เลิกก็ขาดใจ แต่ให้อยู่ต่อก็เหนื่อย! เมื่อ Gen Z ติดกับดัก Toxic Relationship กับ TikTok

เลิกก็ขาดใจ แต่ให้อยู่ต่อก็เหนื่อย! เมื่อ Gen Z ติดกับดัก Toxic Relationship กับ TikTok

เมื่อ TikTok เริ่มแป้กและสูบพลังชีวิต! เจาะลึกใจ Gen Z กับความสัมพันธ์สุด Toxic ที่ทั้งเบื่อทั้งระแวง แต่ยังเลิกไถไม่ได้ พร้อมเทรนด์หนีโซเชียลไปใช้ชีวิตจริง

SHORT CUT

  • Gen Z กำลังเผชิญกับความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียด (Toxic Relationship) กับ TikTok ที่แม้จะรู้สึกว่าแอปสูบพลังและทำให้เหนื่อยล้า แต่ก็ยังติดอยู่กับการไถฟีดจนถอนตัวไม่ขึ้น
  • คนรุ่นใหม่เริ่มมีแนวโน้ม "Ghosting" หรือหายไปจากโซเชียลมีเดีย เพื่อกลับไปใช้ชีวิตออฟไลน์และทำกิจกรรมที่จับต้องได้จริง เช่น ออกกำลังกาย พบปะเพื่อนฝูง และทำงานอดิเรกมากขึ้น
  • ความน่าเบื่อหน่ายใน TikTok เกิดจากคอนเทนต์ที่เน้นขายของและโฆษณามากเกินไป ขาดความจริงใจเหมือนในยุคแรก ประกอบกับความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลที่ทำให้ความไว้วางใจในแพลตฟอร์มลดลง

เมื่อ TikTok เริ่มแป้กและสูบพลังชีวิต! เจาะลึกใจ Gen Z กับความสัมพันธ์สุด Toxic ที่ทั้งเบื่อทั้งระแวง แต่ยังเลิกไถไม่ได้ พร้อมเทรนด์หนีโซเชียลไปใช้ชีวิตจริง

ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปตามนิ้วที่ไถหน้าจอ ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า TikTok คือแอปโซเชียลตัวท็อปที่มาแรงที่สุด โดยเฉพาะสำหรับชาว Gen Z แต่เชื่อหรือไม่ว่า ภายใต้แสงสีของเอฟเฟกต์และเสียงเพลงฮิต ความสัมพันธ์ระหว่างวัยรุ่นยุคนี้กับแอปโปรดกำลังเข้าสู่ภาวะ 'Love-Hate Relationship' แบบเต็มตัว คือใจหนึ่งก็เบื่อ แต่อีกใจก็ยังตัดไม่ขาด

เทรนด์ ‘Ghosting’ โซเชียล เพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่จับต้องได้

ผลสำรวจจาก The Harris Poll ระบุว่า ปัจจุบันเราเริ่มเห็นปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่พร้อมใจกัน 'หายหน้าหายตา' (Ghosting) ไปจากแอปโซเชียลต่างๆ แบบเงียบๆ เพื่อพาตัวเองกลับสู่โลกออฟไลน์ นี่ไม่ใช่แค่การทำ ‘Digital Detox’ แบบฉาบฉวย แต่คือความต้องการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างจริงจัง โดยข้อมูลชี้ว่ากว่าครึ่งของ Gen Z อยากเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับการออกกำลังกาย ขณะที่ 42% เลือกที่จะวางโทรศัพท์เพื่อไปนั่งสบตากับเพื่อนและครอบครัวจริงๆ

นอกจากนี้ กิจกรรมออฟไลน์ กำลังกลับมาฮิตอีกครั้ง โดยรายงานระบุตัวเลขที่น่าสนใจว่า Gen Z อยากจมดิ่งไปกับงานอดิเรกใหม่ๆ (42%) หรือการเข้าครัวฝึกทำอาหารและอบขนม (39%) แม้กระทั่งการออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์นอกบ้าน (36%) การหารายได้เสริมจากสิ่งที่ชอบ (34%) ไปจนถึงการพยายามกลับไปเริ่มต้นเส้นทางการเดทแบบเจอหน้ากันจริงๆ (19%) ทั้งหมดนี้คือสัญญาณว่าพวกเขาเริ่มโหยหาชีวิตที่อยู่นอกจอสี่เหลี่ยม

อาการ ‘ติดหนึบ’ แม้จะรู้สึกผิด

เลิกก็ขาดใจ แต่ให้อยู่ต่อก็เหนื่อย! เมื่อ Gen Z ติดกับดัก Toxic Relationship กับ TikTok

ถึงแม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเหมือนว่าอยากเลิกแค่ไหน แต่ในใจลึกๆ หลายคนยังติดอยู่ใน ‘วังวนการไถฟีด’ (Scroll Loop) อย่างถอนตัวไม่ขึ้น มีเพียง 26% เท่านั้นที่ยังมองว่าการเล่นโซเชียลคือการดูแลใจ

ขณะที่ส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกลบกับมัน โดย 31% ยอมรับว่าไถฟีดไปอย่างนั้นเองตามความเคยชิน ทั้งที่รู้สึกเหนื่อยล้าจะแย่ และอีก 24% ถึงขั้นรู้สึกผิดทุกครั้งที่เห็นตัวเลขเวลาบนหน้าจอที่เสียไปกับการไถฟีดแบบไร้จุดหมาย จนทำให้ที่เหลือ รู้สึกว่าสภาพจิตใจของพวกเขาจะดีขึ้นทันทีเมื่อได้ออกจากโลกออนไลน์

พฤติกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างคือการเป็น ‘Lurker’ หรือ ‘นักซุ่ม’ ซึ่งกลายเป็นนิสัยหลักของ Gen Z มากกว่ารุ่นอื่นๆ พวกเขาเลือกที่จะไถดูไปเรื่อยๆ โดยไม่โพสต์ ไม่กดไลก์ และไม่คอมเมนต์ ราวกับเป็นเพียงผู้ชมที่ยืนดูความวุ่นวายอยู่ห่างๆ

เมื่อ TikTok เริ่ม ‘น่าเบื่อ’ แถมยังดู ‘ไม่น่าไว้ใจ’

แม้ TikTok จะยังเป็นแหล่งที่ 37% ของ Gen Z เข้ามาเช็กเทรนด์ป๊อปคัลเจอร์และความบันเทิงเป็นที่แรกซึ่งสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นเกือบเท่าตัว แต่ความรู้สึกของพวกเขากลับเปลี่ยนไป หลายคนเริ่มมองว่าแอปนี้ 'เริ่มแป้ก' หรือดูประดิษฐ์จนเกินไปแล้วโดย 79% ยอมรับว่าพวกเขาคิดถึง TikTok ในยุคบุกเบิกที่เต็มไปด้วยความสนุกและการเต้นแบบใสๆ

สิ่งที่ทำให้พวกเขาเริ่ม ‘เบื่อ’ คือความเป็นพาณิชย์ที่มากเกินไป

  • 41% อยากให้มีแบรนด์และโฆษณาน้อยลง
  • 34% โหยหาคอนเทนต์เรียลๆ แบบไม่ผ่านฟิลเตอร์
  • 33% เบื่อระอากับยุค TikTok Shop
  • 27% เริ่มไม่เก็ตและไม่ชอบวัฒนธรรมการอวดไลฟ์สไตล์ของอินฟลูเอนเซอร์

ที่หนักไปกว่านั้นคือความเชื่อมั่นที่ลดลงจนน่ากลัว หรือที่พวกเขาเรียกว่าแอปเริ่มจะ ‘น่าสงสัย’ โดย 60% ไว้ใจ TikTok น้อยลงกว่าเดิม และ 74% ต้องระวังตัวทุกครั้งที่จะกดมีส่วนร่วมกับอะไรบางอย่าง ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเจ้าของเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบนในสหรัฐฯ 

โดยการตั้งบริษัทร่วมทุนที่มีอเมริกาถือหุ้นใหญ่ทำให้ 64% กังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล และ 28% เริ่มไม่แน่ใจว่า ‘เสรีภาพในการพูด’ จะยังมีอยู่จริงไหมในแอปเวอร์ชันนี้

สุขภาพจิตที่เสียไปกับอัลกอริทึมที่ ‘ไม่โดนใจ’

ท้ายที่สุด TikTok กำลังสร้างภาระทางใจอย่างหนัก 43% บอกว่าการใช้แอปนี้มัน ‘สูบพลังงานชีวิต’ (Mentally Draining) และ 40% รู้สึกว่าคอนเทนต์มันท่วมท้นจนรับไม่ไหว (Overwhelming) ยิ่งไปกว่านั้น 72% มองว่าคอนเทนต์ส่วนใหญ่ในฟีดตอนนี้คือการ ‘จัดฉาก’ และ 53% มองว่ามันเน้นขายของจนน่ารำคาญ

แม้แต่ไม้ตายอย่าง ‘อัลกอริทึม’ ที่เคยแม่นยำก็เริ่มรวน โดย 33% บ่นว่าฟีดไม่ได้ปรับตามความสนใจจริงของพวกเขาเหมือนเมื่อก่อน จนต้องกลายเป็นฝ่าย ‘ฝึก’ อัลกอริทึมเองเพื่อให้ได้เห็นสิ่งที่อยากดูจริงๆ

ถึงตัวเลขจะบอกว่าชาว Gen Z กว่า 65% ยังคงเข้าแอปนี้ทุกวัน และอีก 32% ก็ยังไม่คิดจะหนีไปไหน มันเลยกลายเป็นความสัมพันธ์แบบ Toxic Relationship ที่อยู่ด้วยกันเพราะความเคยชิน ทั้งที่ในใจมีแต่ความเหนื่อยล้าและระแวงว่าแอปที่เคยรักจะทำข้อมูลเรารั่วไหม หรือจะหลอกขายของอะไรเราอีก ยิ่งนานไปความรู้สึก 'รัก' ก็ยิ่งน้อยลงทุกที

ที่มา: INDEPENDENT 

related