวข้อง