
SHORT CUT
Financial Future Faking จากบ้านในฝันสู่วิกฤตชีวิตคู่ ปรากฏการณ์ขายฝันการเงินที่คนรุ่น Gen Z และมิลเลนเนียลกำลังเผชิญ
หลายความสัมพันธ์เริ่มต้นด้วยความหวัง วาดภาพอนาคตร่วมกันอย่างสวยงาม ก่อนจะมาถึงจุดที่ใครบางคนเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่เชื่อและสิ่งที่เป็นจริงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การเลิกราในยุคนี้จึงไม่ได้เกิดจากความรักที่หมดลงเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจาก “ความไม่ซื่อสัตย์” ที่ค่อย ๆ เผยตัว โดยเฉพาะในเรื่องเงิน
ในหมู่คนรุ่น Gen Z และมิลเลนเนียล มีปรากฏการณ์หนึ่งที่กำลังกลายเป็นชนวนสำคัญของการหย่าและการเลี่ยงการแต่งงาน นั่นคือ การขายฝันอนาคตทางการเงิน หรือ financial future faking มันคือการให้คำสัญญาเกี่ยวกับชีวิตคู่ บ้านในฝัน ไลฟ์สไตล์ หรือความมั่นคงระยะยาว โดยไม่มีแผนที่เป็นรูปธรรม ไม่มีตัวเลข และไม่มีความตั้งใจจะทำให้เกิดขึ้นจริง
อีกปัจจัยสำคัญคือวัฒนธรรมการเลี้ยงดูและสังคม หลายคนเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่พูดเรื่องเงินอย่างเปิดเผย จึงไม่คุ้นเคยกับการตั้งคำถามตรงไปตรงมาเกี่ยวกับรายได้ หนี้ หรือแผนชีวิต ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์ ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียและวัฒนธรรมบริโภคก็ยิ่งตอกย้ำภาพฝันของชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ งานแต่งหรูหรา บ้านสวย ไลฟ์สไตล์สบาย โดยไม่เคยพูดถึงต้นทุนและโครงสร้างทางการเงินที่ต้องรองรับ
“งานแต่งในฝัน” คือหนึ่งในตัวอย่างชัดเจนที่สุด หลายคู่หลงใหลกับภาพพิธีการและความอลังการ จนมองข้ามคำถามพื้นฐานว่า ใครจ่าย จ่ายอย่างไร และจะรับภาระระยะยาวไหวหรือไม่ เมื่อภาพฝันวิ่งนำหน้าความเป็นจริง คำสัญญาคลุมเครือเกี่ยวกับเงินจึงดูปลอบใจและน่าเชื่อถือ ทั้งที่อาจไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังเลย
สัญญาณเตือนของการขายฝันอนาคตทางการเงินมักมาในรูปแบบเดิม ๆ เช่น คำมั่นสัญญาใหญ่โตแต่ไม่ชัดเจน การหลีกเลี่ยงการพูดถึงรายได้ หนี้ หรือพฤติกรรมการใช้เงิน และการผัดผ่อนความรับผิดชอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีความคืบหน้าจริง ความจริงใจไม่ได้วัดจากคำพูดที่สวยงาม แต่จากความสอดคล้องระหว่างคำพูดกับการกระทำ
แม้การคุยเรื่องเงินจะเป็นเรื่องอ่อนไหว โดยเฉพาะในช่วงต้นความสัมพันธ์ แต่มันคือบทสนทนาที่จำเป็น ก่อนจะย้ายมาอยู่ด้วยกัน แชร์ค่าใช้จ่าย หรือพูดถึงการแต่งงาน การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลขละเอียด แต่อาจเป็นคำถามเชิงคุณค่า เช่น มองความมั่นคงทางการเงินอย่างไร กลัวอะไรที่สุดเรื่องเงิน หรือถ้าวันหนึ่งมีอิสระทางการเงิน อยากใช้ชีวิตแบบไหน