
SHORT CUT
เจาะลึกร้าน The Purist Artisan ถอดรหัสเบื้องหลังเจลาโต้ Single Origin สุดคราฟต์ เมื่อ 'ความจริงใจ' ทำให้คนยินดี 'จ่ายแพง'
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นเรื่อง 'ราคาสินค้าพรีเมียม' กลายเป็นที่ถกเถียงอย่างร้อนแรงบนโลกออนไลน์
จากกรณีดราม่าของร้านเจลาโต้ Parameter ที่คนมองว่า 'overprice' แม้ทางแบรนด์จะระบุว่าใช้เวลาพัฒนาสูตรกว่า 5 ปี แต่สิ่งที่จุดชนวนให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กลับเป็น 'วิธีการสื่อสาร' ของแบรนด์ที่ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนรู้สึกว่าถูกตัดสินรสนิยม จนเกิดเป็นคำถามตัวโตๆ ว่า เจลาโต้ถ้วยละหลายร้อยบาท... แพงเกินไปหรือคุ้มค่าที่จะจ่าย?
จากประเด็นนี้ หากเราย้อนกลับมามองตลาดเจลาโต้คราฟต์ในไทย ยังมีอีกหนึ่งตัวอย่างแบรนด์ที่ขายไอศกรีมในราคาสูงระดับพรีเมียมเช่นกัน แต่กลับได้รับคำชมและลูกค้าเต็มใจที่จะควักกระเป๋าจ่าย นั่นคือ 'The Purist Artisan'
สิ่งที่ทำให้ The Purist Artisan แตกต่างและครองใจผู้บริโภคได้ คือการสื่อสารอย่างจริงใจถึงที่มาของราคา ซึ่งแลกมาด้วยความมุ่งมั่นของ คุณเรนโบว์-ณัฐพงศ์ รัตนวิโรจน์กุล เจ้าของร้านที่มีดีกรีเป็นถึง 'นักชีวเคมี'
การทำเจลาโต้ของที่นี่ จึงไม่ใช่แค่การผสมส่วนผสมตามสูตร แต่คือการผสานศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อคำนวณสัดส่วนและดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาให้ชัดเจน อร่อย มีมิติ และที่สำคัญคือต้อง 'กินง่าย' เข้าถึงได้ทุกคน
สิ่งที่ทำให้ The Purist Artisan แตกต่างและครองใจผู้บริโภคได้ คือการสื่อสารอย่างจริงใจถึงที่มาของราคา ซึ่งแลกมาด้วยความมุ่งมั่นของเจ้าของร้านที่มีดีกรีเป็นถึง 'นักชีวเคมี'
คุณเรนโบว์ให้ความสำคัญกับกรรมวิธีคัดสรรวัตถุดิบที่เรียกว่า Single Origin (วัตถุดิบที่มาจากแหล่งเพาะปลูกเดียว) เพื่อให้ได้รสชาติที่บริสุทธิ์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งบางรสชาติมีความพิเศษระดับที่หาทานได้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
เมื่อลูกค้าจึงสัมผัสได้ถึงมูลค่าต้นทุนที่แท้จริง และรู้สึกว่าแบรนด์พยายามยัดเยียดหรือตั้งราคาแบบ Overprice นั่นทำให้ 'คนยอมจ่าย' เพราะรู้สึกว่า 'สมเหตุสมผล'
และเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเจลาโต้ฉบับ Original ล่าสุดทาง The Purist Artisan ได้ลงทุนอัปเกรดนวัตกรรมหลังบ้าน โดยนำเอาเครื่องทำเจลาโต้ 'Carpigiani รุ่นปี 2026' ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องทำไอศกรีมระดับโลกจากอิตาลี เข้ามาใช้ในการผลิต
การผสานความรู้ทางชีวเคมีของสัดส่วนวัตถุดิบ เข้ากับเทคโนโลยีเครื่องทำเจลาโต้ที่ดีที่สุดในโลก ส่งผลให้เนื้อสัมผัสของเจลาโต้มีความเนียนนุ่ม หนึบแน่น และคงอุณหภูมิความอร่อยได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
กรณีศึกษาของ The Purist Artisan ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ปฏิเสธของแพง หากสินค้านั้นมี 'คุณภาพที่จับต้องได้' และมีความเคารพและเข้าใจ 'ผู้บริโภค'
ที่มา : The Purist Artisan