
SHORT CUT
จากพื้นที่ของคนธรรมดา สู่ฟีดที่เต็มไปด้วยโฆษณาและ AI: ทำไมผู้คนทั่วโลกกำลังหยุดโพสต์ และโซเชียลมีเดียอาจกำลังเข้าสู่ยุค “Posting Zero”
โลกออนไลน์อาจยังดูคึกคัก เต็มไปด้วยวิดีโอไวรัล โฆษณา และคอนเทนต์ที่ถูกป้อนอย่างไม่ขาดสาย แต่ข้อมูลล่าสุดกำลังบอกเรื่องตรงกันข้ามอย่างชัดเจน ว่าผู้คนทั่วโลกกำลังถอยห่างจากโซเชียลมีเดีย
หรือแท้จริงแล้ว เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ต ที่การ “ไม่โพสต์อะไรเลย” กำลังกลายเป็นเรื่องปกติที่สุดรูปแบบหนึ่ง
งานวิจัยที่เผยแพร่โดย The Financial Times สำรวจผู้ใช้งานออนไลน์กว่า 250,000 คนใน 50 ประเทศ พบว่าการใช้งานโซเชียลมีเดียลดลงมากถึงราว 10 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มที่เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดคือคนรุ่นใหม่ คนรุ่นที่เติบโตมากับอินเทอร์เน็ตจนแทบแยกชีวิตออกจากหน้าจอไม่ออก แต่กลับเป็นรุ่นเดียวกันที่เริ่ม 'เหนื่อย' กับมันมากที่สุด
ความอ่อนล้าเกิดขึ้นเพราะแพลตฟอร์มกลายเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์อย่างหนักหน่วง ฟีดที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตประจำวันของเพื่อน กลับถูกแทนที่ด้วยโฆษณาที่คัดสรรอย่างแม่นยำ รีลไวรัลที่วนซ้ำไปมา และคอนเทนต์ที่ถูกผลิตซ้ำโดย AI จนไร้กลิ่นอายของมนุษย์ สิ่งเหล่านี้นำไปสู่แนวคิดใหม่ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง นั่นคือ 'Posting Zero'
คำนี้ถูกบัญญัติขึ้นโดย ‘ไคล์ เชย์กา’ (Kyle Chayka) นักเขียนจาก The New Yorker ในคอลัมน์ประจำชื่อ Infinite Scroll เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่ผู้ใช้งานทั่วไปเริ่มโพสต์อัปเดตชีวิตน้อยลงเรื่อยๆ จนเกือบหายไปจากพื้นที่สาธารณะของอินเทอร์เน็ต
เขาเขียนไว้ว่า เราอาจกำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดที่ “คนธรรมดา” ซึ่งไม่ได้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ได้ทำคอนเทนต์เพื่อขายของ และไม่ได้ขัดเกลาภาพลักษณ์ตัวเองเพื่ออัลกอริทึม เลิกแชร์ชีวิตบนโซเชียลมีเดียอย่างสิ้นเชิง หากวันนั้นมาถึง มันจะหมายถึงจุดจบของโซเชียลมีเดียในแบบที่เราเคยรู้จัก พื้นที่บันทึกโลกแบบเรียลไทม์ที่ใครก็ตามซึ่งกำลังมีชีวิตอยู่ สามารถเล่าเรื่องของตัวเองได้
เสียงสะท้อนจากผู้อ่านผลงานของเขาจำนวนมากคล้ายกันอย่างน่าประหลาด หลายคนบอกว่าพวกเขาเคยรักโซเชียลมีเดียในยุคที่ Twitter และ Facebook ยังเป็นพื้นที่สนทนา สนุก และเชื่อมโยงผู้คน แต่วันนี้ฟีดที่เต็มไปด้วยโฆษณาและโพสต์จากคนแปลกหน้ากลับทำให้การเปิดแอปแต่ละครั้งกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าอึดอัด
คำว่า Posting Zero ยังเป็นการเล่นคำกับแนวคิด “Google Zero” ซึ่งหมายถึงโลกอินเทอร์เน็ตสมมุติที่เสิร์ชเอนจินไม่ส่งทราฟฟิกไปยังเว็บไซต์อีกต่อไป เพราะ AI ตอบทุกคำถามให้จบในที่เดียว เช่นเดียวกับโซเชียลมีเดียที่อาจไม่เหลือ “ชีวิตจริง” ให้ค้นพบ
ขณะเดียวกัน ยังมีทฤษฎีที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอธิบายความเสื่อมถอยนี้ นั่นคือ Dead Internet Theory ซึ่งเชื่อว่าคอนเทนต์จำนวนมากบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ไม่ได้ถูกสร้างโดยมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นผลงานของบอต AI และโรงงานผลิตเนื้อหาอัตโนมัติ
เชย์กามองว่า สิ่งที่ทำให้โซเชียลมีเดียเคยมีคุณค่า คือการมีอยู่ของ “คนธรรมดา” และเมื่อคนกลุ่มนี้หายไป สิ่งที่เหลืออยู่ก็อาจเป็นเพียงซากของการตลาดองค์กร คอนเทนต์ AI ที่ไร้วิญญาณ และความพยายามของนักฉวยโอกาสที่แย่งชิงความสนใจจากผู้ชมที่เหลือน้อยลงทุกที
ที่มา : wsj
ข่าวที่เกี่ยวข้อง