
เมื่อ "ปัดขวา" ไม่ใช่แค่หาคู่! วัยรุ่นจีนหัวใสเปลี่ยน Tinder เป็นสนามล่าล่าฝัน ท่ามกลางวิกฤตว่างงานที่ทำสถิติพุ่งกระฉูด
เศรษฐกิจแดนมังกรกำลังเผชิญกับมรสุมใหญ่ ส่งผลให้อัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ การส่งใบสมัครงานผ่านช่องทางปกติจึงเริ่มไร้ความหวัง ทำให้วัยรุ่นจีนยุคใหม่ต้องงัดกลยุทธ์สุดแปลกด้วยการใช้ ‘แอปหาคู่’ ชื่อดังอย่าง ‘Tinder’ มาเป็นพื้นที่ในการหาคอนเนคชันและสมัครงานแทน
แม้ตัวแอปจะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการนี้ แต่ในสายตาของเด็กจบใหม่ที่กำลังตกงาน "ทุกการปัดขวาคือโอกาสในการเข้าถึงบริษัทในฝัน" นี่คือภาพสะท้อนของความดิ้นรนในตลาดแรงงานที่บีบคั้น จนทำให้เส้นกั้นระหว่างการหาความรักกับการหาเลี้ยงชีพต้องจบลงที่หน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวกัน
สถานการณ์การหางานในประเทศจีนปัจจุบันกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 16-24 ปี ซึ่งมีอัตราการว่างงานพุ่งสูงกว่า 20% ในบางช่วงเวลา ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด’ บนโลกออนไลน์ เมื่อแพลตฟอร์มสำหรับคนทำงานมืออาชีพอย่าง LinkedIn ได้ถอนตัวออกจากตลาดจีนไป วัยรุ่นจีนจึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ไม่จำเจ และสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อก็คือ "Tinder"
เทรนด์นี้เริ่มต้นจากผู้ใช้บางกลุ่มที่เริ่มเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวหรือ จากการบอกสเปกคนในอุดมคติ มาเป็นการรวบรวมทักษะความสามารถ ประวัติการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา พร้อมระบุข้อความชัดเจนว่า "ไม่ได้มาหาแฟน แต่มาหางาน" บางรายถึงขั้นใช้ภาพโปรไฟล์เป็นรูปชุดสูททางการหรือรูปที่ดูเป็นมืออาชีพ เพื่อดึงดูดสายตาของเหล่า HR หรือผู้บริหารที่อาจจะกำลังไถแอปเพื่อพักผ่อน
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Tinder กลายเป็น ‘เครื่องมือหางาน’ ยอดฮิต มีดังนี้
อย่างไรก็ตาม ทางด้านตัวแทนของ Tinder ได้ออกมาให้ความเห็นว่า "เราสนับสนุนให้ผู้ใช้งานสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจต่อกัน แต่แอปของเราถูกสร้างขึ้นเพื่อความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจหรือการโฆษณาหาเงิน" ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกระงับบัญชีหากมีการรายงานว่าเป็นการใช้งานที่ผิดวัตถุประสงค์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง