svasdssvasds

วิทยาศาสตร์ชี้ ความหมายของชีวิตอยู่ที่การสร้างผลดีให้ผู้อื่น

วิทยาศาสตร์ชี้ ความหมายของชีวิตอยู่ที่การสร้างผลดีให้ผู้อื่น

ชีวิตที่มีความหมายตามงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์: เมื่อความสุข จุดมุ่งหมาย และการช่วยเหลือผู้อื่นในเรื่องเล็ก ๆ หลอมรวมกันจนทำให้การมีอยู่ของเรามีคุณค่า

SHORT CUT

  • งานวิจัยพบว่า คนจะรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายมากขึ้น เมื่อการกระทำของตนช่วยให้ชีวิตของคนอื่นดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่
  • ความเข้าใจชีวิต เป้าหมาย ความรู้สึกว่าตนมีคุณค่า และการสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น ล้วนสำคัญ หากด้านใดด้านหนึ่ง “ว่างเปล่า” คนจะเริ่มรู้สึกว่าชีวิตไร้ความหมาย
  • ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยิ่งใหญ่ ความหมายเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ได้ การช่วยเหลือเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เช่น ใส่ใจผู้อื่นหรือทำให้วันของใครดีขึ้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตรู้สึกมีคุณค่าและมีความหมายมากขึ้น

ชีวิตที่มีความหมายตามงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์: เมื่อความสุข จุดมุ่งหมาย และการช่วยเหลือผู้อื่นในเรื่องเล็ก ๆ หลอมรวมกันจนทำให้การมีอยู่ของเรามีคุณค่า

มนุษย์ตั้งคำถามเรื่อง 'ความหมายของชีวิต' มานานนับพันปี ตั้งแต่นักปรัชญายุคโบราณจนถึงนักคิดยุคปัจจุบัน แต่ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่กลับชี้ว่า คำตอบอาจไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด บางที 'ความหมายของชีวิต' อาจเริ่มต้นจากการช่วยเหลือผู้อื่นในเรื่องเล็ก ๆ นี่เอง

มีคำกล่าวหนึ่งของ ดาไลลามะ ที่บอกว่า เป้าหมายหลักของชีวิตมนุษย์คือการช่วยเหลือผู้อื่น และงานวิจัยล่าสุดก็ดูจะสนับสนุนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน นักวิทยาศาสตร์พบว่า เมื่อเรารู้สึกว่าการกระทำของเราส่งผลดีต่อคนอื่น เราจะรู้สึกว่าชีวิตของเรามี 'ความหมาย' มากขึ้น

ทำไมความหมายของชีวิตถึงสำคัญ

แม้บางคนจะมองว่าชีวิตมนุษย์อาจไม่มีความหมายโดยตัวมันเอง แต่นักวิจัยจาก University of Eastern Finland มองว่า การเข้าใจว่าความหมายของชีวิตเกิดจากอะไรเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากเรารู้ว่าอะไรทำให้คนรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า นักจิตบำบัดหรือที่ปรึกษาก็สามารถช่วยพาผู้คนไปสู่จุดนั้นได้

ทีมวิจัย University of Geneva ได้ทำการศึกษาหลายชุด โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์กับชาวอเมริกันจำนวนหลายร้อยคน

ชีวิตแบบไหนที่คนมองว่ามีความหมาย

ในงานวิจัยบางส่วน ผู้เข้าร่วมถูกขอให้ประเมินชีวิตของตัวละครสมมติ เช่น ผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกรางวัลลอตเตอรี่ มีเงินมากพอจะเดินทางไปช่วยองค์กรการกุศล และบริจาคเงินเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและความหิวโหย จากนั้นผู้เข้าร่วมจะให้คะแนนว่าชีวิตของตัวละครนั้น “มีความหมาย มีความสุข และน่าอิจฉา” มากแค่ไหน

อีกชุดหนึ่ง ผู้เข้าร่วมถูกถามให้จัดอันดับนิยามของ “ชีวิตที่มีความหมาย” หรือประเมินชีวิตของตัวเองในมิติต่าง ๆ

4 องค์ประกอบของชีวิตที่มีความหมาย

ผลการศึกษาพบว่า ความหมายของชีวิตประกอบด้วย 4 มิติหลัก ได้แก่

  • ความเข้าใจชีวิต (Coherence) — มองชีวิตของตัวเองในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างเชื่อมโยง
  • เป้าหมายหรือทิศทาง (Purpose) — รู้ว่ากำลังเดินไปทางไหน
  • ความสำคัญของการมีอยู่ (Significance) — รู้สึกว่าชีวิตของตนมีคุณค่า
  • ผลกระทบเชิงบวกต่อผู้อื่น (Positive impact) — การกระทำของเราทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น

วิทยาศาสตร์ชี้ ความหมายของชีวิตอยู่ที่การสร้างผลดีให้ผู้อื่น

เมื่อความหมายขาดหาย

สิ่งสำคัญไม่ใช่การมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ แต่คือการไม่ปล่อยให้ด้านใดด้านหนึ่งของชีวิต “พังทลาย” เช่น บางคนรู้สึกว่าการทำงานไม่มีความหมาย ทำงานไปวัน ๆ ได้เงินเดือน แต่ไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำส่งผลดีต่อใครเลย

เมื่อคนรู้สึกว่าไม่มีอะไรดีเกิดขึ้นจากสิ่งที่ตนทำ ความรู้สึกสิ้นหวังหรือซึมเศร้าก็อาจตามมาได้

ชีวิตที่มีความหมาย เริ่มได้จากเรื่องเล็ก ๆ

นักวิจัยเห็นตรงกันว่า หากอยากให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น เราควรลดการหมุนรอบตัวเอง และหันไปลงทุนเวลาและพลังกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โต แค่ถามตัวเองว่า

  • เราเป็นใคร
  • อยากเป็นคนแบบไหน
  • และเราจะมอบอะไรให้โลกใบนี้ได้บ้าง

บางครั้ง ความหมายก็ซ่อนอยู่ในเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เช่น การช่วยเพื่อนร่วมงาน ถือกาแฟไปให้ใครสักคน หรือทำให้วันของคนอื่นดีขึ้นนิดหนึ่ง

ท้ายที่สุด วิทยาศาสตร์อาจไม่ได้ให้คำตอบตายตัวว่าความหมายของชีวิตคืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ชีวิตจะมีความหมายมากขึ้น เมื่อเรารู้สึกว่า “การมีอยู่ของเรา ทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นกว่าเดิม”

ที่มา : newscientist 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

 

related