
ท่ามกลางชีวิตที่เร่งรีบและความกดดัน ธรรมชาติคือพื้นที่เรียบง่ายที่ช่วยให้ใจได้พัก ลดความฟุ้งซ่าน และพาเรากลับมาเชื่อมโยงกับตัวตนที่แท้จริงอีกครั้ง
ชีวิตในโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยสิ่งที่เรียกร้องความสนใจจากเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอโทรศัพท์ ข้อความจากที่ทำงาน ข่าวสาร กำหนดส่งงาน ภาระทางการเงิน หรือความคาดหวังที่เรามีต่อตนเอง หลายคนจึงใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกว่าต้องรีบ ต้องตอบสนอง และต้องพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ เมื่อความกดดันสะสมมากขึ้น ความคิดของเรามักวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิม ๆ จนเรื่องเล็กอาจดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ และความผิดหวังเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เราตัดสินคุณค่าของตนเองทั้งหมด
ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านี้ การแบ่งอวลาให้ตัวเองเดินเข้าไปในสวนสาธารณะ ถนนที่มีต้นไม้เรียงราย พื้นที่ริมคลอง หรือแม้แต่บริเวณเล็ก ๆ ที่มีแสงแดดและต้นไม้ อาจไม่ได้ทำให้ปัญหาต่าง ๆ หายไปทันที งานยังคงรออยู่ ค่าใช้จ่ายยังคงมี และข่าวสารก็ยังคงดำเนินต่อไป แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือสภาพจิตใจของเรา ความคิดที่เคยตึงแน่นอาจเริ่มผ่อนคลาย และเราสามารถมองเห็นชีวิตจากมุมที่กว้างขึ้นได้อีกครั้ง
หลายคนมักคิดว่า การให้ธรรมชาติเยียวยา ต้องไปเที่ยวอุทยาน เดินป่าเดินเขา แต่ในความจริงการใช้เวลากับธรรมชาติไม่จำเป็นดูยิ่งใหญ่แบบนั้นเสมอไป การศึกษา พบว่าการสัมผัสธรรมชาติในช่วงเวลาสั้น แต่ทำอย่างสม่ำเสมอมีแนวโน้มส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของผู้ใหญ่ แม้จะใช้เวลาเพียงประมาณ 10 นาทีและเป็นพื้นที่ธรรมชาติในเมืองก็ตาม ดังนั้น สวนเล็กๆ ม้านั่งใต้ต้นไม้ ถนนที่มีร่มเงา หรือช่วงเวลาสั้นๆ กลางแสงธรรมชาติ ล้วนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลจิตใจได้
วิธีปฏิบัติอาจเริ่มต้นอย่างง่ายที่สุด เช่น ออกไปเดินข้างนอกประมาณ 10 นาทีโดยไม่ใส่หูฟัง เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า มองหาสีที่แตกต่างกันรอบตัว สังเกตรูปร่างของใบไม้ ฟังเสียงลม หรือเฝ้ามองแสงที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป สิ่งสำคัญคือไม่ควรเปลี่ยนการออกไปสัมผัสธรรมชาติให้กลายเป็นงานอีกชิ้นหนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องนับจำนวนก้าว ถ่ายภาพดอกไม้ทุกดอก หรือบันทึกข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่ากิจกรรมนั้นมีประโยชน์ เพราะหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การทำให้ดีที่สุด แต่อยู่ที่การได้ปรากฏตัวและรับรู้ช่วงเวลานั้นอย่างแท้จริง
ที่มา : psychologytoday